จิมมี่ พิฆเนศ คว้าทองคิกบ็อกซิ่ง ซีเกมส์ทั้งน้ำตา

“จิมมี่” พิฆเนศ สุขหยิก นักกีฬาคิกบ็อกซิ่งทีมชาติไทย เจ้าของเหรียญทองซีเกมส์ ประเภท ทาทามิ พอยต์ ไฟติ้ง รุ่น 63 กิโลกรัม หลั่งน้ำตาเปิดใจหลังคว้าเหรียญทองได้สำเร็จ เผยกัดฟันสู้เพราะมีอาการบาดเจ็บระหว่างแข่ง ย้ำสุดภูมิใจกับเหรียญนี้

นักกีฬาทีมชาติไทย ขึ้นเวทีดวลกับ สิเปตู อาริยานตา จากอินโดนีเซีย ก่อนที่ในยกที่ 3 “จิมมี” มีอาการบาดเจ็บที่หัวไหล่ซ้าย ต้องออกไปปฐมพยาบาลพักใหญ่ ก่อนจะลงมากัดฟันสู้แบบได้ใจกองเชียร์ชาวไทย สุดท้าย “จิมมี่” เป็นฝ่ายชนะไป 14-7 คะแนน คว้าเหรียญทองไปครอง

หลังการแข่งขัน จิมมี่ เปิดใจว่า “ดีใจแบบดีใจมากๆ เพราะตอนแข่งในยกสุดท้ายก็มีอาการบาดเจ็บ มันเป็นอะไรที่ไม่คาดคิดมาก่อน แอบตกใจ แต่ก็พยายามคุมสติกลับมาอยู่ในเกมให้ได้

ใจตอนนั้นคิดแค่ว่าถึงจะมีหมัดเดียว หรือ แขนเดียวก็จะต้องชนะให้ได้ (ร้องไห้) เพราะตั้งใจมากๆ ที่จะคว้าเหรียญทองในครั้งนี้ หนูซ้อมมาอย่างหนัก อยากจะทำให้สมาคมทุกคนพอใจ เพราะสมาคมซัพพอร์ตหนูมาตลอดไม่บกพร่องเลย ภูมิใจมากๆที่คว้าเหรียญทองครั้งนี้ได้ ตอนอยู่ในสนามไม่คิดว่าตัวเองจะแพ้เลย เรามาเพื่อจะเอาเหรียญทองให้พี่น้องชาวไทย หนูให้สัมภาษณ์มาตลอดว่าหนูไม่ได้สู้คนเดียว หนูสู้ไปกับคนไทยทั้งประเทศ และวันนี้หนูทำได้แล้ว หนูคว้าเหรียญทองซีเกมส์ได้แล้ว

ขอบคุณทุกคนมากๆที่ส่งแรงใจแรงเชียร์ ไม่รู้ว่าจะขอบคุณยังไง แต่เหรียญทองนี้ขอให้มันเป็นสิ่งการันตีที่ทุกคนเชียร์หนูแล้วกันค่ะ ตอนนี้อาการเจ็บยังไม่รู้สึกอะไร แค่เป็นจังหวะแรงกระแทกกัน น่าจะเป็นไหล่หลุดล็อกนิดนึง แต่ไม่ได้หลุดออกมาทั้งหมด

นอกจากนี้ จิมมี่ พิฆเนศ หลั่งน้ำตาเปิดใจกัดฟันฝ่าอาการบาดเจ็บ ก่อนคว้าทองคิกบ็อกซิ่ง ศึกซีเกมส์ ยังกล่าวถึงการถูกตักเตือนจากสหพันธ์คิกบ็อกถึงเรื่องการฟูลเทิร์นที่เป็นเอกลักษณ์ อย่างไรก็ตามเจ้าตัวยืนยันว่าจะยังฟูลเทิร์นต่อ และขอบคุณสมาคมคิกบ็อกซิ่งที่สนับสนุนให้เป็นตัวของตัวเอง

“เมื่อวานถูกตักเตือนจากสหพันธ์ว่าการหมุนตัวตอนเดินออกไปแข่งขันว่าไม่เหมาะสม แต่ทางสมาคมของเราไม่ได้ตำหนิหนูเลย แต่ให้หนูเป็นตัวของตัวเอง

