จับคารถส่ง SMS ปลอม: กลโกงดูดเงิน!

ภัยร้ายใกล้ตัว! ตำรวจจับกุมมิจฉาชีพ **จับคารถ​มิจฉาชีพใช้เครื่องส่ง SMS ปลอม ขับรถตระเวนส่งลิงค์ปลอมดูดเงิน** ได้คาหนังคาเขา พร้อมของกลางเครื่องส่งสัญญาณและโทรศัพท์มือถือหลายเครื่อง กลุ่มคนร้ายใช้วิธีการขับรถตระเวนส่งข้อความ SMS หลอกลวงประชาชน ให้คลิกลิงก์ปลอมเพื่อขโมยข้อมูลและดูดเงินออกจากบัญชี

**จับคารถ​มิจฉาชีพใช้เครื่องส่ง SMS ปลอม ขับรถตระเวนส่งลิงค์ปลอมดูดเงิน**

เมื่อวันที่ 10 สิงหาคมที่ผ่านมา ตำรวจ บช.สอท. ร่วมกับ AIS แถลงข่าวปฏิบัติการ “OPERATION PINKLAO” จับกุมนายนิรันดร์ อายุ 20 ปี และนายกิตติวรา อายุ 22 ปี พร้อมของกลางเป็นเครื่องส่งสัญญาณและโทรศัพท์มือถือ 4 เครื่อง หลังสกัดจับรถยนต์ต้องสงสัยได้บริเวณปั๊มน้ำมันแห่งหนึ่งย่านถนนสิรินธร กรุงเทพฯ

พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ ผบช.สอท. กล่าวว่า การจับกุมครั้งนี้เป็นผลมาจากการที่ บช.สอท. ร่วมกับ AIS เดินหน้ากวาดล้างกลุ่มมิจฉาชีพที่ใช้เครื่องจำลองสถานีฐาน (False Base Station) ซึ่งสามารถส่ง SMS ปลอมจากชื่อผู้ส่งที่เป็นหน่วยงานต่างๆ ทั้งภาครัฐและเอกชนได้ โดยใช้ข้อความหลอกล่อ เช่น “คะแนนจะหมดอายุ” หรือ “รับรางวัล” เพื่อให้ประชาชนหลงเชื่อและคลิกลิงก์อันตราย

พ.ต.อ.อดิชาต อมรประดิษฐ ผกก.วิเคราะห์ข่าวและเครื่องมือพิเศษ บก.สอท.3 ระบุว่า ก่อนหน้าการจับกุม AIS ได้รับแจ้งจากประชาชนว่าได้รับ SMS ปลอมที่มีลิงก์น่าสงสัย จึงได้ประสานข้อมูลมายังตำรวจไซเบอร์เพื่อสืบสวน จนกระทั่งพบรถยนต์ต้องสงสัยและเข้าทำการตรวจค้น

จากการตรวจค้นพบอุปกรณ์เครื่องส่งสัญญาณที่ผิดกฎหมาย ซึ่งกำลังทำงานอยู่ และยังคงได้รับ SMS ปลอมเลียนแบบธนาคารและค่ายมือถืออย่างต่อเนื่อง

อุปกรณ์ที่ใช้ในการ **จับคารถ​มิจฉาชีพใช้เครื่องส่ง SMS ปลอม ขับรถตระเวนส่งลิงค์ปลอมดูดเงิน** มีอะไรบ้าง?

พ.ต.ท.ชนทัช วุฒิภัทรโสภณ รอง ผกก.วิเคราะห์ข่าวและเครื่องมือพิเศษ บก.สอท.3 อธิบายว่า อุปกรณ์ที่ใช้ในการกระทำผิดเรียกว่า เครื่องจำลองสถานีส่งสัญญาณ (False Base Station) ประกอบด้วย:

  • แบตเตอรี่ (กล่องสีดำ)
  • เครื่องจำลองสถานีส่งสัญญาณ (เครื่องสีเงิน)
  • เครื่องกระจายสัญญาณ (กล่องสีขาว)
  • โทรศัพท์มือถือ (ใช้ควบคุมเนื้อหา)

อุปกรณ์เหล่านี้ทำงานร่วมกัน สามารถส่งข้อความปลอมผ่านการส่งสัญญาณได้ในรัศมี 1 กิโลเมตร ผู้ต้องหารับสารภาพว่าตระเวนขับรถยนต์ปล่อยสัญญาณในพื้นที่กรุงเทพฯ เน้นย่านสาธร พระราม 4 สุขุมวิท และเพชรบุรี ส่ง SMS ปลอมได้มากกว่า 2 หมื่นข้อความต่อวัน

ผลการสอบสวนเบื้องต้นพบว่า นายนิรันดร์เคยทำงานในกัมพูชาและได้รับการว่าจ้างจากนายจ้างชาวจีนผ่านแอปพลิเคชัน Telegram ให้ขับรถตระเวนส่ง SMS โดยได้รับค่าจ้างวันละ 2,500 บาท

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่แจ้ง 6 ข้อหา ได้แก่ ร่วมกันทำ มีใช้ นำเข้า นำออก หรือค้าเครื่องส่งสัญญาณ, ร่วมกันตั้งสถานีวิทยุคมนาคม, ร่วมกันใช้คลื่นความถี่โดยไม่ได้รับอนุญาต, ร่วมกันพยายามฉ้อโกง, ร่วมกันดักสัญญาณ และร่วมทำผิดฐานอั้งยี่

นายวิสิษฐศักดิ์ จาก AIS กล่าวว่า อุปกรณ์ดังกล่าวใช้สำหรับส่ง SMS ปลอมไปยังเหยื่อ โดยมีมือถือเป็นสื่อกลางในการสั่งการ สามารถกระจายสัญญาณได้ประมาณ 1-2 กิโลเมตร และส่งข้อความได้สูงสุดต่อวันกว่า 20,000 ข้อความ ทั้งนี้ AIS ไม่มีนโยบายในการส่งลิงก์ให้ผู้ใช้บริการกรอกข้อมูลส่วนตัว และไม่มีการโทรศัพท์ตรงไปหาลูกค้า

พล.ต.ท.ไตรรงค์ กล่าวเพิ่มเติมว่า เครือข่ายคอลเซนเตอร์ได้ย้ายฐานปฏิบัติการจากปอยเปตเข้าไปในพื้นที่จังหวัดอื่นๆ ของกัมพูชา และเปลี่ยนวิธีการโยกย้ายเงิน โดยกลับมาใช้วิธีการให้เจ้าของบัญชีม้ากดเงินตามตู้ ATM แทน

ตำรวจยังคงขยายผลจับกุมผู้เกี่ยวข้องกับคดีนี้ และประสานงานกับตำรวจสากล (Interpol) เพื่อออกหมายจับสากล

ข้อควรระวัง: อย่าหลงเชื่อ SMS ที่มีลิงก์น่าสงสัย ไม่ว่าข้อความนั้นจะดูน่าเชื่อถือแค่ไหนก็ตาม ตรวจสอบแหล่งที่มาของข้อความให้ดีก่อนคลิก และอย่าให้ข้อมูลส่วนตัวใดๆ แก่บุคคลที่คุณไม่รู้จัก หากได้รับ SMS ที่น่าสงสัย ให้แจ้งไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทันที เพื่อป้องกันการตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพ

ภัยจาก SMS ดูดเงินยังคงมีอยู่จริง **จับคารถ​มิจฉาชีพใช้เครื่องส่ง SMS ปลอม ขับรถตระเวนส่งลิงค์ปลอมดูดเงิน** เป็นเพียงหนึ่งในปฏิบัติการที่เกิดขึ้น การรู้เท่าทันกลโกงและระมัดระวังตัวจึงเป็นสิ่งสำคัญที่สุด เพื่อป้องกันไม่ให้ตกเป็นเหยื่อของอาชญากรรมไซเบอร์

ที่มา – จับคารถ​มิจฉาชีพใช้เครื่องส่ง SMS ปลอม ขับรถตระเวนส่งลิงค์ปลอมดูดเงิน

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *