ขึ้นภาษีรถ EV นำเข้าทั้งคัน เริ่ม 1 ม.ค. 70
กระทรวงการคลังเตรียมเสนอ ครม. พิจารณาปรับภาษีรถยนต์ไฟฟ้า หรือ EV ที่นำเข้าทั้งคันจากต่างประเทศ โดยไม่มีชิ้นส่วนหรือโรงงานผลิตในประเทศไทย จากอัตราปัจจุบันประมาณ 10% เป็นไม่ต่ำกว่า 30% คาดว่าจะเริ่มมีผลวันที่ 1 มกราคม 2570 เป็นต้นไป ประเด็นนี้กำลังได้รับความสนใจจากผู้บริโภค ผู้ประกอบการ และผู้ที่กำลังวางแผนซื้อรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทย เพราะอาจส่งผลโดยตรงต่อราคารถนำเข้าในอนาคต
ขึ้นภาษีรถ EV นำเข้าทั้งคัน กระทบราคาอย่างไร
สาระสำคัญของมาตรการคือการจัดเก็บภาษีสรรพสามิตในอัตราที่สูงขึ้นเฉพาะรถ EV ซึ่งนำเข้ามาทั้งคัน หรือ Completely Built Unit (CBU) และไม่มีการใช้ชิ้นส่วนที่ผลิตในประเทศเลย ปัจจุบันรถกลุ่มนี้เสียภาษีอยู่ที่ประมาณ 10% แต่ข้อเสนอใหม่อาจทำให้อัตราภาษีเพิ่มขึ้นเป็น 30% หรือสูงกว่านั้นตามรายละเอียดของโครงสร้างภาษีฉบับใหม่
ตัวอย่างเช่น รถ EV นำเข้าที่มีราคาประมาณ 1 ล้านบาท เดิมอาจมีภาษีในส่วนนี้ราว 100,000 บาท หากปรับอัตราเป็น 30% ภาษีอาจเพิ่มขึ้นเป็นประมาณ 300,000 บาท หรือเพิ่มขึ้นไม่น้อยกว่า 200,000 บาท ทั้งนี้ ราคาจำหน่ายจริงยังขึ้นอยู่กับต้นทุนอื่น เช่น ภาษีนำเข้า ค่าขนส่ง อัตราแลกเปลี่ยน ค่าใช้จ่ายของบริษัท และนโยบายการทำตลาดของผู้จำหน่าย
ขึ้นภาษีรถ EV นำเข้าทั้งคัน ใครได้รับผลกระทบ
กลุ่มที่ได้รับผลกระทบโดยตรงคือผู้บริโภคที่สนใจรถ EV รุ่นนำเข้าทั้งคัน และผู้จำหน่ายที่ยังไม่มีโรงงานหรือฐานการผลิตในประเทศไทย หากมาตรการมีผลตามกำหนด รถรุ่นดังกล่าวอาจมีราคาสูงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด โดยเฉพาะรถที่มีราคาจำหน่ายสูงหรือมีปริมาณนำเข้าเป็นจำนวนมาก
สำหรับรถ EV ที่ผลิตในประเทศไทย มาตรการนี้จะไม่กระทบโดยตรงในรอบแรก เนื่องจากรถกลุ่มดังกล่าวมีโรงงาน มีการจ้างงาน และมีการใช้ชิ้นส่วนหรือวัตถุดิบภายในประเทศตามเกณฑ์ที่ภาครัฐกำหนด ผู้ซื้อจึงอาจยังเห็นราคาจำหน่ายที่ใกล้เคียงเดิม อย่างไรก็ตาม ผู้ผลิตแต่ละรายอาจปรับราคาได้ตามต้นทุนและสภาพการแข่งขันในตลาด
เหตุผลของการปรับโครงสร้างภาษีรถ EV
กระทรวงการคลังต้องการใช้ภาษีเป็นเครื่องมือสนับสนุนการลงทุนและการผลิตรถยนต์ในประเทศไทย หลังจากรัฐบาลออกมาตรการ EV 3.0 และ EV 3.5 เพื่อดึงดูดผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้าจากต่างประเทศให้เข้ามาตั้งโรงงานในประเทศ มาตรการที่ผ่านมาเปิดโอกาสให้ผู้ผลิตหลายรายเข้ามาทำตลาดและลงทุนสร้างฐานการผลิต เพื่อรองรับทั้งตลาดในประเทศและการส่งออกไปยังประเทศต่าง ๆ ในภูมิภาค
การขึ้นภาษีรถ EV นำเข้าทั้งคันจึงถูกมองว่าเป็นขั้นตอนต่อไปของยุทธศาสตร์ยานยนต์ไฟฟ้า เพราะภาครัฐต้องการให้ผู้ประกอบการที่ทำตลาดในไทยมีส่วนร่วมในการสร้างห่วงโซ่อุปทาน ไม่ใช่เพียงนำรถสำเร็จรูปเข้ามาจำหน่ายเท่านั้น หากบริษัทต้องการรักษาความสามารถในการแข่งขันด้านราคา ก็อาจต้องเร่งลงทุนสร้างโรงงาน ประกอบรถในประเทศ และพัฒนาผู้ผลิตชิ้นส่วนไทย
โครงสร้างภาษีใหม่อาจแบ่งเป็น 3 ระดับ
แนวทางที่มีการเปิดเผยเบื้องต้นคือการแบ่งอัตราภาษีตามระดับการลงทุนและสัดส่วนการใช้ชิ้นส่วนในประเทศ โดยอาจมีโครงสร้างหลักดังนี้
- อัตราต่ำสุด: สำหรับผู้ประกอบการที่มีโรงงานผลิตในประเทศไทย และใช้ชิ้นส่วนภายในประเทศได้ตามเกณฑ์ที่กำหนด
- อัตรากลาง: สำหรับผู้ประกอบการที่มีโรงงานในไทย แต่ยังพึ่งพาการนำเข้าชิ้นส่วนจากต่างประเทศในสัดส่วนสูง
- อัตราสูงสุด: สำหรับรถยนต์ที่นำเข้าทั้งคัน และไม่มีโรงงานหรือฐานการผลิตในประเทศไทย
นอกจากการพิจารณาว่ารถผลิตในประเทศหรือไม่ รัฐบาลยังมีแนวคิดปรับเกณฑ์ Local Content หรือสัดส่วนชิ้นส่วนที่ผลิตในประเทศ จากเดิมที่อาจนำกำไร ค่าแรง และค่าไฟมาร่วมคำนวณ มาเน้นชิ้นส่วนที่มีเทคโนโลยีสูงมากขึ้น เพื่อให้เกิดการถ่ายทอดเทคโนโลยีและการพัฒนาผู้ผลิตไทยอย่างแท้จริง
รถ EV รุ่นใดอาจยังได้ประโยชน์จากภาษีใหม่
รถยนต์ไฟฟ้าที่มีการผลิตหรือประกอบในประเทศไทยน่าจะมีความได้เปรียบมากขึ้น หากอัตราภาษีสำหรับรถนำเข้าทั้งคันปรับตัวสูงขึ้น ผู้ผลิตที่มีโรงงานอยู่แล้วอาจสามารถควบคุมต้นทุนได้ดีขึ้น ขณะเดียวกันยังมีโอกาสเพิ่มการใช้ชิ้นส่วนไทยและขยายเครือข่ายซัพพลายเออร์ในประเทศ
อย่างไรก็ตาม ผู้บริโภคไม่ควรตัดสินใจจากคำว่า ผลิตในไทย หรือ นำเข้าทั้งคัน เพียงอย่างเดียว ควรตรวจสอบรายละเอียดของแต่ละรุ่น เช่น ราคาสุทธิหลังส่วนลด ระยะเวลารอรถ การรับประกันแบตเตอรี่ ศูนย์บริการ ค่าอะไหล่ ความจุแบตเตอรี่ และมาตรฐานความปลอดภัย เพราะปัจจัยเหล่านี้มีผลต่อค่าใช้จ่ายตลอดอายุการใช้งานมากพอ ๆ กับราคาซื้อเริ่มต้น
คำแนะนำสำหรับคนที่กำลังจะซื้อรถ EV
ผู้ที่กำลังมองหารถ EV นำเข้าควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจากกระทรวงการคลัง กรมสรรพสามิต และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อนตัดสินใจ เพราะรายละเอียดของมาตรการอาจเปลี่ยนแปลงได้ระหว่างการพิจารณา หากกำหนดการเริ่มใช้วันที่ 1 มกราคม 2570 เป็นไปตามที่คาด ผู้ซื้ออาจต้องเปรียบเทียบความคุ้มค่าระหว่างการซื้อก่อนมาตรการมีผล กับการรอรถรุ่นใหม่ที่ผลิตในประเทศ
- สอบถามผู้จำหน่ายว่ารถรุ่นที่สนใจเป็นรถนำเข้าทั้งคันหรือประกอบในประเทศ
- ตรวจสอบว่าราคาที่แจ้งรวมภาษีและค่าใช้จ่ายทั้งหมดแล้วหรือไม่
- เปรียบเทียบโปรโมชัน ส่วนลด และเงื่อนไขการรับประกันอย่างละเอียด
- พิจารณาความพร้อมของศูนย์บริการและอะไหล่ในพื้นที่ใช้งานจริง
- ติดตามประกาศภาษีฉบับสุดท้ายก่อนวางเงินจองหรือทำสัญญาซื้อขาย
ในภาพรวม การปรับภาษีครั้งนี้สะท้อนทิศทางของไทยที่ต้องการยกระดับจากประเทศผู้นำเข้ารถ EV ไปสู่ฐานการผลิตยานยนต์ไฟฟ้าของภูมิภาค รัฐบาลมุ่งสร้างสมดุลระหว่างการเปิดตลาดให้ผู้บริโภคมีทางเลือก กับการปกป้องการลงทุน การจ้างงาน และผู้ผลิตชิ้นส่วนในประเทศ แม้ระยะสั้นผู้ซื้อรถนำเข้าทั้งคันอาจต้องรับภาระราคาที่สูงขึ้น แต่ระยะยาวมาตรการนี้อาจช่วยให้เกิดการลงทุนและการพัฒนาเทคโนโลยีในไทยมากขึ้น
มุมมองสำหรับผู้บริโภคคือ ควรติดตามข้อมูลจริงจากประกาศภาครัฐและเปรียบเทียบต้นทุนรวมให้รอบด้าน อย่ารีบตัดสินใจเพียงเพราะกังวลเรื่องราคา การเลือกซื้อรถ EV ที่เหมาะสมควรพิจารณาทั้งงบประมาณ การใช้งาน และความพร้อมของบริการหลังการขายควบคู่กัน
ที่มา – ‘คลัง’ จ่อชง ‘ครม.’ เคาะขึ้นภาษีรถ EV นำเข้าทั้งคัน จาก 10% ขึ้นเป็น 30% คาดเริ่มใช้ 1 ม.ค.70