กองทัพภาคที่ 2 ชี้ชัด กัมพูชา ใช้โบราณสถานเป็นฐานทหาร
กองทัพภาคที่ 2 ชี้ชัด กัมพูชา ใช้โบราณสถานเป็นฐานทหาร ปฏิบัติการ พบพฤติการณ์นำครอบครัวร่วมภารกิจ ยิ่งเพิ่มความตึงเครียดและขัดต่อกติกาสากล
เมื่อวันที่ 10 ธันวาคม 2568 แหล่งข่าวจากกองทัพภาคที่ 2 เปิดเผยว่า จากกรณีที่ทหารกัมพูชาได้ใช้พื้นที่ปราสาทตาควายเป็นที่วางกำลัง และตั้งเป็นฐานปฏิบัติการ รวมถึงจุดยิงอาวุธทั้งวิถีตรงและวิถีโค้ง ซึ่งถือเป็นภัยคุกคามเชิงยุทธวิธีที่มุ่งสร้างความสูญเสียต่อกำลังปฏิบัติการของฝ่ายไทย
การกระทำดังกล่าว เข้าข่ายการใช้โบราณสถานเป็นฐานทหาร ผิดวัตถุประสงค์จากหลักสากลที่กำหนดให้โบราณสถานต้องปลอดกิจกรรมทางทหาร แต่กลับถูกกัมพูชานำไปใช้ในการปฏิบัติการทางทหาร จนได้รับความเสียหาย ซึ่งถือว่าไม่เป็นการเคารพกติกาสากลโลก

นอกจากนี้ ยังมีข้อมูลบ่งชี้ถึงการนำบุคคลในครอบครัวเข้ามาเกี่ยวข้องในภารกิจที่ควรเป็นของกำลังทหารโดยเฉพาะ ซึ่งเป็นแนวปฏิบัติที่ไม่สอดคล้องกับมาตรฐานความปลอดภัยทางทหารและหลักมนุษยธรรมสากล
แหล่งข่าวจากกองทัพภาคที่ 2 กล่าวเพิ่มเติมว่า “การใช้โบราณสถานเป็นฐานทหาร ฐานยิงอาวุธ และดำเนินการโดยมิชอบเช่นนี้ เป็นพฤติการณ์ที่สร้างความตึงเครียด ความหวาดระแวง และความรุนแรง โดยไม่จำเป็นและขัดต่อบรรทัดฐานสากลอย่างชัดเจน”

กองทัพภาคที่ 2 ชี้ชัด กัมพูชา ใช้โบราณสถานเป็นฐานทหาร
ผลกระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ
สถานการณ์ดังกล่าว อาจส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ และความร่วมมือในภูมิภาคได้ หากไม่มีการแก้ไขและเจรจาเพื่อหาทางออกร่วมกัน การใช้โบราณสถานเป็นฐานทหาร ถือเป็นการละเมิดข้อตกลงและหลักการสากล ซึ่งอาจนำไปสู่ความเข้าใจผิดและความขัดแย้งที่รุนแรงยิ่งขึ้น
- การเจรจาอย่างสันติวิธีเป็นสิ่งสำคัญ
- การเคารพข้อตกลงระหว่างประเทศเป็นสิ่งจำเป็น
- การรักษาความสัมพันธ์อันดีระหว่างประเทศเพื่อนบ้าน
การกระทำของกัมพูชาที่ใช้โบราณสถานเป็นฐานทหาร ไม่เพียงแต่เป็นการละเมิดหลักการสากลเท่านั้น แต่ยังเป็นการกระทำที่อาจนำไปสู่ความขัดแย้งที่ขยายตัวมากขึ้น การแก้ไขปัญหาด้วยสันติวิธี และการเคารพในข้อตกลงระหว่างประเทศจึงเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งในการรักษาสันติภาพและความมั่นคงในภูมิภาค
ที่มา – กองทัพภาคที่ 2 ชี้ชัด กัมพูชา ใช้โบราณสถานเป็นฐานทหาร ครอบครัวร่วมยิ่งตึงเครียด