กรมอุตุฯ ประกาศฉบับที่ 2 เตือนฝนตกหนักถึงหนักมากระลอกใหม่
กรมอุตุฯ ประกาศฉบับที่ 2 เตือนฝนตกหนักถึงหนักมากระลอกใหม่ โดยแจ้งเตือนประชาชนให้เตรียมรับมือสภาพอากาศแปรปรวนและฝนตกสะสมในหลายพื้นที่ ระหว่างวันที่ 23-27 กันยายน 2569 ฝนระลอกใหม่มีแนวโน้มส่งผลกระทบต่อภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ภาคตะวันออก ภาคกลาง กรุงเทพมหานครและปริมณฑล รวมถึงภาคเหนือและภาคใต้ในระยะถัดไป
ประกาศดังกล่าวออกโดยกรมอุตุนิยมวิทยา เมื่อวันที่ 22 กันยายน 2569 ระบุว่า หลายพื้นที่จะมีฝนตกหนัก และบางแห่งอาจมีฝนตกหนักมาก ประชาชนจึงควรติดตามพยากรณ์อากาศอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะผู้ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ลุ่มต่ำ ใกล้ทางน้ำไหลผ่าน เชิงเขา และบริเวณที่เคยเกิดน้ำท่วมซ้ำซาก
กรมอุตุฯ ประกาศฉบับที่ 2 เตือนฝนตกหนักถึงหนักมากระลอกใหม่
สาเหตุสำคัญของสภาพอากาศครั้งนี้มาจากหย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงบริเวณชายฝั่งประเทศเวียดนามตอนกลาง ซึ่งคาดว่าจะเคลื่อนเข้าปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ภาคตะวันออก และภาคกลาง รวมถึงกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ขณะเดียวกัน ร่องมรสุมจะพาดผ่านประเทศไทยตอนบน ทำให้มีเมฆฝนเพิ่มขึ้นและเกิดฝนตกหนักในหลายจังหวัด
นอกจากนี้ มรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทยจะมีกำลังแรงขึ้น ปัจจัยดังกล่าวอาจทำให้ฝนตกต่อเนื่อง ฝนตกสะสม และมีลมกระโชกแรงในบางช่วง ประชาชนควรเตรียมอุปกรณ์จำเป็น เช่น ไฟฉาย แบตเตอรี่สำรอง ยาประจำตัว และเอกสารสำคัญใส่ถุงกันน้ำไว้ล่วงหน้า
กรมอุตุฯ ประกาศฉบับที่ 2 เตือนฝนตกหนักถึงหนักมากระลอกใหม่ กระทบพื้นที่ใดบ้าง
พื้นที่ที่ควรเฝ้าระวังเป็นพิเศษ ได้แก่ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ภาคตะวันออก ภาคกลาง กรุงเทพมหานครและปริมณฑล ภาคเหนือ และภาคใต้ แม้ระดับความรุนแรงและช่วงเวลาที่ฝนตกจะแตกต่างกันในแต่ละพื้นที่ แต่ทุกจังหวัดควรติดตามประกาศฉบับล่าสุดจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เนื่องจากทิศทางของกลุ่มฝนสามารถเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา
- ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง: มีโอกาสได้รับผลกระทบก่อนพื้นที่อื่น อาจเกิดฝนตกหนักและน้ำท่วมขังในพื้นที่ลุ่ม
- ภาคตะวันออก: ต้องระวังฝนตกหนักถึงหนักมาก น้ำป่าไหลหลาก และน้ำท่วมฉับพลัน โดยเฉพาะบริเวณใกล้ภูเขาและลำธาร
- ภาคกลาง กรุงเทพมหานครและปริมณฑล: อาจมีฝนตกหนักในบางช่วง ส่งผลให้เกิดน้ำรอการระบายและปัญหาการจราจร
- ภาคเหนือ: ควรเฝ้าระวังฝนตกสะสมในพื้นที่ลาดเชิงเขาและพื้นที่ที่มีทางน้ำไหลผ่าน
- ภาคใต้: มีโอกาสเกิดฝนตกหนักและคลื่นลมแรง โดยเฉพาะบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง
ข้อควรระวังเมื่อเกิดฝนตกหนักและน้ำท่วมฉับพลัน
ฝนตกหนักต่อเนื่องอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากได้อย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะในพื้นที่ลาดเชิงเขา ใกล้ลำห้วย และบริเวณที่มีฝนตกสะสมเป็นเวลานาน หากพบว่าน้ำเริ่มไหลแรงหรือระดับน้ำเพิ่มขึ้นผิดปกติ ควรรีบออกจากพื้นที่เสี่ยงไปยังจุดปลอดภัย ไม่ควรรอจนกระทั่งเส้นทางถูกตัดขาด
ผู้ที่ต้องเดินทางควรตรวจสอบเส้นทางก่อนออกจากบ้าน หลีกเลี่ยงถนนที่มีน้ำท่วมซ้ำซากและเส้นทางริมแม่น้ำ หากจำเป็นต้องขับรถผ่านบริเวณที่มีน้ำขัง ควรลดความเร็ว เปิดไฟหน้า และเว้นระยะห่างจากรถคันอื่น ไม่ควรฝืนขับผ่านจุดที่มองไม่เห็นพื้นถนนหรือมีน้ำไหลเชี่ยว เพราะอาจทำให้รถเสียหลักหรือเครื่องยนต์ดับได้
ประชาชนที่อาศัยอยู่ในบ้านชั้นล่างควรย้ายสิ่งของ เครื่องใช้ไฟฟ้า และเอกสารสำคัญขึ้นที่สูง รวมถึงตรวจสอบระบบไฟฟ้าและปลั๊กไฟ หากน้ำเริ่มเข้าบ้านควรตัดกระแสไฟจากจุดที่ปลอดภัย และไม่สัมผัสอุปกรณ์ไฟฟ้าขณะตัวเปียก เพื่อป้องกันอันตรายจากไฟฟ้ารั่ว
คลื่นลมแรง เรือเล็กควรงดออกจากฝั่ง
นอกจากฝนตกหนักแล้ว ทะเลอันดามันและอ่าวไทยจะมีคลื่นลมแรงขึ้น โดยอ่าวไทยตอนบนมีคลื่นสูงประมาณ 2-3 เมตร และบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นอาจสูงมากกว่า 3 เมตร ส่วนอ่าวไทยตอนล่างและทะเลอันดามันตอนบนมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร และอาจสูงมากกว่า 2 เมตรในบริเวณที่มีพายุฝนฟ้าคะนอง
กรมอุตุนิยมวิทยาขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และหลีกเลี่ยงบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง เนื่องจากทัศนวิสัยอาจลดลงอย่างรวดเร็วและมีลมกระโชกแรง สำหรับเรือเล็กบริเวณอ่าวไทยตอนบนควรงดออกจากฝั่งตลอดช่วงวันที่ 23-27 กันยายน 2569 หรือจนกว่าสภาพอากาศจะกลับเข้าสู่ภาวะปลอดภัย
ประชาชนควรติดตามข้อมูลจากแหล่งใด
การเตือนภัยล่วงหน้ามีความสำคัญมากในช่วงที่สภาพอากาศเปลี่ยนแปลงรวดเร็ว ประชาชนควรติดตามข้อมูลจากกรมอุตุนิยมวิทยา หน่วยงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย รวมถึงประกาศจากจังหวัดและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่ ไม่ควรเชื่อหรือส่งต่อข้อมูลที่ยังไม่ได้ตรวจสอบ เพราะอาจทำให้เกิดความเข้าใจผิดและทำให้การเตรียมตัวไม่เหมาะสม
สามารถตรวจสอบข้อมูลพยากรณ์อากาศและประกาศเตือนภัยได้ที่เว็บไซต์กรมอุตุนิยมวิทยา หรือโทรศัพท์สายด่วน 1182 ตลอด 24 ชั่วโมง หากเกิดเหตุฉุกเฉิน ควรแจ้งหน่วยงานท้องถิ่นและขอความช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่ทันที พร้อมระบุพิกัดหรือสถานที่ให้ชัดเจน เพื่อให้การช่วยเหลือเป็นไปอย่างรวดเร็ว
สำหรับผู้ปกครองควรเตรียมแผนรับส่งบุตรหลานในวันที่ฝนตกหนัก โรงเรียนและสถานประกอบการควรตรวจสอบระบบระบายน้ำ อาคาร และเส้นทางอพยพ ส่วนผู้สูงอายุ ผู้ป่วยติดเตียง และผู้พิการควรมีผู้ดูแลช่วยวางแผนล่วงหน้า โดยจัดเตรียมยา อาหาร น้ำดื่ม และช่องทางติดต่อฉุกเฉินให้พร้อม
โดยสรุป การประกาศเตือนครั้งนี้สะท้อนว่าในช่วงวันที่ 23-27 กันยายน 2569 หลายพื้นที่ของประเทศไทยมีความเสี่ยงจากฝนตกหนักถึงหนักมาก น้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และคลื่นลมแรง การเตรียมตัวล่วงหน้า ตรวจสอบเส้นทาง และติดตามข้อมูลจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างต่อเนื่อง จะช่วยลดความเสี่ยงและความเสียหายได้ ขอให้ทุกคนวางแผนการเดินทางอย่างรอบคอบ ดูแลคนในครอบครัว และอย่าประมาทกับสภาพอากาศระลอกใหม่นี้
ที่มา – กรมอุตุฯ ประกาศฉบับที่ 2 เตือน ฝนตกหนักถึงหนักมาก ระลอกใหม่