จับจนท.เวชระเบียน โรงพยาบาลเอกชน เป็นนายหน้า จัดหาลูกค้าจีนมาทำคลอด
จับจนท.เวชระเบียน โรงพยาบาลเอกชน เป็นนายหน้า จัดหาลูกค้าจีนมาทำคลอด
กลายเป็นประเด็นร้อนแรงในวงการสาธารณสุข เมื่อมีการบุกเข้าจับจนท.เวชระเบียน โรงพยาบาลเอกชน เป็นนายหน้า จัดหาลูกค้าจีนมาทำคลอด ซึ่งขบวนการนี้ทำกันมาอย่างยาวนานกว่า 5 ปี โดยอาศัยช่องโหว่ในการทำเอกสารและข้อมูลในเวชระเบียนเพื่อแสวงหาผลประโยชน์อย่างไม่ถูกต้อง
พฤติการณ์การกระทำผิดของขบวนการนายหน้า
เหตุการณ์เริ่มต้นจากการที่ชุดสืบสวนตำรวจนครบาลปฏิบัติการจู่โจมจับกุม นางสาว ส. ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่เวชระเบียนโรงพยาบาลเอกชนย่านธนบุรี เธอทำหน้าที่เป็นนายหน้าจัดหาลูกค้าชาวจีนเข้ามาใช้บริการคลอดบุตร โดยเรียกเก็บค่าแพ็กเก็จคลอดในราคา 70,000 บาท แลกกับค่าดำเนินการเอกสารส่วนตัวเข้ากระเป๋าไปถึง 20,000 บาทต่อราย การที่เจ้าหน้าที่ใช้ตำแหน่งหน้าที่มาทำเช่นนี้ถือเป็นการละเมิดจรรยาบรรณวิชาชีพอย่างร้ายแรง
จากการตรวจสอบข้อมูลย้อนหลัง พบว่าพฤติกรรมของขบวนการจับจนท.เวชระเบียน โรงพยาบาลเอกชน เป็นนายหน้า จัดหาลูกค้าจีนมาทำคลอด รายนี้ส่งผลกระทบต่อความมั่นคงและมาตรการการเข้าเมืองอย่างมาก โดยพบสถิติที่น่าตกใจดังนี้:
- พบคนจีนที่ใช้ชื่อพ่อชาวไทยมาแจ้งเกิดบุตรจำนวนถึง 164 คน
- ไม่มีประวัติการฝากครรภ์ที่โรงพยาบาลมาก่อน
- โรงพยาบาลมีการรับรองหนังสือการเกิดให้ ทั้งที่ตัวคุณพ่อชาวไทยไม่ได้ปรากฏในประวัติการฝากครรภ์
ผลกระทบและบทลงโทษตามกฎหมาย
กรณีการจับจนท.เวชระเบียน โรงพยาบาลเอกชน เป็นนายหน้า จัดหาลูกค้าจีนมาทำคลอด สะท้อนให้เห็นถึงความหละหลวมในการตรวจสอบเอกสารสำคัญของสถานพยาบาลบางแห่ง ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจได้แจ้งข้อกล่าวหา ‘เป็นเจ้าหน้าที่ปฏิบัติหน้าที่ หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ หรือปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริตฯ’ และขณะนี้กำลังขยายผลเพื่อจับกุมผู้ที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติม เพราะเชื่อว่าเป็นขบวนการใหญ่ที่ทำกันเป็นระบบ
เรื่องนี้ถือเป็นบทเรียนราคาแพงสำหรับสถานพยาบาลที่ต้องเข้มงวดกับระบบเวชระเบียนและพนักงานในสังกัดมากขึ้น เพราะการกระทำเพียงลำพังของบุคคลบางกลุ่ม อาจทำลายชื่อเสียงขององค์กรและส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของชาติได้ เราควรเฝ้าระวังและตรวจสอบความโปร่งใสในสถานพยาบาลเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ซ้ำอีก
ที่มา – จับจนท.เวชระเบียน โรงพยาบาลเอกชน เป็นนายหน้า จัดหาลูกค้าจีนมาทำคลอด