จีนสละสิทธิพิเศษประเทศกำลังพัฒนาใน WTO

ทางการจีนประกาศเมื่อวันอังคาร (23 ก.ย.) ว่า จะสละสิทธิประโยชน์ที่ได้รับจากสถานะประเทศกำลังพัฒนาในเวทีองค์การการค้าโลก (WTO)

นายหลี่เฉียง นายกรัฐมนตรีสาธารณรัฐประชาชนจีน (ภาพ: thaigov.go.th) วันที่ 6 ก.พ. 2568

หลี่ เฉียง นายกรัฐมนตรีจีนเปิดเผยว่า จีนจะไม่ขอรับสิทธิพิเศษในฐานะประเทศกำลังพัฒนา (Special and Differential Treatment หรือ SDT) ทั้งในข้อตกลงปัจจุบันและข้อตกลงใหม่ของ WTO ระหว่างการประชุมนอกรอบของการประชุมสมัชชาใหญ่สหประชาชาติ (UNGA) ที่นครนิวยอร์ก

เอ็นโกซี โอคอนโจ-ไอวีลา ผู้อำนวยการใหญ่ WTO ระบุในแถลงการณ์ที่เผยแพร่บนเอ็กซ์ว่า นี่คือผลลัพธ์จากความพยายามหลายปี และดิฉันขอชื่นชมการนำของจีนในประเด็นนี้

ก่อนหน้านี้ สหรัฐฯ เคยวิจารณ์ว่า การปฏิรูป WTO จะไม่เกิดขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจนกว่าจีนและกลุ่มประเทศเศรษฐกิจขนาดใหญ่จะสละสิทธิ SDT ซึ่งสหรัฐฯ มองว่าสร้างความได้เปรียบอย่างไม่เป็นธรรม และต้องการให้จีนสละสิทธิทั้งหมดอย่างครบถ้วน

ขณะเดียวกัน จีนเคยเปิดเผยกับสำนักข่าวรอยเตอร์ว่า สถานะประเทศกำลังพัฒนาของตนไม่สามารถเจรจาได้ แต่เปิดกว้างที่จะหารือเกี่ยวกับสิทธิ SDT เงินอุดหนุน และนโยบายอุตสาหกรรมในกรอบการปฏิรูป WTO ก่อนการประชุมรัฐมนตรีปี 2569 ที่ประเทศแคเมอรูน

ปัจจุบัน ประเทศเศรษฐกิจขนาดใหญ่ เช่น จีนและซาอุดีอาระเบียระบุสถานะตนเองว่าเป็นประเทศกำลังพัฒนา ซึ่งทำให้สามารถได้รับสิทธิพิเศษภายใต้ SDT เช่น การกำหนดภาษีสูงขึ้นและการใช้เงินอุดหนุน

จีนประกาศสละสิทธิพิเศษประเทศกำลังพัฒนาใน WTO เปิดทางปฏิรูปการค้าโลก

การตัดสินใจของจีนในการ ประกาศสละสิทธิพิเศษประเทศกำลังพัฒนาใน WTO ถือเป็นก้าวสำคัญในการปฏิรูปการค้าโลก การเปลี่ยนแปลงนี้อาจส่งผลกระทบอย่างมากต่อประเทศกำลังพัฒนาอื่นๆ เนื่องจากอาจถูกกดดันให้ต้องทำตาม นอกจากนี้ การที่จีนซึ่งเป็นประเทศเศรษฐกิจใหญ่อันดับสองของโลก สละสิทธิ์ดังกล่าว อาจนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างการค้าโลกในวงกว้าง

การสละสิทธิ์นี้ จะทำให้จีนต้องแข่งขันอย่างเท่าเทียมกับประเทศพัฒนาแล้วอื่นๆ ในเวทีการค้าโลก ซึ่งอาจส่งผลดีต่อผู้บริโภคทั่วโลก เนื่องจากอาจทำให้ราคาสินค้าและบริการลดลง อย่างไรก็ตาม อาจส่งผลกระทบต่อผู้ผลิตในประเทศจีนที่เคยได้รับสิทธิพิเศษต่างๆ

ผลกระทบต่อประเทศไทย: การที่จีน ประกาศสละสิทธิพิเศษประเทศกำลังพัฒนาใน WTO อาจส่งผลกระทบต่อประเทศไทยในหลายด้าน ดังนี้:

  • โอกาสทางการค้า: ประเทศไทยอาจมีโอกาสทางการค้ามากขึ้นกับจีน เนื่องจากจีนจะต้องเปิดตลาดมากขึ้นและลดอุปสรรคทางการค้า
  • การแข่งขัน: ผู้ประกอบการไทยอาจต้องเผชิญกับการแข่งขันที่สูงขึ้นจากสินค้าและบริการของจีน
  • การลงทุน: การลงทุนจากจีนในประเทศไทยอาจเพิ่มขึ้น เนื่องจากจีนต้องการหาตลาดใหม่ๆ และลดต้นทุนการผลิต

ดังนั้น ประเทศไทยควรเตรียมพร้อมรับมือกับการเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นจากการตัดสินใจของจีน โดยการพัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบการไทย ส่งเสริมการลงทุนในเทคโนโลยีและนวัตกรรม และสร้างความร่วมมือกับประเทศอื่นๆ เพื่อให้สามารถใช้ประโยชน์จากการเปลี่ยนแปลงนี้ได้อย่างเต็มที่

ผลกระทบระยะยาวจากการสละสิทธิพิเศษประเทศกำลังพัฒนาใน WTO

การ ประกาศสละสิทธิพิเศษประเทศกำลังพัฒนาใน WTO ไม่ได้เกิดขึ้นโดยปราศจากเหตุผลเบื้องหลัง การตัดสินใจครั้งนี้อาจมีผลมาจากการที่จีนต้องการแสดงบทบาทที่แข็งแกร่งขึ้นในเวทีโลก และอาจเป็นความพยายามที่จะลดแรงกดดันจากสหรัฐฯ และประเทศอื่นๆ ที่มองว่าจีนได้รับประโยชน์ที่ไม่เป็นธรรมจากสถานะประเทศกำลังพัฒนา

ในระยะยาว การเปลี่ยนแปลงนี้อาจนำไปสู่ระบบการค้าโลกที่เป็นธรรมและโปร่งใสมากขึ้น ซึ่งทุกประเทศต้องปฏิบัติตามกฎเกณฑ์เดียวกัน อย่างไรก็ตาม อาจต้องใช้เวลาอีกหลายปีก่อนที่ผลกระทบที่แท้จริงจะปรากฏออกมาอย่างชัดเจน

ดังนั้น เราจึงควรติดตามความคืบหน้าของการเปลี่ยนแปลงนี้อย่างใกล้ชิด และเตรียมพร้อมที่จะปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์ใหม่ๆ ที่อาจเกิดขึ้น

ที่มา – จีนประกาศสละสิทธิพิเศษประเทศกำลังพัฒนาใน WTO เปิดทางปฏิรูปการค้าโลก

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *