กองปราบ ขนของกลางทรัพย์สิน “สมีโชติ” อดีตเจ้าอาวาสวัดพุทไธศวรรย์

กลายเป็นประเด็นร้อนที่สังคมต่างจับตามองอย่างต่อเนื่อง สำหรับกรณี กองปราบ ขนของกลางทรัพย์สิน “สมีโชติ” อดีตเจ้าอาวาสวัดพุทไธศวรรย์ ซึ่งถือเป็นข่าวใหญ่ที่สร้างแรงสั่นสะเทือนไปทั่ววงการสงฆ์และพุทธศาสนิกชน โดยหลังจากที่เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ควบคุมตัวอดีตพระวชิรญาณ วิ. หรือหลวงพ่อโชติ อายุ 66 ปี มาสอบปากคำเพิ่มเติมที่กองบังคับการปราบปราม ก็ได้มีการเปิดเผยถึงจำนวนทรัพย์สินมหาศาลที่ตรวจยึดได้จากกุฏิ ทำให้หลายคนอดสงสัยไม่ได้ว่าเหตุใดอดีตเจ้าอาวาสถึงมีทรัพย์สินในครอบครองมากมายขนาดนี้

เจาะลึก กองปราบ ขนของกลางทรัพย์สิน “สมีโชติ” อดีตเจ้าอาวาสวัดพุทไธศวรรย์

เหตุการณ์การเข้าตรวจสอบและตรวจยึดทรัพย์สินในครั้งนี้ไม่ใช่เรื่องเล็กๆ เพราะเมื่อ กองปราบ ขนของกลางทรัพย์สิน “สมีโชติ” อดีตเจ้าอาวาสวัดพุทไธศวรรย์ มาถึงกองบังคับการปราบปรามนั้น ปรากฏว่าต้องใช้รถขนของกลางจำนวนถึง 4 คัน เพื่อลำเลียงทรัพย์สินที่ยึดได้จากกุฏิ ซึ่งประกอบไปด้วยรถยนต์หรูหลากหลายรูปแบบ อาทิ รถยนต์อเนกประสงค์ รถเก๋ง รถกระบะ และรถตู้ ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าทรัพย์สินมีปริมาณมากเกินกว่าที่คาดคิดเอาไว้ในตอนแรก

เปิดเบื้องหลังความวุ่นวายตอนนับเงินสด

นอกจากบรรดารถยนต์แล้ว สิ่งที่สร้างความฮือฮาและเป็นอุปสรรคสำคัญในการทำงานของเจ้าหน้าที่ คือปริมาณเงินสดจำนวนมหาศาลที่ถูกซุกซ่อนไว้ จนถึงขนาดที่ว่าเครื่องนับธนบัตรถึง 4 เครื่องยังทำงานหนักจนเกิดความเสียหายไปถึง 2 เครื่องเลยทีเดียว เรื่องนี้กลายเป็นประเด็นที่วิพากษ์วิจารณ์กันอย่างหนักว่าเหตุใดเงินทองจำนวนมากเช่นนี้ถึงไปอยู่ในกุฏิของอดีตพระสงฆ์ได้

ระหว่างที่ถูกควบคุมตัวนั้น สื่อมวลชนได้พยายามสอบถามถึงความรู้สึกหรือสิ่งที่ต้องการจะสื่อสารกับสังคม แต่สิ่งที่ได้รับกลับมาคือคำตอบสั้นๆ ว่า “เป็นเรื่องธรรมดา” ซึ่งคำพูดนี้ยิ่งตอกย้ำให้สังคมเกิดเครื่องหมายคำถามว่า การครอบครองทรัพย์สินมหาศาลเช่นนี้ถือเป็นเรื่องปกติวิสัยของนักบวชอย่างนั้นหรือ?

  • ทรัพย์สินที่ยึดได้ประกอบด้วยรถยนต์รวม 4 คัน
  • การนับเงินสดต้องใช้เครื่องนับถึง 4 เครื่อง
  • เครื่องนับธนบัตรเสียหายจากการใช้งานหนักถึง 2 เครื่อง
  • เจ้าหน้าที่กำลังเร่งตรวจสอบเส้นทางการเงินและที่มาของทรัพย์สินทั้งหมดอย่างละเอียด

อย่างไรก็ตาม กระบวนการยุติธรรมในขณะนี้กำลังเดินหน้าอย่างเต็มที่ เพื่อหาที่มาของทรัพย์สินเหล่านี้ว่าเกี่ยวข้องกับการทุจริตหรือการใช้อำนาจในทางที่ผิดอย่างไรบ้าง เชื่อว่าหลังจากนี้จะมีการเปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติมที่น่าสนใจอีกแน่นอน สำหรับประชาชนที่ติดตามข่าวสาร ต้องใช้วิจารณญาณในการรับชม และรอดูความชัดเจนจากทางเจ้าหน้าที่ตำรวจต่อไปว่าบทสรุปของเรื่องนี้จะจบลงอย่างไร และจะมีใครที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติมหรือไม่

ที่มา – กองปราบ ขนของกลางทรัพย์สิน “สมีโชติ” อดีตเจ้าอาวาสวัดพุทไธศวรรย์

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *