กอ.รมน. เฝ้าระวังบุคคลต้องสงสัยชายแดนไทย-กัมพูชา
กอ.รมน. สั่งการเร่งด่วน เฝ้าระวังบุคคลต้องสงสัย พื้นที่ชายแดนไทย–กัมพูชา เน้นย้ำ ป้องกัน สอดแนมข้อมูลเกี่ยวข้องความมั่นคงของประเทศ ขอความร่วมมือประชาชนแจ้งเบาะแส
10 ธ.ค. 68 – กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) ขอแจ้งเตือนประชาชนถึงสถานการณ์ด้านความมั่นคงในพื้นที่ชายแดนไทย–กัมพูชา ภายหลังหน่วยทหารและฝ่ายความมั่นคงในหลายจังหวัดได้ตรวจพบและควบคุมตัวบุคคลต้องสงสัยหลายเหตุการณ์อย่างต่อเนื่อง ภายในช่วงวันที่ 8–9 ธันวาคม 2568 ทั้งในจังหวัดอุบลราชธานีและสุรินทร์
จากการปฏิบัติในพื้นที่ หน่วยทหารพบพฤติกรรมที่เข้าข่ายเป็นภัยคุกคามต่อความมั่นคงในหลายรูปแบบ ได้แก่ 1. บุคคลที่มีพฤติกรรมผิดปกติใกล้เขตฐานปฏิบัติการของทหาร 2. ผู้ต้องสงสัยที่ครอบครองโทรศัพท์มือถือจำนวนมาก หรือสิ่งของจากประเทศเพื่อนบ้านโดยไม่สามารถชี้แจงแหล่งที่มาได้
3. บุคคลต่างด้าวที่ไม่สามารถอธิบายเส้นทางการเดินทาง หรือวัตถุประสงค์ในการเข้าพื้นที่ได้ชัดเจน
ทุกกรณีได้ถูกควบคุมตัวเข้ากระบวนการตรวจสอบข้อเท็จจริงด้านความมั่นคงแล้ว เพื่อประเมินความเกี่ยวข้องกับการสอดแนม การขนส่งข้อมูล หรือกิจกรรมที่กระทบต่อความมั่นคงของประเทศ
เหตุการณ์ตรวจพบหลายครั้งในช่วงเวลาใกล้เคียงกัน สะท้อนถึง แนวโน้มความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นในพื้นที่ชายแดนไทย–กัมพูชาตอนล่าง ซึ่งเป็นพื้นที่สำคัญทางยุทธศาสตร์และมีหน่วยทหารปฏิบัติภารกิจสำคัญด้านความมั่นคงอย่างต่อเนื่อง ต่อเรื่องนี้
พลเอก ชัยพฤกษ์ ด้วงประพัฒน์ เลขาธิการ กอ.รมน. ได้สั่งการเร่งด่วน ให้หน่วยในพื้นที่เพิ่มระดับการเฝ้าระวังและตรวจตราเป้าหมายสำคัญ คือการป้องกันไม่ให้บุคคลหรือกลุ่มที่มีเจตนาไม่หวังดีเข้ามาก่อกวนหรือสอดแนมข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคงของประเทศ พร้อมทั้งกำชับให้มีการประสานงานใกล้ชิดระหว่างทหาร ตำรวจ ฝ่ายปกครอง และผู้นำชุมชนในพื้นที่
กอ.รมน. ขอเน้นย้ำและขอความร่วมมือจากพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะผู้ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ชายแดน ให้ช่วยกันสังเกตความเคลื่อนไหวที่ผิดปกติ และแจ้งเบาะแสทันที หากพบ
1. บุคคลแปลกหน้าที่มีพฤติกรรมน่าสงสัย
2. การถ่ายภาพหรือบันทึกข้อมูลในพื้นที่หวงห้ามหรือติดกับฐานทหาร
3. การเดินสำรวจเส้นทางหรือซักถามข้อมูลเกี่ยวกับกำลังพลและตำแหน่งทางยุทธศาสตร์
4. ยานพาหนะที่มีลักษณะผิดสังเกต ไม่คุ้นเคย หรือทะเบียนไม่ตรงพื้นที่
ประชาชนสามารถแจ้งเจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจ หรือผู้นำชุมชนได้โดยทันที เพื่อให้หน่วยงานสามารถเข้าตรวจสอบและจัดการได้อย่างรวดเร็ว มีประสิทธิภาพ และลดความเสี่ยงต่อความปลอดภัยในพื้นที่
กอ.รมน. ขอให้ประชาชนมั่นใจว่า ทุกหน่วยยังคงปฏิบัติภารกิจอย่างเข้มงวด รอบคอบและต่อเนื่อง เพื่อรักษาความปลอดภัยของประชาชนและความมั่นคงของประเทศ พร้อมติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และจะรายงานความคืบหน้าแก่สาธารณชนอย่างสม่ำเสมอ 1374 สายด่วน กอ.รมน. โทรฟรีตลอด 24 ชั่วโมง
กอ.รมน. เฝ้าระวังบุคคลต้องสงสัยชายแดนไทย-กัมพูชา
สถานการณ์บริเวณชายแดนไทย-กัมพูชาในปัจจุบันมีความอ่อนไหวเป็นอย่างมาก การที่ กอ.รมน. เพิ่มมาตรการเฝ้าระวังบุคคลต้องสงสัยชายแดนไทย-กัมพูชา จึงเป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างยิ่งเพื่อป้องกันภัยคุกคามที่อาจเกิดขึ้น การสอดส่องดูแลและการแจ้งเบาะแสจากประชาชนในพื้นที่จึงมีความสำคัญอย่างมากต่อความมั่นคงของชาติ
ความสำคัญของการ เฝ้าระวังบุคคลต้องสงสัยชายแดนไทย-กัมพูชา
การเฝ้าระวังบุคคลต้องสงสัยชายแดนไทย-กัมพูชา ไม่ใช่เพียงแค่การป้องกันการกระทำผิดกฎหมาย แต่ยังเป็นการปกป้องผลประโยชน์และความมั่นคงของชาติ การแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารระหว่างหน่วยงานรัฐและประชาชนจึงเป็นกลไกสำคัญในการรักษาความสงบเรียบร้อยในพื้นที่
การที่ กอ.รมน. ออกมาเน้นย้ำเรื่องการเฝ้าระวังบุคคลต้องสงสัยชายแดนไทย-กัมพูชา แสดงให้เห็นถึงความตระหนักถึงภัยคุกคามที่อาจเกิดขึ้น และความมุ่งมั่นที่จะรักษาความปลอดภัยของประชาชนและประเทศชาติ
ดังนั้น การร่วมมือกันระหว่างภาครัฐ ภาคประชาชน และหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง จึงเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้การเฝ้าระวังมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น และสามารถป้องกันภัยคุกคามที่อาจเกิดขึ้นได้อย่างทันท่วงที
การแจ้งเบาะแสเมื่อพบสิ่งผิดปกติ ไม่เพียงแต่เป็นการช่วยเหลือเจ้าหน้าที่ แต่ยังเป็นการแสดงความรักชาติและความห่วงใยต่อส่วนรวมอีกด้วย