กองทัพภาคที่ 2 ประณาม “เขมร” ละเมิดข้อตกลงหยุดยิง
กองทัพภาคที่ 2 ออกโรงประณาม “เขมร” ละเมิดข้อตกลงหยุดยิงอย่างรุนแรง หลังเกิดเหตุการณ์ลอบวางกับระเบิดในพื้นที่ปฏิบัติการของฝ่ายไทย โดยกองทัพกัมพูชา การกระทำดังกล่าวถือเป็นการละเมิดข้อตกลงที่มีร่วมกัน และบั่นทอนความพยายามในการสร้างสันติภาพตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา
เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า สร้างความเสียหายและความสูญเสียให้กับทหารไทยอย่างต่อเนื่อง ที่ผ่านมา มีทหารกัมพูชาลักลอบเข้ามาวางกับระเบิด จนทหารไทยเหยียบในเส้นทางลาดตระเวนของฝ่ายไทยแล้วถึง 5 ครั้ง ส่งผลให้ทหารไทยต้องสูญเสียขา จำนวน 5 นาย และได้รับบาดเจ็บอีกหลายนาย นับเป็นความสูญเสียที่ไม่อาจเพิกเฉยได้
ล่าสุด เมื่อวันที่ 27 สิงหาคม 2568 ได้เกิดเหตุการณ์ซ้ำรอยอีกครั้ง เป็นครั้งที่ 6 ทำให้ทหารไทยได้รับบาดเจ็บสาหัส ขาขาดอีก 1 นาย และบาดเจ็บเล็กน้อย 2 นาย ณ พิกัด UA 24542 87382 จากการตรวจสอบพื้นที่ใกล้เคียงที่เกิดเหตุ ยังพบทุ่นระเบิด PMN-2 วางอยู่บริเวณใกล้เคียงอีก 2 ทุ่น นอกจากนั้น พื้นที่เกิดเหตุยังอยู่ห่างจากจุดที่ตรวจพบการวางทุ่นระเบิดชนิด PMN-2 ทิ้งไว้จำนวน 1 ทุ่น เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 2568 ไปทางทิศตะวันออกประมาณ 200 เมตร

พื้นที่โดยรอบปราสาทตาเมือนและตาควาย เป็นอีกจุดที่เคยเกิดเหตุทหารไทยเหยียบกับระเบิดมาแล้วถึง 3 ครั้ง โดยเป็นเหตุการณ์ก่อนการหยุดยิง 1 ครั้ง และหลังการหยุดยิง 2 ครั้ง นอกจากนี้ ฝ่ายไทยยังตรวจพบความพยายามลักลอบนำทุ่นระเบิดเข้ามาในพื้นที่อย่างน้อย 2 ครั้ง ได้แก่
- ตรวจพบทุ่นระเบิดถูกทิ้งตกอยู่ระหว่างแนวลวดหนาม เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 2568
- ตรวจพบการขว้างทุ่นระเบิดชนิด PMN-2 ข้ามแนวลวดหนามเข้ามาในพื้นที่ฝั่งไทย จำนวน 3 ทุ่น เมื่อวันที่ 22 สิงหาคม 2568
กองทัพภาคที่ 2 ประณาม “เขมร” ละเมิดข้อตกลงหยุดยิง
จากพฤติการณ์ทั้งหมดที่กล่าวมา ถือเป็นหลักฐานที่ชัดเจน ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่ากองทัพกัมพูชาไม่มีความจริงใจในการปฏิบัติตามข้อตกลงหยุดยิง ตามที่ได้ร่วมกันลงนามในการประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไป (General Border Committee: GBC) และการประชุมคณะกรรมการชายแดนส่วนภูมิภาค (Regional Border Committee: RBC) อีกทั้งยังเป็นการละเมิดอนุสัญญาออตตาวา ว่าด้วยการห้ามใช้ สะสม ผลิต โอน และทำลายทุ่นระเบิดสังหารบุคคล
การกระทำดังกล่าว ไม่เพียงแต่เป็นการละเมิดต่อหลักสันติวิธี แต่ยังเป็นอุปสรรคสำคัญต่อการสร้างสันติภาพที่ยั่งยืนในพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา การประณาม “เขมร” ละเมิดข้อตกลงหยุดยิงครั้งนี้ จึงเป็นการแสดงออกถึงความไม่พอใจอย่างยิ่งต่อการกระทำที่ขาดความรับผิดชอบ และเรียกร้องให้กองทัพกัมพูชายึดมั่นในข้อตกลงที่ได้ให้ไว้
ทำไมต้องประณาม “เขมร” ละเมิดข้อตกลงหยุดยิง
เหตุผลสำคัญที่ต้องประณาม “เขมร” ละเมิดข้อตกลงหยุดยิง คือ เพื่อปกป้องชีวิตและทรัพย์สินของทหารไทยที่ปฏิบัติหน้าที่ตามแนวชายแดน การวางกับระเบิดอย่างต่อเนื่อง เป็นการกระทำที่โหดร้ายและไร้มนุษยธรรม สร้างความหวาดกลัวและความไม่มั่นใจให้กับทหารที่ต้องเสี่ยงชีวิตในการลาดตระเวน นอกจากนี้ การละเมิดข้อตกลงยังส่งผลเสียต่อความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ และขัดขวางการพัฒนาและความเจริญก้าวหน้าของทั้งสองชาติ
การที่กองทัพภาคที่ 2 ออกมาประณาม “เขมร” ละเมิดข้อตกลงหยุดยิงอย่างชัดเจน เป็นการส่งสัญญาณไปยังกองทัพกัมพูชาว่า การกระทำดังกล่าวเป็นสิ่งที่ยอมรับไม่ได้ และจะต้องยุติลงทันที ไทยให้ความสำคัญกับสันติภาพและความมั่นคงในภูมิภาค และพร้อมที่จะร่วมมือกับทุกฝ่ายในการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งโดยสันติวิธี แต่การกระทำที่ละเมิดข้อตกลงและสร้างความเสียหายให้กับทหารไทย ย่อมเป็นสิ่งที่ไม่อาจปล่อยผ่านไปได้
สถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชายังคงต้องจับตามองอย่างใกล้ชิด รัฐบาลและกองทัพไทยควรเพิ่มความเข้มงวดในการลาดตระเวนและตรวจสอบพื้นที่ เพื่อป้องกันการลักลอบวางกับระเบิด และให้ความช่วยเหลือแก่ทหารที่ได้รับบาดเจ็บอย่างเต็มที่ ในขณะเดียวกัน ควรมีการเจรจาและหารือกับฝ่ายกัมพูชา เพื่อหาทางออกร่วมกัน และสร้างความเข้าใจที่ถูกต้อง เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ซ้ำรอยในอนาคต
ที่มา – ประณาม “เขมร” ละเมิดข้อตกลงหยุดยิงด้วยการลอบวางกับระเบิด