กองทัพภาคที่ 2 พบโดรนเขมร บินป่วนชายแดน
สถานการณ์ชายแดนไทย – กัมพูชายังคงตึงเครียด เมื่อกองทัพภาคที่ 2 พบโดรนเขมร 93 ลำ บินป่วนชายแดน ทหารกัมพูชายังคงเคลื่อนไหว ทำให้กองกำลังของทั้งสองฝ่ายยังคงตรึงกำลังในพื้นที่
เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 2568 ศูนย์ปฏิบัติการกองทัพภาคที่ 2 ได้สรุปสถานการณ์ตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา โดยรายงานว่ายังคงตรวจพบความเคลื่อนไหวของฝ่ายกัมพูชาอย่างต่อเนื่อง ทั้งกำลังพล รถยนต์ และรถบรรทุกที่เคลื่อนตัวไปยังพื้นที่ต่างๆ ที่น่าจับตาคือการตรวจพบโดรนเขมร 93 ลำ บินป่วนชายแดน ซึ่งเพิ่มความตึงเครียดในบริเวณดังกล่าว กองกำลังของทั้งสองฝ่ายยังคงตรึงกำลังในที่มั่นของตนเอง พร้อมรับมือกับสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้น
นอกเหนือจากสถานการณ์ความตึงเครียด กองทัพภาคที่ 2 ยังคงให้ความสำคัญกับการดูแลผู้อพยพ โดยสนับสนุนส่วนราชการทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชน ในการอำนวยความสะดวกให้กับประชาชนจากพื้นที่เสี่ยงภัยไปยังพื้นที่รวบรวมพลเรือน 8 ศูนย์ ในจังหวัดอุบลราชธานี ปัจจุบันมียอดรวมผู้อพยพ 591 คน เนื่องจากยังไม่มั่นใจในสถานการณ์ในพื้นที่ ฝ่ายปกครองได้จัดชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้านเข้าดูแลพื้นที่และบ้านเรือนของประชาชนที่อพยพอย่างต่อเนื่อง
จิตอาสาพระราชทานยังคงมีบทบาทสำคัญในการช่วยเหลือประชาชน พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ ที่ปรึกษามูลนิธิชัยพัฒนา เป็นผู้แทนพระองค์ในการนำเครื่องอุปโภคบริโภคพระราชทานไปมอบแก่ข้าราชการตำรวจ สถานีตำรวจภูธรละหานทราย ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ความไม่สงบบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา นอกจากนี้ ศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราชทาน มณฑลทหารบกที่ 25 ยังได้เข้าเยี่ยมให้กำลังใจพร้อมมอบสิ่งของอุปโภคบริโภคแก่ทหารผ่านศึก
พล.ต.ไชยนคร กิจคณะ ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 25 พร้อมด้วย จิตอาสา 904, จิตอาสาพระราชทาน และประชาชนจิตอาสา ได้ตรวจเยี่ยมและติดตามโครงการปันน้ำใจสู่คู่สมรสที่ทุพพลภาพ เยี่ยมทหารผ่านศึกที่พิการและทุพพลภาพที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความไม่สงบ พร้อมทั้งมอบเครื่องอุปโภคบริโภค ยาสามัญประจำบ้าน ณ พื้นที่จังหวัดสุรินทร์ และติดตามความคืบหน้าการสร้างบ้านของอาสาสมัครทหารพราน ประวิทย์ งามแสน โดยกำลังพล จิตอาสา ชุดช่าง และประชาชนจิตอาสา ร่วมกันสร้างบ้าน ซึ่งมีความคืบหน้าไปถึงร้อยละ 65
กองทัพภาคที่ 2 พบโดรนเขมร 93 ลำ บินป่วนชายแดน
กองทัพภาคที่ 2 ได้แจ้งเตือนประชาชนเกี่ยวกับข่าวปลอมที่เผยแพร่ในสื่อออนไลน์ กรณีที่มีการระบุว่าแม่ทัพภาคที่ 2 ได้สั่งการให้รื้อถอนบ้านเรือนและตลาดบริเวณช่องอานม้า โดยมีการนำรถแบคโฮเข้าดำเนินการรื้อถอนนั้น จากการตรวจสอบข้อเท็จจริงพบว่าข้อมูลดังกล่าวไม่เป็นความจริง คลิปวิดีโอที่ปรากฏเป็นคลิปจากต่างประเทศ กองทัพภาคที่ 2 ขอความร่วมมือจากประชาชนในการรับข้อมูลข่าวสารอย่างมีวิจารณญาณ และติดตามข้อมูลจากช่องทางอย่างเป็นทางการของหน่วยงานที่รับผิดชอบโดยตรง
จะเกิดอะไรขึ้นต่อไปหลังจากกองทัพภาคที่ 2 พบโดรนเขมร?
ทางกองทัพภาคที่ 2 ได้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการตรวจสอบข้อมูลข่าวสารก่อนที่จะเชื่อและส่งต่อ เพื่อป้องกันการสร้างความเข้าใจผิดและความตื่นตระหนกในสังคม การติดตามข่าวสารจากแหล่งที่เชื่อถือได้และการตรวจสอบข้อเท็จจริง เป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างยิ่งในสถานการณ์ปัจจุบัน
สถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชายังคงต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด การปรากฏตัวของโดรนเขมร 93 ลำ บินป่วนชายแดน เป็นสัญญาณที่บ่งบอกถึงความไม่แน่นอนที่อาจเกิดขึ้นได้ การเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ฉุกเฉินและการรักษาความสงบเรียบร้อยในพื้นที่ เป็นสิ่งที่กองทัพภาคที่ 2 ให้ความสำคัญเป็นอันดับแรก
สิ่งสำคัญที่สุดคือการที่ประชาชนในพื้นที่ชายแดนได้รับการดูแลและปกป้องอย่างเต็มที่ การสนับสนุนจากทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชน เป็นสิ่งที่จะช่วยให้เราสามารถผ่านพ้นสถานการณ์ที่ยากลำบากนี้ไปได้ด้วยกัน
ที่มา – กองทัพภาคที่ 2 พบโดรนเขมร 93 ลำ บินป่วนชายแดน ทหารกัมพูชายังเคลื่อนไหว