ตอนเกมเมื่อวานที่ฟูลเทิร์น ทางสมาคมบอกว่าหมุนเบาไปเอาแรงกว่านี้อีกนิด แต่พอแรงขึ้นทางสหพันธ์ก็มาตัดสินเราในเรื่องเพศสภาพแต่ก็ไม่เป็นไร เราก็ทำตามไปก่อนเพื่อรักษาสิทธิประโยชน์ของตัวเอง ให้เราสามารถเข้ามาชิงเหรียญทองได้

หนูอยากให้เปิดกว้างขวางมากๆเลย เพราะทุกวันนี้เพศสภาพไม่เกี่ยว ซึ่งวันนี้หนูพิสูจน์แล้วว่า เมื่อถึงวันที่เราขึ้นไปชกบนสนามเพศสภาพก็เป็นแค่เพศสภาพ เพราะสุดท้ายแล้วก็คือคนหนึ่งคนที่มาต่อสู้กัน มาโชว์เทคนิคเพื่อคว้าชัยชนะแค่นั้นเลย

อย่างไรก็ตาม จิมมี่ ทิ้งท้ายยืนยันว่า รายการหน้าจะยังคงฟูลเทิร์นต่อไปอย่างแน่นอน

จิมมี่ พิฆเนศ หลั่งน้ำตาเปิดใจกัดฟันฝ่าอาการบาดเจ็บ ก่อนคว้าทองคิกบ็อกซิ่ง ศึกซีเกมส์

เบื้องหลังความสำเร็จของ จิมมี่ พิฆเนศ

เรื่องราวของจิมมี่ พิฆเนศ ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ การจิมมี่ พิฆเนศ หลั่งน้ำตาเปิดใจกัดฟันฝ่าอาการบาดเจ็บ ก่อนคว้าทองคิกบ็อกซิ่ง ศึกซีเกมส์ แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นและจิตใจที่แข็งแกร่งของนักกีฬาคนนี้ อาการบาดเจ็บระหว่างการแข่งขันเป็นสิ่งที่นักกีฬาหลายคนหวาดกลัว แต่จิมมี่กลับใช้ความเจ็บปวดนั้นเป็นแรงผลักดัน

การสนับสนุนจากสมาคมคิกบ็อกซิ่งก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่ทำให้จิมมี่ประสบความสำเร็จ การที่สมาคมเปิดโอกาสให้จิมมี่เป็นตัวของตัวเอง ทำให้เขามีความมั่นใจและกล้าที่จะแสดงศักยภาพอย่างเต็มที่ การถูกตักเตือนเรื่องการฟูลเทิร์นอาจทำให้หลายคนท้อแท้ แต่จิมมี่กลับมองว่าเป็นความท้าทายและพร้อมที่จะปรับตัวเพื่อให้สามารถแข่งขันต่อไปได้

สิ่งที่จิมมี่เน้นย้ำเสมอคือเขาไม่ได้สู้เพียงลำพัง แต่สู้เพื่อคนไทยทั้งประเทศ คำพูดนี้แสดงให้เห็นถึงความรักชาติและความรับผิดชอบที่เขามีต่อแฟนกีฬาชาวไทยทุกคน เหรียญทองที่จิมมี่ พิฆเนศ หลั่งน้ำตาเปิดใจกัดฟันฝ่าอาการบาดเจ็บ ก่อนคว้าทองคิกบ็อกซิ่ง ศึกซีเกมส์ คว้ามาได้จึงเป็นมากกว่าเหรียญรางวัล แต่เป็นสัญลักษณ์แห่งความหวังและแรงบันดาลใจให้กับเยาวชนไทย

เรื่องราวของจิมมี่สอนให้เรารู้ว่า ความสำเร็จไม่ได้มาโดยง่าย ต้องมีความมุ่งมั่น อดทน และที่สำคัญคือการได้รับการสนับสนุนจากคนรอบข้าง หากคุณกำลังเผชิญกับอุปสรรค จงอย่าท้อแท้และจงจำไว้ว่าคุณไม่ได้อยู่คนเดียว

จิมมี่ พิฆเนศ หลั่งน้ำตาเปิดใจกัดฟันฝ่าอาการบาดเจ็บ ก่อนคว้าทองคิกบ็อกซิ่ง ศึกซีเกมส์ เป็นเรื่องราวที่สร้างแรงบันดาลใจให้กับทุกคนที่กำลังตามหาความฝัน อย่าปล่อยให้ความกลัวมาหยุดยั้งคุณ!

ที่มา – จิมมี่ พิฆเนศ หลั่งน้ำตาเปิดใจกัดฟันฝ่าอาการบาดเจ็บ ก่อนคว้าทองคิกบ็อกซิ่ง ศึกซีเกมส์

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *