โปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง ‘ณรงค์ กลั่นวารินทร์’ ดำรงตำแหน่ง กกต.
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งให้ นายณรงค์ กลั่นวารินทร์ ดำรงตำแหน่งกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) แทน นายปกรณ์ มหรรณพ ที่มีอายุครบ 70 ปี ราชกิจจานุเบกษาได้เผยแพร่ประกาศดังกล่าวอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 30 สิงหาคม 2568
เมื่อวันที่ 2 กันยายน 2568 ราชกิจจานุเบกษาได้เผยแพร่พระบรมราชโองการ ประกาศแต่งตั้งกรรมการการเลือกตั้งอย่างเป็นทางการ โดยระบุรายละเอียดเกี่ยวกับการพ้นจากตำแหน่งของนายปกรณ์ มหรรณพ และการแต่งตั้ง นายณรงค์ กลั่นวารินทร์ ให้ดำรงตำแหน่งแทน
พระบรมราชโองการระบุว่า นายปกรณ์ มหรรณพ พ้นจากตำแหน่งกรรมการการเลือกตั้ง เนื่องจากมีอายุครบเจ็ดสิบปี ซึ่งเป็นเหตุให้ตำแหน่งดังกล่าวว่างลง และวุฒิสภาได้ให้ความเห็นชอบ นายณรงค์ กลั่นวารินทร์ ผู้มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามรัฐธรรมนูญ เพื่อแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งกรรมการการเลือกตั้ง
อาศัยอำนาจตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย และพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง พ.ศ. 2560 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้ง นายณรงค์ กลั่นวารินทร์ เป็นกรรมการการเลือกตั้ง ตั้งแต่วันที่ 30 สิงหาคม 2568 เป็นต้นไป
โปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง ‘ณรงค์ กลั่นวารินทร์’ ดำรงตำแหน่ง กกต.
การโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง ‘ณรงค์ กลั่นวารินทร์’ ดำรงตำแหน่ง กกต. ในครั้งนี้ ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญในคณะกรรมการการเลือกตั้ง ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการกำกับดูแลและจัดการเลือกตั้งให้เป็นไปอย่างสุจริตและยุติธรรม การได้มาซึ่ง กกต. คนใหม่ที่มีคุณสมบัติครบถ้วนและได้รับการยอมรับจากทุกฝ่าย จะช่วยเสริมสร้างความเชื่อมั่นในกระบวนการเลือกตั้งของประเทศ
ความสำคัญของการมี กกต. ที่มีประสิทธิภาพ
คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ถือเป็นองค์กรสำคัญในการจัดการเลือกตั้งให้เป็นไปอย่างโปร่งใสและเป็นธรรม บทบาทของ กกต. ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการจัดการเลือกตั้งเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการให้ความรู้แก่ประชาชนเกี่ยวกับกระบวนการเลือกตั้ง การตรวจสอบคุณสมบัติของผู้สมัคร และการตัดสินข้อร้องเรียนเกี่ยวกับการเลือกตั้ง การมี กกต. ที่มีความรู้ความสามารถ มีความซื่อสัตย์ และเป็นกลางทางการเมือง จึงเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งต่อการรักษาความเป็นประชาธิปไตยของประเทศ
กระบวนการสรรหาและแต่งตั้ง กกต. จึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง รัฐธรรมนูญและกฎหมายที่เกี่ยวข้องได้กำหนดคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามของผู้ที่จะดำรงตำแหน่ง กกต. ไว้อย่างชัดเจน เพื่อให้มั่นใจได้ว่าบุคคลที่ได้รับการแต่งตั้งเข้ามา จะสามารถปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างเป็นกลางและเป็นธรรม นอกจากนี้ กระบวนการสรรหาควรเปิดโอกาสให้ทุกภาคส่วนของสังคมมีส่วนร่วมในการตรวจสอบและเสนอแนะ เพื่อให้ได้บุคคลที่ดีที่สุดมาทำหน้าที่นี้
การที่วุฒิสภาให้ความเห็นชอบ นายณรงค์ กลั่นวารินทร์ ให้ดำรงตำแหน่งกรรมการการเลือกตั้ง แสดงให้เห็นถึงความเชื่อมั่นในคุณสมบัติและความสามารถของท่าน ในการปฏิบัติหน้าที่สำคัญนี้ การโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง ‘ณรงค์ กลั่นวารินทร์’ ดำรงตำแหน่ง กกต. จึงเป็นก้าวสำคัญในการเสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับกระบวนการเลือกตั้งของประเทศ
การเปลี่ยนแปลงในองค์ประกอบของ กกต. ย่อมส่งผลต่อแนวทางการทำงานและนโยบายขององค์กร การที่นายณรงค์ กลั่นวารินทร์ เข้ามาดำรงตำแหน่ง จะนำมาซึ่งมุมมองและประสบการณ์ใหม่ ๆ ซึ่งอาจนำไปสู่การปรับปรุงและพัฒนากระบวนการเลือกตั้งให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น สิ่งสำคัญคือ กกต. ทุกคนจะต้องทำงานร่วมกันอย่างเป็นเอกภาพ โดยยึดมั่นในหลักการความถูกต้อง เป็นธรรม และโปร่งใส เพื่อให้การเลือกตั้งเป็นไปตามเจตนารมณ์ของประชาชนอย่างแท้จริง
การโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง ‘ณรงค์ กลั่นวารินทร์’ ดำรงตำแหน่ง กกต. ถือเป็นข่าวสำคัญที่ประชาชนควรรับทราบและติดตามอย่างใกล้ชิด เพราะมีผลกระทบโดยตรงต่อกระบวนการประชาธิปไตยของประเทศ การตระหนักถึงความสำคัญของบทบาทหน้าที่ของ กกต. และการมีส่วนร่วมในการตรวจสอบการทำงานขององค์กรนี้ จะช่วยส่งเสริมให้การเลือกตั้งเป็นไปอย่างสุจริตและเที่ยงธรรม อันจะนำไปสู่การพัฒนาการเมืองการปกครองของประเทศให้มั่นคงและยั่งยืน
อย่างไรก็ตาม การเปลี่ยนแปลงใดๆ ในองค์กรที่มีความสำคัญต่อการขับเคลื่อนประเทศ ต้องการเวลาในการปรับตัว เรียนรู้ และทำความเข้าใจ การสนับสนุนและความร่วมมือจากทุกภาคส่วนจึงเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง เพื่อให้การเปลี่ยนผ่านเป็นไปอย่างราบรื่น และส่งผลดีต่อกระบวนการเลือกตั้งในภาพรวม
ที่มา – โปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง ‘ณรงค์ กลั่นวารินทร์’ ดำรงตำแหน่ง กกต. แทน ‘ปกรณ์’ อายุครบ 70 ปี