ไฟไหม้เรือสปีดโบ๊ต อ่าวฉลอง เสียหายกว่า 20 ลำ
ไฟไหม้เรือสปีดโบ๊ต ท่าเทียบเรืออ่าวฉลอง เสียหายกว่า 20 ลำ ข่าวเศร้าของวงการท่องเที่ยวภูเก็ต เมื่อเกิดเหตุการณ์ไฟไหม้เรือสปีดโบ๊ตอย่างรุนแรงที่ท่าเทียบเรืออ่าวฉลอง สร้างความเสียหายให้กับเรือกว่า 20 ลำ เจ้าของเรือถึงกับทรุด เนื่องจากมูลค่าความเสียหายต่อลำสูงถึง 5 ล้านบาท ทำให้ต้องยกเลิกการให้บริการลูกค้ากว่า 100 ชีวิต ความเสียหายโดยรวมประเมินค่าไม่ได้
เมื่อวันที่ 7 มกราคม 2569 นายกองเอก อดุลย์ ชูทอง รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต ได้กล่าวถึงเหตุการณ์ ไฟไหม้เรือสปีดโบ๊ต บริเวณท่าเทียบเรืออ่าวฉลอง ตำบลฉลอง อำเภอเมือง จังหวัดภูเก็ต ว่า หลังจากได้รับแจ้งเหตุ ทางจังหวัดได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งเข้าควบคุมสถานการณ์อย่างทันที
จากการสอบถามพยานที่เห็นเหตุการณ์และเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ พบว่า ต้นเพลิงเกิดจากการระเบิดและลุกไหม้ที่เรือสปีดโบ๊ตลำแรก ก่อนที่กระแสลมทะเลจะพัดพาสะเก็ดไฟไปติดเรือสปีดโบ๊ตลำอื่นๆ ที่จอดเทียบท่าอยู่ใกล้เคียง ทำให้เพลิงลุกลามอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้มี ไฟไหม้เรือสปีดโบ๊ต ได้รับความเสียหายกว่า 20 ลำ
ในขณะเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่กู้ภัยและเจ้าหน้าที่งานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจากเทศบาลตำบลฉลอง เทศบาลตำบลราไวย์ เทศบาลตำบลวิชิต และเทศบาลตำบลกะรน รวมถึงศูนย์ไข่มุก องค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ต และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้ระดมรถดับเพลิงและกำลังเจ้าหน้าที่เข้าฉีดน้ำสกัดกั้นเพลิงอย่างเร่งด่วน
โดยใช้วิธีตัดเชือกและแยกเรือแต่ละลำออกจากกันให้ห่างมากที่สุด เพื่อป้องกันไม่ให้เพลิงลุกลามไปยังเรือลำอื่นเพิ่มเติม อย่างไรก็ตาม เนื่องจากอยู่ในช่วงน้ำทะเลลง ทำให้การเข้าดับเพลิงเป็นไปด้วยความยากลำบาก และไม่สามารถควบคุมเพลิงได้ในทันที
นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต ได้สั่งการให้สำนักงานเจ้าท่าภูเก็ตจัดหาโฟมเข้าฉีดสกัด เพื่อป้องกันการกระจายตัวของน้ำมันในทะเล พร้อมทั้งแจ้งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจและเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานเข้าตรวจสอบพื้นที่ และเร่งดำเนินการสืบสวนเพื่อหาสาเหตุของการเกิดเพลิงไหม้โดยละเอียด
ทั้งนี้ มีผู้บริหารและหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้องได้ลงพื้นที่เพื่อตรวจสอบและติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด รวมถึง นายรุ่งเรือง ธิมาบุตร ปลัดจังหวัดภูเก็ต, นายเรวัต อารีรอบ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ต, นายอดูลย์ ระลึกมูล ผู้อำนวยการสำนักงานเจ้าท่าภูมิภาค สาขาภูเก็ต, นายจรัญ ขวัญแก้ว หัวหน้ากลุ่มงานยุทธศาสตร์และการจัดการ รักษาราชการแทนหัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดภูเก็ต พร้อมด้วยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่
ไฟไหม้เรือสปีดโบ๊ต ท่าเทียบเรืออ่าวฉลอง เสียหายกว่า 20 ลำ
ต่อมา ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต ได้สั่งการให้ตรวจสอบหาสาเหตุของเหตุเพลิงไหม้ครั้งนี้อย่างเร่งด่วน พร้อมทั้งให้ตรวจสอบกล้องวงจรปิดบริเวณจุดเกิดเหตุ และเส้นทางโดยรอบทั้งหมด เนื่องจากในช่วงเกิดเหตุ เรือทุกลำมีการเติมน้ำมันไว้เต็มถัง เพื่อเตรียมให้บริการนักท่องเที่ยวที่จะเดินทางไปท่องเที่ยวตามเกาะต่างๆ
จากการประเมินความเสียหายล่าสุด พบว่ามีเรือได้รับความเสียหายจากเหตุ ไฟไหม้เรือสปีดโบ๊ต กว่า 20 ลำ ขณะที่ในช่วงสาย เมื่อระดับน้ำทะเลสูงขึ้น เจ้าหน้าที่ก็สามารถเข้าไปเคลื่อนย้ายเรือได้ โดยผู้ว่าราชการจังหวัดได้สั่งการให้เร่งเคลื่อนย้ายเรือออกจากพื้นที่ เพื่อป้องกันการเกิดตะกอนและขยะตกค้างในทะเล รวมถึงลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมทางทะเล
ผู้สื่อข่าวได้สอบถามเจ้าของเรือรายหนึ่งที่ได้รับความเสียหายจากเหตุ ไฟไหม้เรือสปีดโบ๊ต กล่าวว่า เรือสปีดโบ๊ตของตนได้รับความเสียหาย 3 ลำ มูลค่าเรือลำใหญ่ลำละ 5 ล้านบาท ปกติตนทำทริปเกาะราชา-เกาะเฮ
วันนี้มีนักท่องเที่ยวจองมาเต็ม แต่ว่าตนไม่สามารถพาลูกค้าออกเที่ยวได้ จึงแจ้งยกเลิกลูกค้า ซึ่งวันนี้มีนักท่องเที่ยว 100 กว่าคน ทำให้ความเสียหายเยอะมาก
ความเสียหายจากเหตุไฟไหม้เรือสปีดโบ๊ตครั้งนี้
เหตุการณ์ ไฟไหม้เรือสปีดโบ๊ต ที่ท่าเทียบเรืออ่าวฉลองในครั้งนี้ ถือเป็นความสูญเสียครั้งใหญ่ของธุรกิจการท่องเที่ยวในจังหวัดภูเก็ต ไม่เพียงแต่สร้างความเสียหายทางทรัพย์สินเท่านั้น แต่ยังส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของนักท่องเที่ยว และภาพลักษณ์ของการท่องเที่ยวของจังหวัดอีกด้วย
ที่มา – ไฟไหม้เรือสปีดโบ๊ต ท่าเทียบเรืออ่าวฉลอง เสียหายกว่า 20 ลำ





