คิม จองอึน แย้มเปิดทางสัมพันธ์สหรัฐ หากเลิกท่าทีศัตรู

ในสถานการณ์โลกที่ตึงเครียด ล่าสุด คิม จองอึน แย้มเปิดทางสัมพันธ์สหรัฐ โดยผู้นำเกาหลีเหนือคนนี้ได้กล่าวบนเวทีการประชุมใหญ่ของพรรคแรงงานเกาหลี ซึ่งเป็นเวทีสำคัญที่จัดทุก 5 ปี ว่าเกาหลีเหนือพร้อมปรับปรุงความสัมพันธ์กับสหรัฐอเมริกา หากวอชิงตันยุติท่าทีที่เป็นปฏิปักษ์ต่อเปียงยาง แต่ขณะเดียวกันก็ย้ำชัดเจนว่าจะเดินหน้าพัฒนาขีดความสามารถด้านอาวุธนิวเคลียร์อย่างต่อเนื่อง
คิม จองอึน แย้มเปิดทางสัมพันธ์สหรัฐ หากเลิกท่าทีเป็นปฏิปักษ์
สำนักข่าวกลางเกาหลี หรือ KCNA รายงานว่า การประชุมใหญ่ครั้งนี้ใช้เวลานานถึง 1 สัปดาห์ และปิดฉากลงอย่างยิ่งใหญ่ด้วยขบวนพาเหรดทางทหารในช่วงค่ำของวันพุธที่ 25 กุมภาพันธ์ 2569 คิม จองอึนปรากฏตัวพร้อมบุตรสาว “คิม จูแอ” ซึ่งเป็นสัญญาณที่น่าสนใจเกี่ยวกับการสืบทอดอำนาจในอนาคต ในสุนทรพจน์ทบทวนนโยบาย 5 ปีที่ผ่านมา คิมชี้ว่าสหรัฐยังคงมีท่าทีเป็นศัตรูไม่เปลี่ยนแปลง ทำให้เกาหลีเหนือต้องเตรียมพร้อมรับมือการเผชิญหน้าทุกสถานการณ์
อย่างไรก็ตาม คิมเปิดประตูเจรจาโดยระบุว่า “หากสหรัฐยุติท่าทีเป็นศัตรู ก็ไม่มีเหตุผลที่ทั้งสองฝ่ายจะอยู่ร่วมกันไม่ได้” และย้ำว่าทิศทางของ คิม จองอึน แย้มเปิดทางสัมพันธ์สหรัฐ ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของฝ่ายสหรัฐเพียงฝ่ายเดียว ไม่ว่าจะเป็นสันติภาพหรือสงครามยืดเยื้อ เปียงยางพร้อมทั้งหมด
ย้ำเจตจำนงเสริมแกร่งนิวเคลียร์และจุดยืนต่อเกาหลีใต้
จุดที่น่าสนใจคือ คิมประกาศชัดว่าการขยายกำลังทหารนิวเคลียร์คือ “เจตจำนงแน่วแน่ของพรรค” และเป็นหัวใจสำคัญของยุทธศาสตร์ยับยั้งศัตรู ไม่ว่าสถานการณ์จะเปลี่ยนไปอย่างไร นอกจากนี้ ยังปรับนโยบายต่อเกาหลีใต้ โดยตัดขาดสถานะ “พี่น้องร่วมชาติ” และประกาศให้เป็น “รัฐศัตรูถาวร” ซึ่งสะท้อนถึงความตึงเครียดในคาบสมุทรเกาหลีที่รุนแรงขึ้น
- เงื่อนไขหลัก: สหรัฐต้องเลิกนโยบายเป็นปฏิปักษ์ก่อน
- นิวเคลียร์: เดินหน้าพัฒนาต่อ ไม่มีการยอมลด
- เกาหลีใต้: ถือเป็นศัตรู ไม่ใช่ญาติร่วมชาติ
- การเตรียมพร้อม: พร้อมทั้งสันติหรือสงคราม
บริบทจากอดีต: การเจรจากับทรัมป์และอนาคตที่เป็นไปได้
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้แสดงท่าทีพร้อมรื้อฟื้นการเจรจาหลายครั้งนับตั้งแต่กลับสู่อำนาจ โดยทั้งคู่เคยพบกัน 3 ครั้งในสมัยแรก (2561-2562) ที่สิงคโปร์ เวียดนาม และกรุงฮานอย แต่การสนทนาเรื่องปลดอาวุธนิวเคลียร์ล้มเหลวโดยไม่มีข้อตกลง การที่ คิม จองอึน แย้มเปิดทางสัมพันธ์สหรัฐ ครั้งนี้อาจเป็นสัญญาณบวก แต่ก็มาพร้อมเงื่อนไขที่เข้มงวด
นักวิเคราะห์เห็นว่า นี่คือกลยุทธ์ “แครอทแอนด์สติ๊ก” ของเกาหลีเหนือ เปิดทาง外交 แต่เสริมกำลังทหารเพื่อต่อรองจากตำแหน่งที่เหนือกว่า สถานการณ์นี้อาจส่งผลกระทบต่อความมั่นคงในเอเชียตะวันออก รวมถึงไทยที่ต้องติดตามใกล้ชิด เพราะอาจกระทบเสถียรภาพภูมิภาคและการค้าขาย
ในมุมมองของผู้เขียน การประกาศนี้อาจนำไปสู่การเจรจาใหม่หากทรัมป์ใช้นโยบายส่วนตัวแบบเดิม แต่เกาหลีเหนือก็แสดงชัดว่าไม่ยอมอ่อนข้อเรื่องนิวเคลียร์ ซึ่งถือเป็น “การประกันตัว” สูงสุด คุณคิดว่าความสัมพันธ์นี้นำไปสู่สันติภาพหรือความขัดแย้งรุนแรงขึ้น? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และอย่าลืมติดตามข่าวสารต่างประเทศล่าสุดจากบล็อกของเราเพื่ออัปเดตข้อมูลสำคัญ!
ที่มา – “คิม จองอึน” แย้มเปิดทางสัมพันธ์สหรัฐฯ หากเลิกท่าทีเป็นปฏิปักษ์ แต่ย้ำเดินหน้าเสริมนิวเคลียร์