กกต.ยื่นศาลฎีกาเลื่อนคดีคุณสมบัติ สว. แต่ถูกยกคำร้อง

กกต.ยื่นศาลฎีกาเลื่อนคดีคุณสมบัติ สว. แต่ถูกยกคำร้อง กลายเป็นประเด็นที่ได้รับความสนใจอย่างมากในแวดวงการเมืองและกระบวนการยุติธรรม หลังศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้งมีคำสั่งไม่อนุญาตให้เลื่อนการพิจารณาคดีตามคำร้องของคณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต. โดยศาลเห็นว่ายังไม่มีเหตุเพียงพอที่จะต้องรอคำวินิจฉัยจากศาลรัฐธรรมนูญ

เมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายน 2569 ศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้งได้พิจารณาคำร้องของ กกต. ซึ่งขอให้เลื่อนการพิจารณาคดีที่นายดิเรก พรสีมา เป็นผู้ร้อง โดยคดีดังกล่าวเกี่ยวข้องกับการขอตรวจสอบคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามของผู้มีสิทธิเลือกตั้ง รวมถึงผู้สมัครสมาชิกวุฒิสภา หรือ สว. จำนวน 3 ราย ประเด็นนี้มีความสำคัญ เพราะเกี่ยวข้องกับคุณสมบัติของบุคคลที่เข้าสู่กระบวนการเลือกสมาชิกวุฒิสภา และอาจส่งผลต่อความเชื่อมั่นของประชาชนต่อระบบการเลือกตั้ง

กกต.ยื่นศาลฎีกาเลื่อนคดีคุณสมบัติ สว. แต่ถูกยกคำร้อง

เหตุผลสำคัญที่ กกต. ใช้ประกอบการขอเลื่อนคดี คือ กกต. หรือฝ่ายผู้คัดค้านมีมติให้ยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อขอให้วินิจฉัยปัญหาเกี่ยวกับหน้าที่และอำนาจของคณะกรรมการการเลือกตั้ง โดยเฉพาะประเด็นว่าคำสั่งรับสมัครผู้สมัครและประกาศรายชื่อผู้สมัครนั้นมีผลเป็นที่สุดหรือไม่ และสามารถถูกตรวจสอบโดยศาลหรือหน่วยงานอื่นได้อีกหรือไม่

กกต. เห็นว่าประเด็นดังกล่าวเป็นข้อกฎหมายที่มีความสำคัญต่อการพิจารณาคดี เพราะหากคำสั่งรับสมัครหรือประกาศรายชื่อผู้สมัครถือเป็นที่สุด ก็อาจมีผลต่อขอบเขตอำนาจของศาลในการตรวจสอบคุณสมบัติของผู้สมัครในภายหลัง อย่างไรก็ตาม ประเด็นนี้ยังต้องพิจารณาภายใต้บทบัญญัติของพระราชบัญญัติว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ. 2561 รวมถึงมาตรา 63 ที่กำหนดแนวทางเกี่ยวกับการตรวจสอบและการคัดค้านในบางกรณี

เหตุผลที่ศาลฎีกาไม่เลื่อนคดีคุณสมบัติ สว.

นอกจากเรื่องคำสั่งรับสมัครและประกาศรายชื่อผู้สมัครแล้ว กกต. ยังอ้างถึงสถานะของคำวินิจฉัยของคณะกรรมการการเลือกตั้งตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ. 2561 โดยเห็นว่าคำวินิจฉัยของ กกต. อาจเป็นที่สุด และไม่สามารถถูกตรวจสอบหรือทบทวนได้อีก ยกเว้นกรณีที่กฎหมายกำหนดไว้เป็นการเฉพาะ

ด้วยเหตุนี้ กกต. จึงขอให้ศาลฎีกาเลื่อนการพิจารณาและการไต่สวนออกไปก่อน เพื่อรอคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ โดยให้เหตุผลว่าการรอคำวินิจฉัยจะช่วยให้ศาลฎีกามีข้อมูลครบถ้วนทั้งในด้านข้อกฎหมายและข้อเท็จจริง รวมทั้งช่วยป้องกันไม่ให้เกิดการตีความกฎหมายที่แตกต่างกันระหว่างศาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

อย่างไรก็ตาม ศาลฎีกาพิเคราะห์แล้วเห็นว่า ขณะนี้ปรากฏเพียงมติของ กกต. ที่ให้ยื่นปัญหาข้อกฎหมายต่อศาลรัฐธรรมนูญเท่านั้น ยังไม่ปรากฏหลักฐานว่า กกต. ได้ยื่นเรื่องดังกล่าวต่อศาลรัฐธรรมนูญอย่างเป็นทางการแล้ว ดังนั้น ในชั้นนี้จึงยังไม่มีเหตุเพียงพอที่จะเลื่อนคดีตามที่ร้องขอ ศาลฎีกาจึงมีคำสั่ง ยกคำร้องขอเลื่อนการพิจารณาคดี

คำสั่งดังกล่าวหมายความว่า กระบวนการพิจารณาคดีในส่วนของศาลฎีกายังคงเดินหน้าต่อไป ไม่ได้หยุดรอผลการพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ การตัดสินใจของศาลจึงสะท้อนหลักการสำคัญว่า การขอเลื่อนคดีจำเป็นต้องมีเหตุผลและข้อเท็จจริงที่ชัดเจน โดยเฉพาะเมื่อคำร้องอ้างถึงกระบวนการของอีกศาลหนึ่งที่ยังไม่ได้เริ่มต้นอย่างเป็นทางการ

  • กกต. ขอให้ศาลฎีกาเลื่อนการพิจารณาคดีคุณสมบัติผู้สมัคร สว. จำนวน 3 ราย
  • เหตุผลหลักคือการเตรียมยื่นปัญหาข้อกฎหมายต่อศาลรัฐธรรมนูญ
  • ศาลฎีกาเห็นว่ายังไม่มีหลักฐานว่าได้ยื่นเรื่องต่อศาลรัฐธรรมนูญแล้ว
  • ศาลฎีกาจึงมีคำสั่งยกคำร้องขอเลื่อนคดี
  • ศาลนัดไต่สวนพยานผู้ร้องในวันที่ 21 ธันวาคม 2569
  • ศาลนัดไต่สวนพยานผู้คัดค้านในวันที่ 22 ธันวาคม 2569

สำหรับกำหนดการต่อจากนี้ ศาลฎีกานัดไต่สวนพยานผู้ร้องในวันที่ 21 ธันวาคม 2569 ตั้งแต่เวลา 09.30-16.30 น. และนัดไต่สวนพยานผู้คัดค้านในวันที่ 22 ธันวาคม 2569 ตั้งแต่เวลา 09.30-16.30 น. กำหนดการดังกล่าวถือเป็นขั้นตอนสำคัญที่จะเปิดโอกาสให้แต่ละฝ่ายนำเสนอพยานหลักฐานและชี้แจงข้อเท็จจริงต่อศาลอย่างเต็มที่

คดีนี้ยังต้องติดตามอย่างใกล้ชิด เพราะผลการพิจารณาอาจช่วยกำหนดแนวทางการตีความอำนาจของ กกต. รวมถึงขอบเขตการตรวจสอบคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามของผู้สมัคร สว. ในอนาคต ประชาชนจึงควรติดตามข้อมูลจากเอกสารของศาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ไม่ควรสรุปผลคดีล่วงหน้าจากกระแสข่าวหรือความคิดเห็นในสื่อสังคมออนไลน์

ประเด็นที่น่าจับตาคือ หาก กกต. ยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญในภายหลัง กระบวนการดังกล่าวจะมีผลต่อคดีในศาลฎีกาหรือไม่ และศาลรัฐธรรมนูญจะวินิจฉัยเกี่ยวกับหน้าที่และอำนาจของ กกต. ในทิศทางใด แม้ศาลฎีกาจะมีคำสั่งยกคำร้องขอเลื่อนคดีในครั้งนี้ แต่ข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องยังคงเป็นประเด็นที่สังคมต้องติดตามต่อไป

ในภาพรวม กกต.ยื่นศาลฎีกาเลื่อนคดีคุณสมบัติ สว. แต่ถูกยกคำร้อง สะท้อนว่าศาลให้ความสำคัญกับข้อเท็จจริงและสถานะของกระบวนการทางกฎหมายที่เกิดขึ้นจริง การพิจารณาคดีจึงยังเดินหน้าตามกำหนด และทุกฝ่ายควรเคารพกระบวนการยุติธรรม พร้อมรอผลการไต่สวนจากศาลอย่างรอบคอบ

ผู้สนใจเรื่องการเมืองและการเลือกตั้งควรติดตามความคืบหน้าของคดีนี้ต่อเนื่อง เพราะผลการไต่สวนอาจมีความหมายต่อมาตรฐานการตรวจสอบคุณสมบัติผู้สมัคร สว. และแนวทางการทำงานของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในอนาคต ความเห็นส่วนตัวคือ การเปิดเผยข้อมูลอย่างโปร่งใสและการอธิบายเหตุผลทางกฎหมายอย่างชัดเจน จะช่วยให้ประชาชนเข้าใจคดีมากขึ้นและลดความสับสนในสังคม

ที่มา – เอาแล้ว! กกต.ยื่นศาลฎีกา เลื่อนคดีคุณสมบัติ สว. อ้างรอคำวินิจฉัยศาล รธน. แต่ยกคำร้อง

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *