ค้นหาชายวัย 39 หลงป่าขุนน้ำนางนอน 2 วันยังไม่เจอ

ค้นหาชายวัย 39 หลงป่าขุนน้ำนางนอน 2 วันยังไม่เจอ หลังชายชาวบ้านจ้อง หมู่ 9 ตำบลโป่งผา อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย เดินทางขึ้นดอยจ้องหรือดอยขุนน้ำนางนอนกับกลุ่มเพื่อน เพื่อท่องเที่ยวและหาของป่า ก่อนพลัดหลงจากเพื่อนตั้งแต่วันที่ 2 ต.ค. เบื้องต้นเจ้าหน้าที่หลายหน่วยงานเร่งระดมกำลังค้นหา ท่ามกลางสภาพพื้นที่เป็นป่าภูเขาสูงและมีความมืดปกคลุม

รายงานระบุว่า ผู้สูญหายเป็นชายอายุประมาณ 39 ปี และมีโทรศัพท์มือถืออยู่กับตัวในช่วงแรก หลังจากแยกออกจากกลุ่ม เพื่อนของเขาสามารถเดินทางกลับลงมาได้ 2 คน ส่วนชายคนดังกล่าวยังไม่สามารถหาทางกลับลงจากดอยได้ ครอบครัวจึงประสานผู้ใหญ่บ้าน เจ้าหน้าที่ป่าไม้ และเจ้าหน้าที่อุทยานถ้ำหลวงเข้าช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน

ค้นหาชายวัย 39 หลงป่าขุนน้ำนางนอน 2 วันยังไม่เจอ

ช่วงค่ำของวันที่มีการรายงานข่าว แม่ของผู้สูญหายสามารถโทรศัพท์พูดคุยกับลูกชายได้ เจ้าตัวแจ้งว่าไม่ได้รับประทานอาหารและดื่มน้ำมาตั้งแต่ก่อนหน้านั้น อีกทั้งยังรู้สึกหนาวและหิวมาก ทำให้ครอบครัวมีความกังวลอย่างหนัก อย่างไรก็ตาม สัญญาณโทรศัพท์ในพื้นที่มีน้อยและไม่เสถียร จึงไม่สามารถระบุตำแหน่งที่แน่นอนได้

จากข้อมูลเบื้องต้น จุดที่คาดว่าผู้สูญหายพลัดหลงอยู่บริเวณดอยนางนอน หรือดอยจ้อง โซนทางขึ้นด้านหลังศูนย์บำบัดดอนผาหมี พื้นที่ดังกล่าวมีเส้นทางซับซ้อน ต้นไม้หนาแน่น และมีความลาดชันหลายจุด การค้นหาในช่วงกลางคืนจึงต้องใช้ความระมัดระวังสูง เพื่อป้องกันไม่ให้ผู้ปฏิบัติงานเกิดอันตรายเพิ่มเติม

ค้นหาชายวัย 39 หลงป่าขุนน้ำนางนอน ต้องแข่งกับเวลา

เจ้าหน้าที่ได้นำโดรนขึ้นบินสำรวจพื้นที่โดยรอบ พร้อมพยายามติดต่อผู้สูญหายผ่านโทรศัพท์มือถือ แม้จะมีการส่งสัญญาณระหว่างกัน แต่ยังไม่พบพิกัดที่ชัดเจน การใช้โดรนช่วยให้ทีมค้นหาเห็นภาพมุมสูงและตรวจสอบพื้นที่โล่งได้รวดเร็วขึ้น ทว่าอุปสรรคสำคัญคือสภาพอากาศ ความมืด และภูมิประเทศที่มีต้นไม้ปกคลุมหนาแน่น

ต่อมามีรายงานว่าแบตเตอรี่โทรศัพท์มือถือของผู้สูญหายหมด ทำให้ไม่สามารถติดต่อได้อีก เจ้าหน้าที่จึงต้องปรับแผนค้นหาโดยอาศัยข้อมูลจากเพื่อนร่วมทาง คำบอกเล่าของครอบครัว และเส้นทางที่คาดว่าจะใช้เดินเข้าไปในป่า การค้นหาจำเป็นต้องแบ่งกำลังเป็นชุดเพื่อครอบคลุมพื้นที่ให้มากที่สุด พร้อมกำหนดจุดนัดหมายและเส้นทางถอยกลับอย่างชัดเจน

ผู้ใหญ่บ้านจ้อง หมู่ 9 พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ป่าไม้และเจ้าหน้าที่อุทยานถ้ำหลวงประมาณ 6-7 คน ยังคงปฏิบัติการค้นหาอย่างต่อเนื่อง โดยมีการวางแผนปูพรมในพื้นที่ที่คาดว่าชายวัย 39 ปีอาจเดินหลงเข้าไป ขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่อีกชุดได้ล่วงหน้าเข้าไปสำรวจเส้นทางฝ่าความมืด เพื่อประเมินสภาพพื้นที่และค้นหาร่องรอยเบื้องต้น

การค้นหาครั้งนี้ต้องพิจารณาหลายปัจจัย ทั้งทิศทางการเดินของผู้สูญหาย แหล่งน้ำ จุดพัก และเส้นทางที่มีความเป็นไปได้ว่าจะใช้เดินลงจากภูเขา เจ้าหน้าที่อาจตรวจสอบรอยเท้า กิ่งไม้ที่หัก ร่องรอยการพักแรม หรือสิ่งของที่ผู้สูญหายทำตกไว้ เพื่อช่วยจำกัดวงค้นหาให้แคบลง นอกจากนี้ยังต้องสื่อสารกับทีมภาคพื้นดินอย่างต่อเนื่อง เพื่อไม่ให้เกิดการค้นหาซ้ำพื้นที่เดิม

  • เจ้าหน้าที่เร่งค้นหาผู้สูญหายบนดอยจ้องหรือดอยขุนน้ำนางนอน
  • ผู้สูญหายเคยติดต่อครอบครัวและแจ้งว่าหนาวกับหิวมาก
  • สัญญาณโทรศัพท์ไม่ชัดเจน และไม่ทราบพิกัดที่แน่นอน
  • แบตเตอรี่โทรศัพท์หมด ทำให้ไม่สามารถติดต่อได้
  • ทีมค้นหาใช้โดรนและวางแผนปูพรมในพื้นที่ป่า

สำหรับความเชื่อเรื่องอาถรรพ์เจ้าแม่นางนอน ชาวบ้านบางส่วนยังมีความกังวลเมื่อเกิดเหตุคนหลงป่าในบริเวณดังกล่าว อย่างไรก็ตาม การทำงานของเจ้าหน้าที่จะยึดข้อมูลจริง สภาพภูมิประเทศ และหลักความปลอดภัยเป็นสำคัญ การเตรียมอุปกรณ์สื่อสาร ไฟฉาย น้ำ อาหาร และอุปกรณ์ระบุตำแหน่งจึงมีบทบาทอย่างมากในการช่วยเหลือผู้ประสบเหตุ

เหตุการณ์นี้เป็นเครื่องเตือนใจสำหรับผู้ที่ต้องการเดินป่าหรือขึ้นพื้นที่ภูเขา ควรศึกษาข้อมูลเส้นทาง แจ้งคนใกล้ชิดก่อนเดินทาง ไม่ควรแยกออกจากกลุ่ม และควรพกแบตเตอรี่สำรอง อาหาร น้ำดื่ม เสื้อผ้าที่ให้ความอบอุ่น รวมถึงอุปกรณ์ GPS หากสัญญาณโทรศัพท์ในพื้นที่มีข้อจำกัด นอกจากนี้ควรกำหนดเวลาเดินทางกลับให้ชัดเจน และหลีกเลี่ยงการเดินป่าในช่วงใกล้ค่ำหรือในสภาพอากาศที่ไม่เอื้ออำนวย

ขณะนี้เจ้าหน้าที่ยังคงเร่งค้นหาและติดตามความคืบหน้าอย่างใกล้ชิด แม้การทำงานจะมีอุปสรรคจากความมืดและสภาพป่าที่ซับซ้อน แต่ทุกหน่วยงานยังพยายามระดมกำลังเพื่อให้พบตัวผู้สูญหายโดยเร็วที่สุด ขอให้ผู้ที่มีข้อมูลเกี่ยวกับเส้นทางหรือจุดพบเห็นล่าสุดรีบแจ้งเจ้าหน้าที่ เพื่อช่วยเพิ่มโอกาสในการค้นหาและนำตัวกลับมาอย่างปลอดภัย

ข้อควรรู้: หากพบผู้หลงป่า ควรตั้งสติ หยุดเดินโดยไม่จำเป็น หาที่ปลอดภัย รักษาพลังงาน และติดต่อเจ้าหน้าที่ทันทีเมื่อมีสัญญาณ การเดินต่อโดยไม่รู้ทิศทางอาจทำให้ทีมค้นหาติดตามได้ยากขึ้น

เหตุการณ์ค้นหาชายวัย 39 หลงป่าขุนน้ำนางนอน 2 วันยังไม่เจอ สะท้อนความสำคัญของการเตรียมตัวก่อนเข้าป่า และการเดินทางเป็นกลุ่มอย่างมีแผน หากทุกคนช่วยกันให้ข้อมูลที่ถูกต้องและปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ ก็จะช่วยเพิ่มความปลอดภัยและโอกาสพบผู้สูญหายได้มากขึ้น

ที่มา – ค้นหาชายวัย 39 หลงป่าขุนน้ำนางนอน 2 วันยังไม่เจอ โทรคุยบอกหนาว-หิวมาก ล่าสุดแบตหมด

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *