คดีสมีโชติ-สีกาเอ๋ เงินในบัญชีกว่า 300 ล้าน
คดีสมีโชติ-สีกาเอ๋ เงินในบัญชีกว่า 300 ล้าน กลายเป็นประเด็นที่ได้รับความสนใจ หลังตำรวจสอบสวนกลางเปิดเผยความคืบหน้าการตรวจสอบทรัพย์สินและเส้นทางการเงินของนายอติโชติ หรือสมีโชติ อดีตพระวชิรญาณ อดีตเจ้าอาวาสวัดพุทไธศวรรย์ พระอารามหลวง และน.ส.ปุณยวีร์ หรือสีกาเอ๋ อายุ 47 ปี โดยเจ้าหน้าที่ระบุว่าพบเงินในบัญชีเป็นจำนวนมาก และยอดรวมที่มีการแจ้งไว้ก่อนหน้านี้มีมูลค่ากว่า 300 ล้านบาท
ข้อมูลดังกล่าวยังอยู่ในขั้นตอนการตรวจสอบตามกระบวนการยุติธรรม ตำรวจจึงเน้นย้ำว่าการดำเนินคดีจะยึดพยานหลักฐานเป็นหลัก พร้อมส่งข้อมูลให้สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน หรือ ปปง. ตรวจสอบเส้นทางการเงินอย่างละเอียด เนื่องจากหน่วยงานดังกล่าวมีอำนาจและเครื่องมือในการติดตามธุรกรรมทางการเงินที่ครอบคลุมมากกว่า
คดีสมีโชติ-สีกาเอ๋ เงินในบัญชีกว่า 300 ล้าน ตรวจสอบถึงไหน
เมื่อวันที่ 15 กันยายน 2569 พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผู้บัญชาการกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าของคดีว่า ตำรวจได้ดำเนินการอย่างตรงไปตรงมาตามข้อมูลและหลักฐานที่ปรากฏ ก่อนหน้านี้มีการแจ้งข้อหาเกี่ยวกับการฟอกเงินแล้ว อย่างไรก็ตาม การตรวจสอบยังไม่สิ้นสุด เพราะเจ้าหน้าที่ต้องพิจารณาความเชื่อมโยงของบุคคล ทรัพย์สิน และธุรกรรมต่าง ๆ อย่างรอบคอบ
ประเด็นสำคัญที่เจ้าหน้าที่ให้ความสนใจคือความผิดปกติของทรัพย์สิน รวมถึงการดำเนินงานของมูลนิธิที่นายอติโชติจัดตั้งขึ้นเมื่อต้นปีที่ผ่านมา จากข้อมูลเบื้องต้นพบข้อสังเกตบางประการที่ทำให้ต้องตรวจสอบเพิ่มเติม โดยเฉพาะที่มาของเงิน การรับโอน การเบิกจ่าย และผู้ที่มีอำนาจเกี่ยวข้องกับบัญชี ทั้งนี้ ข้อสังเกตดังกล่าวยังต้องรอผลการตรวจสอบจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อนจะสรุปเป็นข้อเท็จจริง
คดีสมีโชติ-สีกาเอ๋ เงินในบัญชีกว่า 300 ล้าน อาจขยายผลหลายระยะ
ตำรวจระบุว่าการทำงานในคดีนี้อาจขยายผลต่อเนื่องเป็นเฟส 2 และเฟส 3 ตามที่ผู้บังคับการปราบปรามเคยกล่าวไว้ การขยายผลจะมุ่งตรวจสอบบุคคลอื่นที่อาจเกี่ยวข้องกับการเคลื่อนไหวของทรัพย์สิน หรืออาจมีข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับธุรกรรมที่อยู่ระหว่างการตรวจสอบ โดยตำรวจจะรอข้อมูลจาก ปปง. เพื่อนำมาประกอบการพิจารณาดำเนินคดีต่อไป
สำหรับทรัพย์สินของนายอติโชติที่เจ้าหน้าที่ตรวจยึดเพิ่มเติมนั้น พบว่ามีเงินในบัญชีอีกจำนวนมาก และได้ส่งรายละเอียดให้ ปปง. ตรวจสอบแล้ว การตรวจสอบจะพิจารณาทั้งยอดเงินในบัญชี รายการโอนเข้าและโอนออก ช่วงเวลาที่ทำธุรกรรม ตลอดจนความสัมพันธ์ระหว่างผู้โอนกับผู้รับเงิน เพื่อดูว่ามีความเชื่อมโยงกับการกระทำผิดหรือไม่
- ตรวจสอบแหล่งที่มาของเงินและทรัพย์สินที่เกี่ยวข้อง
- วิเคราะห์รายการโอนเงินระหว่างบุคคลและนิติบุคคล
- ตรวจสอบบทบาทของมูลนิธิและผู้มีอำนาจจัดการบัญชี
- รวบรวมข้อมูลจากพยาน ผู้เกี่ยวข้อง และผู้ให้เบาะแส
- ประสานข้อมูลกับ ปปง. เพื่อประกอบการดำเนินคดีในระยะต่อไป
มีผู้ให้เบาะแสเพิ่ม ตำรวจพร้อมรับข้อมูล
ในส่วนของข่าวที่อาจมีการเรียกเซียนพระหรือบุคคลอื่นมาให้ปากคำนั้น พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์เปิดเผยว่า ขณะนี้ยังไม่มีการออกหมายเรียกหรือหมายจับบุคคลใดเพิ่มเติม แต่มีผู้ให้เบาะแสทยอยเดินทางเข้าพบเจ้าหน้าที่อย่างต่อเนื่อง พนักงานสอบสวนพร้อมรับข้อมูลเหล่านี้ไว้พิจารณา และจะตรวจสอบความน่าเชื่อถือก่อนนำไปเชื่อมโยงกับสำนวนคดี
การที่มีผู้เข้ามาให้ข้อมูลจำนวนมากถือเป็นส่วนหนึ่งของการคลี่คลายคดี เพราะเบาะแสจากประชาชนหรือผู้ที่เคยเกี่ยวข้องกับธุรกรรมอาจช่วยให้เจ้าหน้าที่เห็นภาพเส้นทางการเงินได้ชัดเจนขึ้น อย่างไรก็ตาม ผู้ให้ข้อมูลควรนำเอกสารหรือหลักฐานที่ตรวจสอบได้มาประกอบ เช่น รายการเดินบัญชี หลักฐานการโอนเงิน สัญญา ใบเสร็จ หรือข้อความที่เกี่ยวข้อง เพื่อช่วยให้พนักงานสอบสวนทำงานได้รวดเร็วและแม่นยำมากขึ้น
ประชาชนควรติดตามข่าวสารจากหน่วยงานทางการและหลีกเลี่ยงการเผยแพร่ข้อมูลที่ยังไม่ได้รับการยืนยัน เพราะคดีที่เกี่ยวข้องกับบุคคลหลายฝ่ายและเงินจำนวนมากอาจมีรายละเอียดซับซ้อน การกล่าวหาหรือส่งต่อข้อมูลโดยไม่มีหลักฐานอาจสร้างความเสียหายแก่ผู้ที่เกี่ยวข้อง และอาจกระทบต่อการสอบสวนได้
ประเด็นที่สังคมควรติดตามต่อจากนี้
สิ่งที่ต้องติดตามในระยะต่อไปคือผลตรวจสอบจาก ปปง. ว่าพบธุรกรรมหรือทรัพย์สินรายการใดมีความผิดปกติหรือเชื่อมโยงกับบุคคลอื่นหรือไม่ รวมถึงตำรวจจะมีการออกหมายเรียกหรือแจ้งข้อหาเพิ่มเติมในเฟส 2 และเฟส 3 หรือไม่ นอกจากนี้ ยังต้องติดตามการตรวจสอบมูลนิธิและกิจกรรมที่เกี่ยวข้องว่าเป็นไปตามวัตถุประสงค์และข้อกฎหมายหรือไม่
สำหรับยอดเงินกว่า 300 ล้านบาท ตัวเลขดังกล่าวเป็นข้อมูลที่เจ้าหน้าที่เคยแจ้งไว้ในเบื้องต้น จึงควรรอผลการตรวจสอบอย่างเป็นทางการก่อนสรุปว่าเงินแต่ละส่วนมีที่มาอย่างไร และเกี่ยวข้องกับการกระทำผิดตามกฎหมายหรือไม่ หลักสำคัญคือทุกฝ่ายควรได้รับความเป็นธรรม และผู้ถูกกล่าวหายังถือว่าเป็นผู้บริสุทธิ์จนกว่าจะมีคำพิพากษาถึงที่สุด
สรุป คดีสมีโชติ-สีกาเอ๋ เงินในบัญชีกว่า 300 ล้าน อยู่ระหว่างการตรวจสอบเส้นทางการเงินโดยตำรวจและ ปปง. ขณะเดียวกันมีผู้ทยอยให้เบาะแสเพิ่มเติม ซึ่งอาจนำไปสู่การขยายผลในระยะต่อไป การติดตามข่าวควรยึดข้อมูลจากแหล่งข่าวที่น่าเชื่อถือ และรอผลการตรวจสอบตามขั้นตอนกฎหมาย
หากมีข้อมูลหรือหลักฐานที่เกี่ยวข้อง ควรแจ้งต่อเจ้าหน้าที่ผ่านช่องทางทางการแทนการเผยแพร่บนสื่อสังคมออนไลน์ เพื่อช่วยให้การตรวจสอบเป็นไปอย่างถูกต้อง โปร่งใส และไม่กระทบสิทธิของผู้เกี่ยวข้อง
ที่มา – คดี สมีโชติ-สีกาเอ๋ พบเงินในบัญชีกว่า 300 ล้าน มีคนให้เบาะแสเพียบ