จีนเร่งดันใช้ AI ในพลังงาน หนุนศก.สีเขียว
จีนกำลังเดินหน้าผลักดันการใช้เทคโนโลยี AI ในภาคพลังงานอย่างจริงจัง เพื่อสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านไปสู่เศรษฐกิจสีเขียวและการลดคาร์บอน นี่เป็นก้าวสำคัญที่แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของจีนในการพัฒนาพลังงานอย่างยั่งยืน

คณะกรรมการพัฒนาและปฏิรูปแห่งชาติจีน (NDRC) และสำนักบริหารพลังงานแห่งชาติจีน (NEA) ได้ประกาศแผนการที่ชัดเจนสำหรับการเร่งนำ เทคโนโลยี AI มาใช้ในภาคพลังงาน โดยมีเป้าหมายหลักคือการสร้างความมั่นคงทางพลังงาน เพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินงาน และสนับสนุนการเปลี่ยนแปลงไปสู่แหล่งพลังงานที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและปล่อยคาร์บอนต่ำ
สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า แผนการนี้มีเป้าหมายที่จะสร้างระบบนวัตกรรมที่ผสานรวม AI เข้ากับอุตสาหกรรมพลังงาน และตั้งเป้าที่จะบรรลุความก้าวหน้าที่สำคัญในด้านเทคโนโลยี AI ภายในปี 2570
ภายในปี 2573 จีนต้องการเป็นผู้นำระดับโลกในการใช้ AI ในภาคพลังงาน รวมถึงการพัฒนากลไกขั้นสูงในการประสานพลังการประมวลผลกับการจัดหาพลังงานไฟฟ้า ทั้งนี้ยังมีการเรียกร้องให้มีการนำ AI ไปใช้ให้มากขึ้นในหลากหลายส่วน เช่น โครงข่ายไฟฟ้า พลังงานหมุนเวียน และพลังงานนิวเคลียร์
จีนเร่งผลักดันใช้ AI ในภาคพลังงาน หนุนเปลี่ยนผ่านสู่ศก.สีเขียว-คาร์บอนต่ำ
แผนการดังกล่าวยังมุ่งเน้นไปที่ความก้าวหน้าของเทคโนโลยีหลัก เช่น ข้อมูล พลังการประมวลผล และอัลกอริทึม โดยมีมาตรการต่าง ๆ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพกลไกการแลกเปลี่ยนข้อมูล สร้างกลไกที่บูรณาการเชิงลึกสำหรับการประสานพลังการประมวลผลกับการจัดหาพลังงานไฟฟ้า และส่งเสริมการบูรณาการ AI และซอฟต์แวร์เชิงลึกในภาคพลังงาน
การสนับสนุนทางการเงินและการพัฒนาบุคลากรที่มีความสามารถรอบด้าน ซึ่งมีความเชี่ยวชาญทั้งด้านระบบพลังงานและการประยุกต์ใช้ AI ถือเป็นสิ่งจำเป็นที่แผนการนี้เน้นย้ำ
ทำไมจีนถึงเร่งผลักดันการใช้ AI ในภาคพลังงาน?
การที่จีน เร่งผลักดันใช้ AI ในภาคพลังงาน นั้นมีเหตุผลสำคัญหลายประการ ประการแรกคือการเพิ่มประสิทธิภาพในการผลิตและจัดจำหน่ายพลังงาน AI สามารถช่วยในการวิเคราะห์ข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data) เพื่อคาดการณ์ความต้องการพลังงาน ปรับปรุงการจัดการโครงข่ายไฟฟ้า และลดการสูญเสียพลังงานระหว่างทาง
ประการที่สองคือการส่งเสริมการใช้พลังงานหมุนเวียน AI สามารถช่วยในการพยากรณ์สภาพอากาศ ซึ่งมีความสำคัญต่อการผลิตพลังงานจากแสงอาทิตย์และลม นอกจากนี้ AI ยังสามารถช่วยในการจัดการและควบคุมระบบพลังงานหมุนเวียนให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
ประการสุดท้ายคือการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก โดยการใช้ AI ในการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานและส่งเสริมการใช้พลังงานหมุนเวียน จะช่วยให้จีนสามารถลดการพึ่งพาพลังงานจากเชื้อเพลิงฟอสซิลและลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้อย่างมีนัยสำคัญ
การใช้ AI ในภาคพลังงาน ไม่ได้จำกัดอยู่แค่ในระดับประเทศเท่านั้น แต่ยังสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในระดับท้องถิ่นและระดับบุคคลได้อีกด้วย ตัวอย่างเช่น สามารถใช้ AI ในการจัดการพลังงานในอาคารอัจฉริยะ หรือใช้ในการพัฒนาระบบการซื้อขายพลังงานแบบ Peer-to-Peer
การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ไม่เพียงแต่จะส่งผลดีต่อสิ่งแวดล้อมเท่านั้น แต่ยังเป็นการสร้างโอกาสทางธุรกิจใหม่ ๆ อีกมากมาย บริษัทที่สามารถพัฒนาและนำเสนอโซลูชัน AI ที่ตอบโจทย์ความต้องการของภาคพลังงานได้ ก็จะสามารถเติบโตและประสบความสำเร็จได้อย่างรวดเร็ว
ในขณะที่จีนกำลัง เร่งผลักดันใช้ AI ในภาคพลังงาน ประเทศอื่น ๆ ทั่วโลกก็กำลังให้ความสนใจและลงทุนในเทคโนโลยีนี้เช่นกัน การแลกเปลี่ยนความรู้และประสบการณ์ระหว่างประเทศจะเป็นสิ่งสำคัญในการขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงไปสู่ระบบพลังงานที่ยั่งยืน
จับตาดูการเปลี่ยนแปลงนี้ให้ดี เพราะมันอาจเป็นจุดเริ่มต้นของยุคใหม่แห่งพลังงานที่สะอาดและมีประสิทธิภาพมากขึ้น
ที่มา – จีนเร่งผลักดันใช้ AI ในภาคพลังงาน หนุนเปลี่ยนผ่านสู่ศก.สีเขียว-คาร์บอนต่ำ