กรมชลฯ ระบายน้ำเขื่อนเจ้าพระยา เพิ่มแล้ว!

กรมชลประทาน ระบายน้ำเขื่อนเจ้าพระยา เพิ่ม 2,000-2,500 ลบ.ม./วินาที ส่งผลกระทบต่อหลายพื้นที่ โดยเฉพาะจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ที่มีรายงานน้ำท่วมแล้ว 6 อำเภอ และบ้านเรือนประชาชนกว่า 25,000 ครัวเรือนได้รับผลกระทบ

วันที่ 16 ก.ย. 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กรมชลประทานได้ออกประกาศแจ้งเตือนประชาชน โดยระบุว่า จากอิทธิพลของฝนที่ตกหนักอย่างต่อเนื่องในพื้นที่ตอนบน ส่งผลให้มีปริมาณน้ำไหลเข้าสู่แม่น้ำเจ้าพระยาเพิ่มมากขึ้น แม้ว่าจะมีการบริหารจัดการน้ำด้วยการทดน้ำและนำน้ำเข้าสู่ระบบชลประทานทั้งสองฝั่งอย่างเต็มที่แล้วก็ตาม แต่ก็ยังมีปริมาณน้ำส่วนเกินที่จำเป็นต้องระบายผ่านเขื่อนเจ้าพระยา

เพื่อให้การบริหารจัดการน้ำเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและลดผลกระทบต่อพื้นที่ลุ่มต่ำ คณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (กนช.) จึงได้มีมติเห็นชอบให้กรมชลประทานทำการปรับเพิ่มการระบายน้ำจากเขื่อนเจ้าพระยาในอัตรา 2,000-2,500 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ซึ่งจะส่งผลให้ระดับน้ำท้ายเขื่อนเพิ่มสูงขึ้นจากปัจจุบันประมาณ 40-60 เซนติเมตร และจะมีผลกระทบต่อพื้นที่ต่างๆ ดังนี้

กรมชลประทาน ระบายน้ำเขื่อนเจ้าพระยา เพิ่ม 2,000-2,500 ลบ.ม./วินาที อยุธยา น้ำท่วมแล้ว 6 อำเภอ บ้านเรือนกว่า 25,000 ครัวเรือนได้รับผลกระทบ

กรมชลประทาน ระบายน้ำเขื่อนเจ้าพระยา เพิ่ม 2,000-2,500 ลบ.ม./วินาที อยุธยา น้ำท่วมแล้ว 6 อำเภอ บ้านเรือนกว่า 25,000 ครัวเรือนได้รับผลกระทบ

จังหวัดพระนครศรีอยุธยา: ใน ต.หัวเวียง อ.เสนา, ต.ลาดชิด และ ต.ท่าดินแดง อ.ผักไห่ รวมถึงพื้นที่แม่น้ำน้อย สองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาที่อยู่นอกคันกั้นน้ำ และคลองบางบาล โดยเฉพาะพื้นที่ลุ่มต่ำใน อ.ผักไห่ อ.บางบาล อ.เสนา อ.บางไทร อ.พระนครศรีอยุธยา และ อ.บางปะอิน ซึ่งถูกน้ำท่วมขังอยู่ก่อนหน้านี้แล้ว จะมีปริมาณน้ำเพิ่มสูงขึ้นตามไปด้วย

ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่ไปยัง ต.หัวเวียง อ.เสนา และพบว่าที่วัดบันไดช้าง น้ำจากแม่น้ำน้อยได้เอ่อล้นตลิ่งเข้าท่วมบริเวณลานวัด มีระดับน้ำท่วมสูงประมาณ 60-70 เซนติเมตร บริเวณรอบอุโบสถ โชคดีที่น้ำยังไม่ไหลเข้าภายใน ทำให้อค์พระประธานไม่ได้รับความเสียหาย ขณะเดียวกัน ศูนย์ปฏิบัติธรรมที่ก่อสร้างในพื้นที่ลุ่มต่ำก็ถูกน้ำท่วมเกือบมิดหลังคา

นอกจากนี้ บ้านเรือนประชาชนที่อาศัยอยู่ริมฝั่งแม่น้ำน้อยก็ถูกน้ำท่วมอย่างหนัก หลายครัวเรือนต้องใช้เรือในการสัญจรแทนการใช้ถนน สะพานหัวเสียงที่ข้ามแม่น้ำน้อย ระดับน้ำมีความสูงจนเกือบจะถึงตัวคานสะพานแล้ว

ล่าสุดทางกรมชลประทานได้แจ้งว่า ได้มีการทยอยเปิดประตูน้ำและท่อลอด โดยในขณะนี้ได้มีการเปิดประตูระบายน้ำ และท่อลอดทั้งหมดบริเวณโดยรอบทุ่งรับน้ำทั้ง ทุ่งบางบาล และทุ่งป่าโมกแล้ว เช่น ประตูระบายน้ำคลองตานึ่ง ขณะนี้เปิดอยู่ระดับ 15 เซนติเมตร ประตูระบายน้ำวัดใบบัว ขณะนี้เปิดอยู่ระดับ 10 เซนติเมตร ท่อลอดในพื้นที่ ทุ่งบางบาล-บ้านแพน ทั้งหมด ได้มีการเปิดเพื่อระบายน้ำแล้ว

กรมชลประทาน ระบายน้ำเขื่อนเจ้าพระยา เพิ่ม 2,000-2,500 ลบ.ม./วินาที

จุดสำคัญในการระบายน้ำ

  • ท่อลอดคลองส่งน้ำ ต.บางชะนี ขณะนี้เปิดอยู่ระดับ 80 เซนติเมตร
  • ท่อลอดคลองส่งน้ำ ต.กบเจา ขณะนี้เปิดอยู่ระดับ ประมาณ 1 เมตร
  • ท่อลอดคลองส่งน้ำ ต.น้ำเต้า ขณะนี้เปิดอยู่ระดับ ประมาณ 1 เมตร

ในการระบายน้ำเข้าทุ่งรับน้ำนั้นมีความจำเป็นที่จะต้อง “ทยอย” ระบายน้ำเข้าทุ่ง เพื่อที่จะยังคงสามารถควบคุมปริมาณน้ำภายในทุ่งรับน้ำ และไม่ให้กระทบกับพื้นที่ถนนและบ้านเรือนประชาชนภายในทุ่งรับน้ำ

นายเชษฐา โมสิกรัตน์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย พร้อมคณะ ได้เดินทางไปตรวจติดตามสถานการณ์อุทกภัยในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา และกล่าวว่า กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยได้ติดตามสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยาอย่างใกล้ชิด ซึ่งได้รับผลกระทบจากการกรมชลประทาน ระบายน้ำเขื่อนเจ้าพระยา เพิ่ม 2,000-2,500 ลบ.ม./วินาที

สถานการณ์ดังกล่าว ทำให้น้ำล้นตลิ่งเข้าท่วมใต้ถุนบ้านเรือนประชาชนที่อาศัยอยู่ริมแม่น้ำในบริเวณ อ.เสนา อ.ผักไห่ อ.บางบาล อ.บางไทร อ.พระนครศรีอยุธยา และ อ.บางปะอิน มีพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ 6 อำเภอ 87 ตำบล 550 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 25,024 ครัวเรือน และมีผู้เสียชีวิต 1 ราย

ส่วนโบราณสถานที่สำคัญที่อยู่ติดกับแม่น้ำ เช่น วัดไชยวัฒนาราม และวัดกษัตราธิราช ทางกรมศิลปากรได้มีการติดตั้งแนวบังเกอร์ป้องกันน้ำท่วม พร้อมกับแผนรองรับสถานการณ์เอาไว้แล้ว ซึ่งสามารถรองรับสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้นได้

สำหรับการป้องกันในพื้นที่ของนิคมอุตสาหกรรมต่างๆ นั้น ระบบป้องกันของนิคมอุตสาหกรรมต่างๆ ยังมีความมั่นคงแข็งแรง และมีความพร้อมของประตูระบายน้ำต่างๆ ที่จะช่วยป้องกันไม่ให้น้ำไหลเข้าไปในพื้นที่โดยรอบ ซึ่งมีความแข็งแรงเช่นเดียวกัน

สถานการณ์น้ำท่วมที่เกิดขึ้นในหลายพื้นที่ถือเป็นเรื่องที่น่ากังวลใจ ขอให้ประชาชนติดตามข่าวสารและเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์อย่างใกล้ชิด หากพื้นที่ของท่านได้รับผลกระทบจาก กรมชลประทาน ระบายน้ำเขื่อนเจ้าพระยา เพิ่ม 2,000-2,500 ลบ.ม./วินาที อย่าลังเลที่จะติดต่อหน่วยงานราชการในพื้นที่เพื่อขอความช่วยเหลือทันที

ที่มา – กรมชลประทาน ระบายน้ำเขื่อนเจ้าพระยา เพิ่ม 2,000-2,500 ลบ.ม./วินาที

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *