กรมอุตุ เตือนฉบับที่ 11 ฝนตกหนักถึงหนักมาก
กรมอุตุ เตือนฉบับที่ 11 ฝนตกหนักถึงหนักมาก โดยแจ้งเตือนประชาชนให้เตรียมรับมือสภาพอากาศแปรปรวนระหว่างวันที่ 22-25 ตุลาคม 2569 หลายพื้นที่มีฝนตกต่อเนื่อง ฝนตกหนักถึงหนักมาก และอาจมีลมกระโชกแรง โดยเฉพาะภาคตะวันออกและภาคใต้ ซึ่งมีความเสี่ยงเกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และน้ำท่วมขังในพื้นที่ลุ่มต่ำ
ประกาศฉบับนี้ออกเมื่อวันที่ 22 ตุลาคม 2569 เวลา 05.00 น. กรมอุตุนิยมวิทยาระบุว่า ร่องมรสุมพาดผ่านภาคใต้ตอนกลาง ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้พัดปกคลุมทะเลอันดามันตอนล่าง ขณะเดียวกันมวลอากาศเย็นจากประเทศจีนเริ่มแผ่ลงมาปกคลุมภาคเหนือตอนบน ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน และทะเลจีนใต้ ปัจจัยเหล่านี้ทำให้เกิดการสะสมความชื้นและส่งผลให้ประเทศไทยมีฝนเพิ่มขึ้น
กรมอุตุ เตือนฉบับที่ 11 ฝนตกหนักถึงหนักมาก
พื้นที่ที่ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ ได้แก่ ภาคตะวันออกและภาคใต้ เนื่องจากมีฝนตกในหลายพื้นที่และอาจมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง ส่วนภาคเหนือตอนล่าง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ภาคกลาง รวมถึงกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ยังคงมีฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรงบางพื้นที่ ประชาชนควรติดตามประกาศฉบับใหม่อย่างใกล้ชิด เพราะสภาพอากาศสามารถเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา
กรมอุตุ เตือนฉบับที่ 11 ฝนตกหนักถึงหนักมาก กระทบพื้นที่ใดบ้าง
สำหรับภาคตะวันออก คาดว่าจะมีฝนฟ้าคะนองประมาณร้อยละ 60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักพร้อมลมกระโชกแรงบางแห่ง โดยจังหวัดที่ควรระวัง ได้แก่ นครนายก ปราจีนบุรี สระแก้ว ระยอง จันทบุรี และตราด อุณหภูมิต่ำสุดอยู่ที่ประมาณ 23-24 องศาเซลเซียส และอุณหภูมิสูงสุด 32-35 องศาเซลเซียส บริเวณทะเลมีคลื่นต่ำกว่า 1 เมตร แต่ในจุดที่มีฝนฟ้าคะนอง คลื่นอาจสูงมากกว่า 2 เมตร
ภาคใต้ฝั่งตะวันออกมีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง จังหวัดที่ต้องระวังเป็นพิเศษ ได้แก่ ชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช และพัทลุง ส่วนภาคใต้ฝั่งตะวันตก ได้แก่ ระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล ก็มีโอกาสเกิดฝนตกหนักเช่นกัน ทะเลทั้งสองฝั่งอาจมีคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตรในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง
พยากรณ์อากาศแต่ละภูมิภาค
- ภาคเหนือ: มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 10 ของพื้นที่ โดยเฉพาะพิษณุโลก ตาก พิจิตร และเพชรบูรณ์ อุณหภูมิสูงสุด 35-36 องศาเซลเซียส
- ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ: มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 20 ของพื้นที่ และอาจมีลมกระโชกแรงในนครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ ยโสธร อำนาจเจริญ และอุบลราชธานี
- ภาคกลาง: มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 40 ของพื้นที่ และอาจมีลมกระโชกแรงบริเวณลพบุรี สระบุรี พระนครศรีอยุธยา สุพรรณบุรี กาญจนบุรี ราชบุรี นครปฐม สมุทรสาคร และสมุทรสงคราม
- ภาคตะวันออก: มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 60 ของพื้นที่ พร้อมฝนตกหนักบางแห่งและลมกระโชกแรง
- ภาคใต้: มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่งทั้งฝั่งตะวันออกและฝั่งตะวันตก
- กรุงเทพมหานครและปริมณฑล: มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 40 ของพื้นที่ และอาจมีลมกระโชกแรง อุณหภูมิสูงสุด 33-36 องศาเซลเซียส
คำแนะนำรับมือฝนตกหนักและน้ำท่วมฉับพลัน
ประชาชนที่อาศัยอยู่บริเวณพื้นที่ลาดเชิงเขา พื้นที่ลุ่มต่ำ หรือใกล้ทางน้ำ ควรตรวจสอบเส้นทางระบายน้ำและติดตามระดับน้ำอย่างสม่ำเสมอ หากมีฝนตกต่อเนื่องเป็นเวลานาน ควรเตรียมย้ายสิ่งของขึ้นที่สูงและวางแผนเส้นทางสำรองไว้ล่วงหน้า ผู้ขับขี่ควรลดความเร็ว เปิดไฟหน้า และหลีกเลี่ยงการขับรถผ่านบริเวณที่มีน้ำไหลเชี่ยวหรือน้ำท่วมสูง เพราะอาจมองไม่เห็นหลุมหรือสิ่งกีดขวางใต้ผิวน้ำ
สำหรับผู้ที่ต้องเดินทางทางทะเล ชาวเรือควรตรวจสอบสภาพอากาศก่อนออกจากฝั่ง และหลีกเลี่ยงบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง หากพบคลื่นลมแรงหรือทัศนวิสัยไม่ดี ควรงดการเดินเรือเพื่อความปลอดภัย โดยเฉพาะช่วงที่มีประกาศเตือนคลื่นสูงและฝนตกหนัก
ประชาชนสามารถติดตามข้อมูลพยากรณ์อากาศและประกาศเตือนภัยล่าสุดได้จากเว็บไซต์กรมอุตุนิยมวิทยา หรือโทรศัพท์สายด่วน 1182 ตลอด 24 ชั่วโมง การเตรียมตัวล่วงหน้า ตรวจสอบข่าวสารจากแหล่งทางการ และไม่ประมาท จะช่วยลดความเสี่ยงต่อชีวิตและทรัพย์สินได้มากที่สุด
สรุป: กรมอุตุ เตือนฉบับที่ 11 ฝนตกหนักถึงหนักมาก ขอให้ประชาชนใน 16 จังหวัดที่อยู่ในพื้นที่เสี่ยง โดยเฉพาะภาคตะวันออกและภาคใต้ เฝ้าระวังฝนสะสม น้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และลมกระโชกแรง ช่วงนี้ควรวางแผนการเดินทางอย่างรอบคอบและติดตามประกาศอย่างต่อเนื่อง เพื่อความปลอดภัยของทุกคน
อย่ารอให้เกิดเหตุแล้วจึงเตรียมตัว หากอยู่ในพื้นที่เสี่ยงควรจัดกระเป๋าฉุกเฉิน ยกของสำคัญขึ้นที่สูง และติดตามข่าวสารจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด
ที่มา – กรมอุตุ เตือนฉบับที่ 11 ฝนตกหนักถึงหนักมาก วันนี้ 16 จังหวัด ระวังเจอถล่มหนัก