ครอบครัว พลมุข ยันไม่ใช่ญาติพระอลงกต จี้รัฐสอบ!

ครอบครัว พลมุข ยืนยัน ไม่ใช่ญาติ ไม่เกี่ยวข้องกับ พระอลงกต หลังพบชื่อ-สกุล ตรงกับลูกที่ตายแล้ว ย้ำไม่มีเจตนาสร้างความเสียหายให้พระอลงกต และจี้รัฐตรวจสอบข้อเท็จจริง

จากกรณีข้อมูลทะเบียนราษฎร์ของชายชื่อ อลงกต พลมุข ข้าราชการกรมชลประทานที่เสียชีวิตไปแล้ว โดยมีชื่อและนามสกุลตรงกับพระอลงกต รวมถึงชื่อบิดาที่ตรงกันคือ นายเสริมวิทย์ พลมุข ชาวขอนแก่น ทำให้เกิดข้อสงสัยต่างๆ นานา ล่าสุด กรมการปกครองได้ชี้แจงว่าชื่อและสกุลของหลวงพ่ออลงกตไปซ้ำกับผู้เสียชีวิต และมีจุดที่แตกต่างกัน นอกจากนี้ ยังต้องการให้ธนาคารชี้แจงกรณีการเปิดบัญชีพร้อมเพย์ของผู้เสียชีวิต พร้อมเปิดเผยว่าชื่อเดิมของหลวงพ่อ พบหลักฐานการทำบัตรประชาชน และไม่มีการเปลี่ยนเลขประจำตัวประชาชน ตามที่ได้มีการเสนอข่าวไปก่อนหน้านี้

ความคืบหน้าล่าสุด ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่ไปยังบ้านหลังหนึ่งใน อ.เชียงยืน จ.มหาสารคาม เพื่อพบกับ นายเสริมวิทย์ อายุ 85 ปี ซึ่งเป็นบิดาของนายอลงกต พลมุข ผู้เสียชีวิต ที่มีชื่อและนามสกุลตรงกับบิดาของพระอลงกต

นายเสริมวิทย์ กล่าวว่า ตนมีบุตรชาย 3 คน โดยบุตรชายคนโตชื่อ อลงกต ซึ่งได้เสียชีวิตไปเมื่อประมาณ 2 ปีที่แล้ว ส่วนบุตรชายคนกลางยังมีชีวิตอยู่ และบุตรชายคนเล็กก็เสียชีวิตไปแล้วเช่นกัน นายเสริมวิทย์ ยืนยันว่า พระอลงกต ไม่ใช่ญาติ ไม่ใช่ลูก และไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ กับครอบครัวของตน แต่ทราบมาก่อนหน้านี้แล้วว่า พระอลงกต มีชื่อและนามสกุลตรงกับบุตรชายคนโตของตน

ทางด้าน ดร.ดาหวัน ทะสา นายก อบต.กู่ทอง ซึ่งเป็นหลานสาวของนายเสริมวิทย์ และเป็นลูกพี่ลูกน้องกับนายอลงกต เปิดเผยว่า ตนเป็นญาติกับนายอลงกต พลมุข โดยบิดาของนายอลงกตเป็นน้องชายของมารดาตน แต่พี่น้องของนายเสริมวิทย์ได้เสียชีวิตไปหมดแล้ว เหลือเพียงนายเสริมวิทย์ พลมุข เพียงคนเดียว จึงได้มาอาศัยอยู่กับตนที่จังหวัดมหาสารคามได้ประมาณ 4-5 เดือน

เมื่อถูกถามว่ารู้จักกับพระอลงกตหรือไม่ ดร.ดาหวัน กล่าวว่า รู้จักในนามของวัดพระบาทน้ำพุ ซึ่งตนเคยนำผู้ป่วยโรคเอดส์ในหมู่บ้านไปเข้ารับการรักษาที่วัดพระบาทน้ำพุ และเมื่อผู้ป่วยเสียชีวิต ก็ได้สังเกตว่าพระอลงกตมีชื่อและนามสกุลเดียวกันกับทางครอบครัวของตน จึงคิดว่าเป็นญาติกัน และได้พูดคุยสอบถามกันในหมู่ญาติ แต่ก็ไม่มีใครสงสัยอะไร เพราะอาจจะเป็นเพียงแค่ชื่อและนามสกุลที่ตรงกันเท่านั้น

สำหรับลูกชายตัวจริงของนายเสริมวิทย์ที่ชื่ออลงกตนั้น เกิดเมื่อปี พ.ศ. 2505 และเสียชีวิตเมื่อปี พ.ศ. 2566 บุตรชายทั้ง 3 คนของนายเสริมวิทย์ได้มาศึกษาที่จังหวัดขอนแก่น เมื่อสำเร็จการศึกษา นายอลงกตได้สอบบรรจุเข้ารับราชการที่จังหวัดราชบุรี ซึ่งมารดาของนายอลงกตได้แยกทางกับบิดาและไปตั้งรกรากอยู่ที่นั่น แต่บิดาก็ยังคงดูแลส่งเสียและติดต่อกันอยู่เสมอ และนายเสริมวิทย์ก็ได้เดินทางไปร่วมงานศพของนายอลงกตด้วย

ก่อนที่จะมีข่าวปรากฏ อาจารย์เฉลิมพล พลมุข ซึ่งเป็นญาติกันและเป็นอาจารย์สอนอยู่ที่มหาวิทยาลัยราชภัฏอยุธยา ได้สังเกตเห็นว่าลูกศิษย์ของตนมีนามสกุล พลมุข เหมือนกัน จึงได้สอบถามลำดับญาติ และพบว่าเป็นบุตรชายของนายอลงกต พลมุข จึงได้ทราบว่าเป็นญาติกัน

ครอบครัว พลมุข ยันไม่ใช่ญาติพระอลงกต

ทางครอบครัวอยากให้ภาครัฐตรวจสอบว่าชื่อ-นามสกุล วันเดือนปีเกิด และเลขบัตรประชาชน ตรงกัน หรือคล้ายกันเกินไปหรือไม่ เพราะหากมีประเด็นเกี่ยวกับธุรกรรมทางการเงินของครอบครัว ก็อาจจะเกิดปัญหาขึ้นได้

อย่างไรก็ตาม ทางครอบครัวขอยืนยันว่าไม่มีเจตนาที่จะสร้างความเสียหายหรือให้ร้ายต่อพระอาจารย์ เนื่องจากท่านเป็นผู้ที่ทำคุณประโยชน์ต่อสังคมมาอย่างยาวนาน เพียงแต่ต้องการให้เรื่องนี้มีความชัดเจน โปร่งใส และตรวจสอบได้ เพื่อความสบายใจของทุกฝ่าย และเพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบกับบุคคลที่เกี่ยวข้องในอนาคต

ครอบครัว พลมุข ยันไม่ใช่ญาติพระอลงกต จี้รัฐตรวจสอบ

ประเด็นสำคัญคือ ครอบครัว พลมุข ยืนยันความบริสุทธิ์ใจ และต้องการให้เรื่องนี้กระจ่าง เพื่อปกป้องชื่อเสียงของทั้งสองฝ่าย การตรวจสอบจากภาครัฐจึงเป็นสิ่งสำคัญที่จะคลี่คลายข้อสงสัยทั้งหมด และสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชน

ที่มา – ครอบครัว พลมุข ยันไม่ใช่ญาติ ไม่เกี่ยวข้องกับ พระอลงกต จี้รัฐตรวจสอบ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *