จ.คุมาโมโตโวยกลาโหมญี่ปุ่น ขนย้ายเครื่องยิงขีปนาวุธพิสัยไกลเข้าพื้นที่

จ.คุมาโมโตโวยกลาโหมญี่ปุ่น

จ.คุมาโมโตโวยกลาโหมญี่ปุ่น ขนย้ายเครื่องยิงขีปนาวุธพิสัยไกลเข้าพื้นที่ โดยไม่แจ้งล่วงหน้า สร้างความไม่พอใจให้กับเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นอย่างมาก เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อวันจันทร์ที่ 9 มีนาคม 2569 ที่จังหวัดคุมาโมโตะ ทางตะวันตกเฉียงใต้ของญี่ปุ่น รัฐบาลท้องถิ่นออกมาแสดงจุดยืนชัดเจนต่อการกระทำของกระทรวงกลาโหม

จ.คุมาโมโตโวยกลาโหมญี่ปุ่น ขนย้ายเครื่องยิงขีปนาวุธพิสัยไกลเข้าพื้นที่

กระทรวงกลาโหมญี่ปุ่นได้ขนย้ายเครื่องยิงขีปนาวุธแบบภาคพื้นสู่เรือรุ่น Type 12 ที่ปรับปรุงใหม่ ไปยังค่ายเคนกุนในเมืองคุมาโมโตะตั้งแต่เช้าวันจันทร์ โดยขีปนาวุธนี้มีพิสัยยิงไกลถึง 1,000 กิโลเมตร สามารถโจมตีเรือรบในทะเลและเป้าหมายอื่นๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ระบบนี้มีกำหนดติดตั้งใช้งานอย่างเป็นทางการภายในสิ้นเดือนมีนาคมนี้

ทาคาชิ คิมูระ ผู้ว่าราชการจังหวัดคุมาโมโตะ เปิดเผยกับสื่อมวลชนว่ากระทรวงกลาโหมปฏิเสธที่จะให้รายละเอียดแผนการติดตั้ง ทำให้เกิดความไม่ไว้วางใจอย่างรุนแรง “เป็นเรื่องที่น่าเสียใจอย่างยิ่ง” เขากล่าว นอกจากนี้ คาซูฟูมิ โอนิชิ นายกเทศมนตรีเมืองคุมาโมโตะ ยังแถลงว่าการไม่ชี้แจงล่วงหน้าทำให้ความเชื่อมั่นต่อกระทรวงกลาโหมลดลงอย่างมีนัยสำคัญ

ผลกระทบต่อประชาชนท้องถิ่นจากจ.คุมาโมโตโวยกลาโหมญี่ปุ่น

เมื่อข่าวจ.คุมาโมโตโวยกลาโหมญี่ปุ่น แพร่กระจาย ความวิตกกังวลของประชาชนเพิ่มสูงขึ้นทันที พื้นที่ค่ายทหารอาจกลายเป็นเป้าหมายการโจมตีจากศัตรู ทำให้ชีวิตประจำวันของชาวบ้านได้รับผลกระทบ นายกเทศมนตรีเรียกร้องให้กระทรวงกลาโหมเคารพรัฐบาลท้องถิ่นและแก้ไขข้อกังวลอย่างจริงจัง

  • กระทรวงกลาโหมไม่แจ้งล่วงหน้า สร้างความไม่โปร่งใส
  • ขีปนาวุธพิสัยไกล 1,000 กม. เพิ่มความเสี่ยงด้านความมั่นคง
  • ผู้ว่าฯ และนายกฯ ท้องถิ่นร่วมวิพากษ์วิจารณ์
  • สื่อญี่ปุ่นรายงานแผนนี้ถูกคัดค้านมานาน

เหตุการณ์นี้สะท้อนถึงความตึงเครียดระหว่างรัฐบาลกลางและท้องถิ่นในญี่ปุ่น โดยเฉพาะในยุคที่ญี่ปุ่นกำลังเสริมกำลังป้องกันตัวเองท่ามกลางความขัดแย้งในภูมิภาคเอเชีย เช่น ความตึงเครียดกับจีนและเกาหลีเหนือ การติดตั้งระบบขีปนาวุธ Type 12 ที่พัฒนาโดย Mitsubishi Heavy Industries ถือเป็นส่วนหนึ่งของนโยบายป้องกันภัยทางทะเล แต่การขาดการสื่อสารทำให้เกิดข้อขัดแย้ง

ในอดีต จังหวัดคุมาโมโตะเคยเผชิญแผ่นดินไหวใหญ่ปี 2559 ทำให้ประชาชนไวต่อความเสี่ยงภัยพิบัติ การนำอาวุธหนักเข้ามาอาจยิ่งเพิ่มความกังวล นอกจากนี้ แผนป้องกันของญี่ปุ่นยังรวมถึงการเพิ่มงบประมาณกลาโหมเป็น 2% ของ GDP ภายในปี 2027 ซึ่งอาจนำไปสู่เหตุการณ์คล้ายๆ กันในพื้นที่อื่น

ผู้เชี่ยวชาญวิเคราะห์ว่าการย้ายขีปนาวุธนี้เป็นการตอบสนองต่อภัยคุกคามจากขีปนาวุธจีนที่ยิงได้ไกลกว่า แต่รัฐบาลท้องถิ่นยืนยันว่าต้องมีการปรึกษาหารือเพื่อสร้างสมดุลระหว่างความมั่นคงแห่งชาติและความปลอดภัยของประชาชน

สุดท้ายแล้ว จ.คุมาโมโตโวยกลาโหมญี่ปุ่น ชี้ให้เห็นถึงความจำเป็นในการสื่อสารที่ดีขึ้นระหว่างหน่วยงาน หากญี่ปุ่นต้องการเสริมแกร่งด้านกลาโหมโดยไม่เสียความไว้วางใจจากประชาชน คุณคิดอย่างไรกับเรื่องนี้? แสดงความเห็นในคอมเมนต์และติดตามข่าวสารด้านความมั่นคงเอเชียเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ของเรา

ที่มา – จ.คุมาโมโตโวยกลาโหมญี่ปุ่น ขนย้ายเครื่องยิงขีปนาวุธพิสัยไกลเข้าพื้นที่

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *