กกท. คุมเข้ม! มาตรการ ซีเกมส์ ทุกสนาม

การกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) ร่วมกับ สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ วางมาตรการเข้มข้นให้ทุกสนามในกีฬา ซีเกมส์ ครั้งที่ 33 ปลอดภัยสูงสุด โดยวางแผนในด้านต่าง ๆ ร่วมกันเรียบร้อยแล้ว โดยเฉพาะแผนฉุกเฉิน และอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่สำคัญต้องมีพร้อม

ดร.ก้องศักด ยอดมณี ผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) เปิดเผยถึงความพร้อมในการเตรียมการเป็นเจ้าภาพจัดมหกรรมกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 33 ระหว่างวันที่ 9-20 ธันวาคม 2568 โดยจะมีการชิงชัยใน 50 ชนิดกีฬาหลัก รวม 574 เหรียญทอง ที่กรุงเทพมหานคร, จังหวัดชลบุรี และจังหวัดสงขลา ว่า กกท. ได้ร่วมกับ สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ วางมาตรการไว้อย่างเข้มข้น ให้ทุกสนามในกีฬาซีเกมส์ครั้งนี้ปลอดภัยสูงสุด

ผู้ว่าการกกท. กล่าวต่อว่า ล่าสุดได้เชิญเจ้าหน้าที่จากสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติมาที่ราชมังคลากีฬาสถาน ซึ่งสนามแห่งนี้จะใช้ในพิธีเปิดและปิดการแข่งขัน และใช้เป็นสนามแข่งขันฟุตบอลชายของทีมชาติไทย เพื่อเก็บข้อมูลในด้านต่าง ๆ เช่น จำนวนผู้เข้าชม ทางเข้าและออกอยู่บริเวณใด เป็นต้น เพื่อจะนำไปประมวลผลและเตรียมแนวทางกรณีที่จะต้องใช้แผนฉุกเฉิน อีกทั้งต้องมีการจัดเตรียมอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่สำคัญให้พร้อมในทุกสนามด้วย โดยเฉพาะเครื่องกระตุกหัวใจไฟฟ้าชนิดอัตโนมัติ หรือ เครื่อง AED ซึ่งเป็นอุปกรณ์ที่มีความจำเป็นอย่างมาก

“กกท. ให้ความสำคัญเรื่องความปลอดภัยของผู้เข้าชมกีฬามาเป็นอันดับแรก ดังนั้นทุกสนามในซีเกมส์ครั้งนี้ ต้องมีมาตรฐานความปลอดภัยระดับเดียวกันทั้งหมด” ดร.ก้องศักด กล่าว

กกท. จับมือ สถาบันการแพทย์ฉุกเฉิน วางมาตรการเข้มข้นทุกสนาม ซีเกมส์

การเตรียมความพร้อมด้านความปลอดภัยสำหรับการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 33 ที่กำลังจะมาถึง ถือเป็นเรื่องที่สำคัญอย่างยิ่งยวด กกท. ได้ตระหนักถึงความสำคัญในจุดนี้ และได้ดำเนินการร่วมกับสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ เพื่อวางมาตรการที่ครอบคลุมทุกด้าน เพื่อให้มั่นใจได้ว่าทั้งนักกีฬา ผู้ชม และเจ้าหน้าที่ทุกคน จะได้รับการดูแลอย่างดีที่สุด

มาตรการความปลอดภัยเข้มข้นทุกสนาม ซีเกมส์

มาตรการที่ กกท. และสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติได้ร่วมกันวางแผนไว้นั้น ครอบคลุมตั้งแต่การประเมินความเสี่ยงของแต่ละสนามแข่งขัน การจัดเตรียมอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่จำเป็น การฝึกอบรมบุคลากรทางการแพทย์ การจัดระบบการสื่อสาร และการประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้ เพื่อให้สามารถรับมือกับสถานการณ์ฉุกเฉินได้อย่างทันท่วงที และมีประสิทธิภาพ

  • การประเมินความเสี่ยงของแต่ละสนามแข่งขัน เพื่อระบุจุดเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น และวางแผนป้องกัน
  • การจัดเตรียมอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่จำเป็น เช่น เครื่องกระตุกหัวใจไฟฟ้าชนิดอัตโนมัติ (AED) ชุดปฐมพยาบาล และอุปกรณ์ช่วยชีวิตอื่นๆ
  • การฝึกอบรมบุคลากรทางการแพทย์ ให้มีความรู้ความสามารถในการดูแลผู้ป่วยฉุกเฉิน
  • การจัดระบบการสื่อสาร เพื่อให้สามารถแจ้งเหตุฉุกเฉิน และประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้อย่างรวดเร็ว
  • การประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น โรงพยาบาล สถานีตำรวจ และหน่วยดับเพลิง เพื่อให้สามารถให้ความช่วยเหลือได้อย่างทันท่วงที

นอกจากนี้ กกท. ยังให้ความสำคัญกับการสร้างความตระหนักรู้ให้กับประชาชน เกี่ยวกับความปลอดภัยในการชมกีฬา โดยจะมีการจัดกิจกรรมรณรงค์ให้ความรู้ และแจกแผ่นพับแนะนำวิธีการปฏิบัติตนเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน

การเตรียมความพร้อมด้านความปลอดภัยอย่างเข้มข้นนี้ แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของ กกท. ในการจัดการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 33 ให้เป็นไปอย่างราบรื่น ปลอดภัย และสร้างความประทับใจให้กับผู้เข้าร่วมงานทุกคน

การดำเนินการอย่างรอบคอบและใส่ใจในรายละเอียดเช่นนี้ จะช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักกีฬา ผู้ชม และทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ว่าการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ครั้งนี้ จะเป็นมหกรรมกีฬาที่ประสบความสำเร็จและปลอดภัยอย่างแน่นอน

ที่มา – กกท. จับมือ สถาบันการแพทย์ฉุกเฉิน วางมาตรการเข้มข้นทุกสนาม ซีเกมส์

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *