ชัชชาติ เผยอุปสรรคกู้อุโมงค์ม่วงใต้ถล่ม
ชัชชาติ ชี้ อุปสรรคใหญ่ กู้อุโมงค์สีม่วงใต้ถล่ม พบชิ้นส่วน 34 ตันขวางทาง เครน 150 ตันยังยกไม่ขึ้น เผยแนวทางแก้ไข ระบุ ถนนสามเสน ต้องปิดอีกนาน
เมื่อเวลา 10.35 น. วันที่ 25 ก.ย.2568 ที่วชิรพยาบาล นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯกทม. กล่าวถึงความคืบหน้าการกู้อุโมงค์รถไฟฟ้าสายสีม่วงที่ถล่มลงมา ว่า จาการประชุมช่วงเช้ากับการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) และผู้รับผิดชอบโครงการ ซึ่งอยู่ระหว่างอุดรอยรั่วของอุโมงค์ โดยมีชาร์ปหรือวัสดุโครงสร้างเก่าที่ไม่เกี่ยวกับอุโมงค์ตั้งขวางอยู่ ประมาณ 5 ชิ้น ต้องใช้เครื่องจักรหนัก (เครน) ขนาด 150 ตัน ยกออก
ขณะเดียวกันต้องเสริมฐานสร้างความมั่นคงให้เครื่องจักรหนักตั้งอยู่เพื่อทำงานได้อย่างปลอดภัยด้วย โดยตัวชิ้นส่วนที่ขวางอยู่น้ำหนักประมาณ 34 ตัน แต่มีแรงหนืดที่ยึดติดกับดินด้วย จึงทำให้เครื่องจักรหนักออกแรงเพิ่มถึง 50 ตัน ทำให้ยังยกไม่ขึ้น ต้องหาทางแก้ไขต่อไป

ชัชชาติ ชี้ อุปสรรคใหญ่ กู้อุโมงค์สีม่วงใต้ถล่ม พบชิ้นส่วน 34 ตันขวางทาง เครน 150 ตันยังยกไม่ขึ้น เผยแนวทางแก้ไข ระบุ ถนนสามเสน ต้องปิดอีกนาน
เพื่อให้สามารถนำกระสอบทรายลงไปอุดรอยรั่วได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่ง รฟม. เป็นผู้วางแผนและดำเนินการเรื่องนี้ทั้งหมด หากนำชิ้นส่วนกีดขวางออกได้แล้ว เข้าใจว่าจะใช้คอนกรีตอุดทับ และถมด้วยดิน เพื่อให้สามารถทำงานก่อสร้างอุโมงค์ต่อไปได้
ในส่วนของ กทม. ต้องดูแลประชาชนโดยรอบพื้นที่เกิดเหตุ รวมถึงผู้ป่วยติดเตียงประมาณ 10 ราย ซึ่งเขตดุสิต ได้ดำเนินการส่วนนี้เรียบร้อยแล้ว และมีการสนับสนุนน้ำในส่วนบ้านเรือนที่ต้องการครบถ้วน โดยการประปานครหลวงแจ้งว่า ช่วงเวลาเที่ยงเป็นต้นไประบบน้ำจะกลับมาใช้ได้ตามปกติ ส่วนเรื่องไฟฟ้ากลับมาใช้ได้ตามปกติแล้ว
สำหรับเรื่องการจราจรบนถนนสามเสน มีแนวโน้มปิดอีกนาน ต้องรอการแจ้งจาก รฟม. ต่อไป โดยสรุปสถานการณ์ไม่มีความรุนแรงเพิ่ม ยังไม่เกินความคาดหมายที่ตั้งไว้
สำหรับการใช้กระสอบทรายดังกล่าว เป็นสิ่งที่ รฟม. และทีมผู้เกี่ยวข้องทั้งหมดเห็นตรงกันว่าเหมาะสมกับสถานการณ์นี้ เพราะต้องมีการก่อสร้างต่อไป ปัญหาสำคัญตอนนี้ คือน้ำหนักของเครื่องจักรหนักที่จะมายกสิ่งกีดขวางออก ซึ่งเครื่องจักรดังกล่าวตั้งอยู่บนโครงสร้างสถานีรถไฟฟ้าที่กำลังก่อสร้าง รับน้ำหนักได้จำกัด จึงต้องเสริมความมั่นคงทุกส่วนให้แน่ใจ ไม่เร่งรีบ
ปัจจุบันไม่มีน้ำประปาไหลลงอุโมงค์แล้ว ข้อกังวลตอนนี้คือเรื่องฝนตก แต่ได้สั่งให้อุดการไหลทั้งหมดแล้ว จะมีน้ำฝนที่ตกลงมาตรง ๆ เท่านั้น อย่างไรก็ตาม ได้ประกาศเป็นเขตภัยพิบัติไปแล้ว เมื่อเช้านี้ เพื่อให้กระบวนการเยียวยาความเสียหายเดินต่อได้
นายชัชชาติ กล่าวต่อว่า ส่วนข้อมูลน้ำผุดที่ย่านเกียกกาย และความกังวลว่าจะเกิดเหตุถล่มซ้ำ อยู่ระหว่างเจ้าหน้าที่ตรวจสอบ และในกรณีข้อวิจารณ์ห่วงรถยนต์ จึงให้เจ้าหน้าที่ลงไปเสี่ยงนำรถขึ้นมา แต่ข้อเท็จจริงคือต้องนำสิ่งกีดขวางการอุดอุโมงค์ออกทั้งหมด โดยเจ้าหน้าที่มีอุปกรณ์ห้อยตัวป้องกัน เท้าไม่แตะพื้น เพื่อความปลอดภัยจากดินสไลด์
ส่วนข้อสังเกตว่าเหตุการณ์ไม่ดีเกิดขึ้นในช่วงใกล้หมดวาระผู้ว่าฯกทม. และใกล้เลือกตั้ง มองว่า ไม่ว่าจะอย่างไร สิ่งที่เกิดขึ้นคือหน้าที่ต้องรับผิดชอบอยู่แล้ว
ในวันเดียวกัน เวลา 11.00 น. ที่บริเวณหน้าบริษัทแห่งหนึ่ง ถนนสามเสน เขตดุสิต นายวิศณุ ทรัพย์สมพล รองผู้ว่าฯ กทม. พร้อมด้วย นายธวัชชัย นภาศักดิ์ศรี ผู้อำนวยการสำนักการโยธา และเจ้าหน้าที่สำนักการโยธาและเจ้าหน้าที่การประปานครหลวงเข้าตรวจพื้นที่เกิดเหตุถนนพองตัวสลับกับมีการยุบตัวลง พร้อมกับมีน้ำไหลซึมออกมา
ซึ่งบริเวณดังกล่าวอยู่ห่างจากจุดเกิดเหตุ ถนนทรุดตัวหน้าโรงพยาบาลวชิรพยาบาล ประมาณ 2 กิโลเมตร เบื้องต้นเจ้าหน้าที่การประปานครหลวงทำการตรวจสอบน้ำที่ซึมออกมาไม่พบคลอรีน ขณะนี้อยู่ระหว่างตรวจสอบท่อเมนประธานส่งน้ำว่ามีรั่วซึมหรือไม่
ขณะที่ ชาวบ้านในพื้นที่ต่างออกมายืนมุงดู พร้อมระบุว่า อยากให้เจ้าหน้าที่เร่งหาสาเหตุและแก้ไข เพราะเกรงว่าจะเกิดเหตุถนนยุบซ้ำรอยอีก
ชัชชาติ ชี้ อุปสรรคใหญ่ กู้อุโมงค์สีม่วงใต้ถล่ม
สถานการณ์การกู้อุโมงค์สีม่วงใต้ที่ถล่มยังคงเป็นประเด็นที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด ล่าสุด ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้ออกมาเปิดเผยถึงอุปสรรคสำคัญในการกู้ คือการพบชิ้นส่วนขนาดใหญ่ถึง 34 ตันขวางทางอยู่ ทำให้การทำงานของเครนขนาด 150 ตันเป็นไปด้วยความยากลำบาก
ความคืบหน้าล่าสุดในการกู้อุโมงค์สีม่วงใต้ถล่ม
จากข้อมูลที่ได้รับ การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำลังเร่งดำเนินการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า โดยมุ่งเน้นไปที่การอุดรอยรั่วของอุโมงค์ และการเคลื่อนย้ายชิ้นส่วนที่กีดขวางออกไป เพื่อให้การกู้เป็นไปอย่างราบรื่น อย่างไรก็ตาม การปิดถนนสามเสนยังคงมีความจำเป็น และต้องรอการประเมินสถานการณ์จาก รฟม. อีกครั้ง
ทั้งนี้ การแก้ไขปัญหา กู้อุโมงค์สีม่วงใต้ถล่ม ไม่ได้ส่งผลกระทบแค่การสัญจร แต่ยังรวมถึงประชาชนที่อาศัยอยู่ในบริเวณใกล้เคียง ซึ่งทาง กทม. ได้ให้ความช่วยเหลือในด้านต่างๆ อย่างเต็มที่
กู้อุโมงค์สีม่วงใต้ถล่ม เป็นสถานการณ์ที่ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชน เพื่อให้การแก้ไขปัญหาเป็นไปอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ และสิ่งที่สำคัญที่สุดคือความปลอดภัยของทุกคน
ทาง กทม. ยังคงเฝ้าระวังสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และพร้อมให้ความช่วยเหลือประชาชนอย่างเต็มที่ หากมีความคืบหน้าเพิ่มเติม จะแจ้งให้ทราบในโอกาสต่อไป
การ กู้อุโมงค์สีม่วงใต้ถล่ม ครั้งนี้เป็นบทเรียนสำคัญที่ทำให้เราเห็นถึงความสำคัญของการวางแผนและการจัดการความเสี่ยงในโครงการก่อสร้างขนาดใหญ่ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้นอีกในอนาคต
ที่มา – ชัชชาติ ชี้ อุปสรรคใหญ่ กู้อุโมงค์สีม่วงใต้ถล่ม พบชิ้นส่วน 34 ตันขวางทาง




