ฉลองนอนเรือนจำคืนแรก ปรับตัวได้ ทานข้าวเย็น พบมีความดันโลหิตสูงเล็กน้อย
ฉลองนอนเรือนจำคืนแรก ปรับตัวได้ ทานข้าวเย็น พบมีความดันโลหิตสูงเล็กน้อย
กลายเป็นประเด็นที่สังคมให้ความสนใจอย่างมาก สำหรับกรณีของนายฉลอง เรี่ยวแรง อายุ 71 ปี อดีตผู้ที่เคยทำงานเกี่ยวข้องกับงานราชทัณฑ์ ซึ่งล่าสุดต้องเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมในคดีอุกฉกรรจ์ โดยรายงานล่าสุดระบุว่า ฉลองนอนเรือนจำคืนแรก ปรับตัวได้ ทานข้าวเย็น พบมีความดันโลหิตสูงเล็กน้อย ท่ามกลางกระแสวิพากษ์วิจารณ์ว่าเขาจะได้รับสิทธิพิเศษหรือไม่จากการที่เป็นอดีตผู้คุมมาก่อน
ทางเจ้าหน้าที่เรือนจำจังหวัดนนทบุรีได้ออกมาชี้แจงว่า หลังจากที่ศาลไม่อนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราว นายฉลองได้ถูกนำตัวเข้าสู่ขั้นตอนมาตรฐานของเรือนจำทันที เริ่มจากการตรวจร่างกายและการกักตัวในห้องกักโรคเป็นเวลา 5 วัน เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด-19 โดยในช่วงคืนแรกนั้น นายฉลองสามารถปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อมได้เป็นอย่างดี และไม่มีปัญหาในการรับประทานอาหารมื้อเย็นที่ทางเรือนจำจัดให้
รายละเอียดการดูแลผู้ต้องขังในกรณี ฉลองนอนเรือนจำคืนแรก ปรับตัวได้ ทานข้าวเย็น พบมีความดันโลหิตสูงเล็กน้อย
จากการตรวจสุขภาพเบื้องต้น พบว่านายฉลองมีอาการความดันโลหิตสูงเล็กน้อย ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้จัดเตรียมทีมแพทย์เข้าดูแลอย่างใกล้ชิดและนำยาประจำตัวที่เจ้าตัวติดตัวมาด้วยมาใช้ตามแผนการรักษา โดยทางกรมราชทัณฑ์ยืนยันว่าการดูแลผู้ต้องขังทุกคนจะยึดหลักความเสมอภาค ไม่มีการเลือกปฏิบัติไม่ว่าบุคคลนั้นจะมีภูมิหลังอย่างไรก็ตาม
- ขั้นตอนแรกรับ: ตรวจสอบเอกสาร พิมพ์ลายนิ้วมือ และตรวจสุขภาพโดยละเอียด
- การดูแลสุขภาพ: จัดทีมแพทย์เฝ้าระวังความดันโลหิตสูงตามประวัติที่พบ
- สวัสดิภาพ: ยึดหลักปฏิบัติมาตรฐานเดียวกับผู้ต้องขังทั่วไป
หลายคนอาจสงสัยว่าการที่เขาเคยเป็นผู้คุมจะทำให้ได้รับสิทธิพิเศษในเรือนจำหรือไม่ แหล่งข่าวระดับสูงภายในกระทรวงยุติธรรมได้ยืนยันชัดเจนว่า ฉลองนอนเรือนจำคืนแรก ปรับตัวได้ ทานข้าวเย็น พบมีความดันโลหิตสูงเล็กน้อย นั้นเป็นเพียงสถานะของผู้ต้องขังคนหนึ่ง ข้อมูลอดีตการทำงานจะนำมาประกอบการประเมินความเสี่ยงและพฤติกรรมเท่านั้น แต่ไม่ได้ถูกนำมาใช้เพื่อมอบอภิสิทธิ์เหนือผู้ต้องขังรายอื่น โดยทางเรือนจำยังคงเน้นความปลอดภัยและกฎระเบียบที่เข้มงวดเป็นสำคัญ
ในส่วนของสภาพจิตใจ นายฉลองมีความกังวลเรื่องการนอนหลับเนื่องจากเป็นคนนอนกลางวันเป็นหลัก จึงทำให้ในช่วงกลางคืนอาจจะมีอาการหลับๆ ตื่นๆ บ้าง เจ้าหน้าที่จึงต้องดูแลในส่วนของยานอนหลับและการประเมินทางจิตวิทยาอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ดี เขาไม่มีอาการบ่งชี้ถึงภาวะทำร้ายตัวเองแต่อย่างใด หากครอบครัวต้องการติดต่อเยี่ยม สามารถทำได้ตามระเบียบของกรมราชทัณฑ์หลังจากพ้นช่วงกักตัวครบ 5 วันแล้ว
บทเรียนจากเหตุการณ์นี้ย้ำให้เห็นว่า กระบวนการยุติธรรมในเรือนจำนั้นมีความเป็นสากลและรัดกุม โดยเน้นการปฏิบัติตามกฎระเบียบอย่างเคร่งครัด เพื่อให้มั่นใจได้ว่าสวัสดิภาพของผู้ต้องขังทุกคนจะได้รับการดูแลอย่างเป็นธรรม แม้จะมีปัจจัยเฉพาะตัวที่หลายคนจับตามอง แต่สุดท้ายแล้วหลักการบริหารงานราชทัณฑ์ที่โปร่งใสจะเป็นตัวพิสูจน์ให้สังคมเห็นถึงความเท่าเทียมในสถานควบคุมแห่งนี้
ที่มา – ฉลองนอนเรือนจำคืนแรก ปรับตัวได้ ทานข้าวเย็น พบมีความดันโลหิตสูงเล็กน้อย