ก.ร.ตร. ชี้มูลผิดวินัย ต่อศักดิ์ ปมส่วยเว็บพนัน
ก.ร.ตร.มีมติชี้มูลผิดวินัย พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล อดีตผบ.ตร. พร้อมพวกกว่า 200 นาย ปมส่วยเว็บพนันออนไลน์ จากการร้องเรียนทนายตั้มเมื่อมี.ค.67 ใช้เวลาตรวจสอบ 7 เดือน รอชี้แจงก่อนกำหนดโทษ ส่ง ตร.ดำเนินต่อ ไม่สอบซ้ำเว้นหลักฐานใหม่
วันที่ 24 ต.ค.68 มีรายงานว่า คณะกรรมการพิจารณาเรื่องร้องเรียนตำรวจ หรือ ก.ร.ตร. มีมติชี้มูลความผิดทางวินัยกับ พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล อดีตผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) พร้อมพวกกว่า 200 นาย หลังจาก นายษิทรา เบี้ยบังเกิด หรือ ทนายตั้ม ยื่นเรื่องร้องเรียนเมื่อเดือนมี.ค.2567 กล่าวหาว่ามีการรับเงินจากขบวนการส่วยเว็บพนันออนไลน์
ประเด็นนี้กำลังเป็นที่จับตามองอย่างมากในวงการตำรวจและสังคมโดยรวม โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเกี่ยวข้องกับอดีตผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) อย่างพล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล การที่คณะกรรมการพิจารณาเรื่องร้องเรียนตำรวจ (ก.ร.ตร.) มีมติชี้มูลความผิดทางวินัยในกรณีก.ร.ตร. ชี้มูลผิดวินัย ต่อศักดิ์ ปมส่วยเว็บพนัน จึงเป็นเรื่องที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด
ทั้งนี้ มีรายงานระบุว่า ก.ร.ตร.ใช้เวลาตรวจสอบนานกว่า 7 เดือน โดยรวบรวมเอกสารจากหลายหน่วยงานและตรวจสอบย้อนหลังหลายปี ก่อนจะมีมติเมื่อวันที่ 22 ต.ค.ที่ผ่านมา ว่าผู้ถูกร้องมีมูลความผิดทางวินัย
ก.ร.ตร. ชี้มูลผิดวินัย ต่อศักดิ์ ปมส่วยเว็บพนัน
ขั้นตอนต่อไปจะเปิดโอกาสให้ พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ และผู้เกี่ยวข้องชี้แจงข้อกล่าวหา ซึ่งคณะกรรมการฯ จะนำคำชี้แจงมาประกอบการพิจารณาอีกครั้ง เพื่อกำหนดโทษทางวินัยว่าร้ายแรงหรือไม่ร้ายแรง จากนั้นจะส่งเรื่องให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) ดำเนินการต่อไป
อย่างไรก็ตาม สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ไม่สามารถตั้งคณะกรรมการสอบสวนซ้ำได้ เว้นแต่จะมีพยานหลักฐานใหม่หรือข้อโต้แย้งสำคัญที่อาจเปลี่ยนแปลงรูปคดี โดย ก.ร.ตร.จะให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย
ขณะเดียวกัน ในวันนี้ พล.ต.ท.ยิ่งยศ เทพจำนงค์ ผู้ช่วยผบ.ตร. ในฐานะโฆษกตร. จะแถลงความคืบหน้ากรณีดังกล่าวให้สื่อมวลชนทราบ
รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับ ก.ร.ตร. ชี้มูลผิดวินัย ต่อศักดิ์ ปมส่วยเว็บพนัน
การที่ทนายตั้มยื่นเรื่องร้องเรียนเมื่อเดือนมีนาคม 2567 เป็นจุดเริ่มต้นสำคัญที่นำไปสู่การตรวจสอบอย่างละเอียดของ ก.ร.ตร. การกล่าวหาว่ามีการรับเงินจากขบวนการส่วยเว็บพนันออนไลน์เป็นประเด็นที่ร้ายแรง และจำเป็นต้องมีการตรวจสอบอย่างโปร่งใสและเป็นธรรม
การตรวจสอบที่ใช้เวลานานถึง 7 เดือน แสดงให้เห็นถึงความซับซ้อนของคดี และความพยายามของ ก.ร.ตร.ในการรวบรวมข้อมูลจากหลายแหล่งเพื่อประกอบการพิจารณา การที่มีมติชี้มูลความผิดทางวินัยออกมา บ่งชี้ว่ามีหลักฐานที่น่าเชื่อถือเพียงพอที่จะดำเนินการต่อไป
สิ่งที่น่าสนใจคือขั้นตอนหลังจากนี้ ที่ พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ และผู้เกี่ยวข้อง จะมีโอกาสชี้แจงข้อกล่าวหา ซึ่งจะเป็นกระบวนการที่สำคัญในการพิสูจน์ความบริสุทธิ์ หรือแสดงให้เห็นถึงข้อผิดพลาดที่อาจเกิดขึ้น
ประเด็นสำคัญอีกประการหนึ่งคือการที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ไม่สามารถตั้งคณะกรรมการสอบสวนซ้ำได้ เว้นแต่จะมีพยานหลักฐานใหม่ ซึ่งเป็นการป้องกันการกลั่นแกล้ง หรือการใช้กระบวนการยุติธรรมโดยไม่เป็นธรรม
การแถลงความคืบหน้าของ พล.ต.ท.ยิ่งยศ เทพจำนงค์ โฆษกตร. จะเป็นข้อมูลที่สำคัญสำหรับประชาชนในการติดตามความคืบหน้าของคดีนี้
คดีนี้เป็นบททดสอบสำคัญสำหรับกระบวนการยุติธรรมของไทย และความสามารถในการตรวจสอบการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจระดับสูง การที่ ก.ร.ตร. ชี้มูลผิดวินัย ต่อศักดิ์ ปมส่วยเว็บพนัน แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการตรวจสอบการทุจริต และการรักษาความโปร่งใสในองค์กรตำรวจ
การที่สังคมจับตามองอย่างใกล้ชิด เป็นแรงผลักดันสำคัญให้กระบวนการยุติธรรมต้องดำเนินการด้วยความรอบคอบ และเป็นธรรม เพื่อให้เกิดความเชื่อมั่นในระบบกฎหมายของประเทศ
ดังนั้น การติดตามข่าวสารและข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับคดีนี้ จึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง เพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าใจถึงกระบวนการ และร่วมกันตรวจสอบการทำงานของภาครัฐ
คดีนี้สะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของการตรวจสอบการทุจริตในวงราชการ และความจำเป็นในการสร้างระบบที่โปร่งใสและเป็นธรรม เพื่อให้ประชาชนมีความเชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรม
ที่มา – ก.ร.ตร.มีมติชี้มูลผิดวินัย ต่อศักดิ์ สุขวิมล อดีตผบ.ตร. พร้อมพวก 200 นาย ปมส่วยเว็บพนัน