โฆษกกองทัพบก เผยพลทหารย้ำยี ด.ญ.15 สารภาพลำพัง
เหตุการณ์อื้อฉาวที่เกิดขึ้นในช่วงเทศกาลสงกรานต์สร้างความสะเทือนใจให้กับสังคมไทยเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะกรณีโฆษกกองทัพบก เผยพลทหารย้ำยี ด.ญ.15 สารภาพก่อเหตุลำพัง ไร้ผู้อื่นร่วมก่อเหตุ ซึ่งเป็นข่าวที่ทุกคนให้ความสนใจ
โฆษกกองทัพบก เผยพลทหารย้ำยี ด.ญ.15 สารภาพก่อเหตุลำพัง ไร้ผู้อื่นร่วมก่อเหตุ
วันที่ 17 เมษายน 2567 ที่กองบัญชาการกองทัพบก พล.ต.วินธัย สุวารี ในฐานะโฆษกกองทัพบก ได้ออกมาแถลงความคืบหน้าของคดีดังกล่าว โดยยืนยันว่าพลทหารภาสิทธิ์ โกมะหิ ซึ่งสังกัดกองร้อยบริการ กองทัพภาคที่ 1 ได้ให้การรับสารภาพเต็มปากว่าตนเองเป็นผู้ก่อเหตุเพียงลำพังเท่านั้น ไม่มีพลเรือนหรือบุคคลอื่นใดร่วมกระทำผิดด้วย
กองทัพบกย้ำชัดเจนถึงความโปร่งใสในการดำเนินการ โดยหน่วยต้นสังกัดได้ให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ตำรวจอย่างเต็มที่ ไม่ว่าจะเป็นการให้ข้อมูล พยานหลักฐาน หรือการประสานงานต่างๆ เพื่อให้คดีเดินหน้าตรงไปตรงมา ไม่มีการปิดบังหรือละเว้นใดๆ
สถานะการสอบสวนคดีพลทหารย้ำยีเด็ก 15 ปี
แม้ผู้ต้องหาจะสารภาพ แต่พนักงานสอบสวนยังคงตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างละเอียดรอบคอบ เพื่อยืนยันว่ามีบุคคลอื่นเกี่ยวข้องหรือไม่ หากไม่พบผู้ร่วมก่อเหตุ คดีจะถูกส่งฟ้องต่อศาลทหารตามขั้นตอนกฎหมายทันที ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของกองทัพในการบังคับใช้กฎหมาย
เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นในช่วงสงกรานต์ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ประชาชนออกมาร่วมฉลองกันอย่างคึกคัก แต่กลับกลายเป็นฝันร้ายของเด็กหญิงวัย 15 ปีรายนี้ สร้างความกังวลให้กับพ่อแม่และสังคมเกี่ยวกับความปลอดภัยของเยาวชน โดยเฉพาะในที่สาธารณะ
- ผู้ต้องหา: พลทหารภาสิทธิ์ โกมะหิ สังกัดกองทัพภาคที่ 1
- วันที่เกิดเหตุ: ช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2567
- คำให้การ: สารภาพก่อเหตุลำพัง ไร้ผู้ร่วม
- การดำเนินคดี: รอผลสอบสวน ส่งฟ้องศาลทหาร
- การตอบสนองของกองทัพ: ร่วมมือเต็มที่ โปร่งใส
นอกจากนี้ กองทัพบกยังได้ชี้แจงว่าการกระทำดังกล่าวเป็นพฤติกรรมส่วนบุคคล ไม่ใช่ภาพลักษณ์ของกองทัพทั้งหมด แต่กองทัพจะใช้บทเรียนนี้ในการเสริมสร้างวินัยและจริยธรรมให้กับกำลังพล เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุซ้ำรอย
ในมุมมองของผู้เชี่ยวชาญทางกฎหมาย คดีนี้จะเป็นตัวอย่างสำคัญในการบังคับใช้กฎหมายทหารกับอาชญากรรมร้ายแรง โดยศาลทหารมีอำนาจพิจารณาคดีที่เกี่ยวข้องกับบุคลากรทหาร ซึ่งมักมีโทษหนักเพื่อรักษาวินัย สถิติอาชญากรรมทางเพศในไทยยังคงเป็นปัญหาใหญ่ โดยเฉพาะต่อเยาวชน ทำให้หน่วยงานต่างๆ ต้องเร่งรณรงค์ป้องกัน
สังคมไทยควรตระหนักถึงความเสี่ยงที่เกิดขึ้นได้ทุกที่ และผู้ปกครองต้องดูแลบุตรหลานให้ใกล้ชิดยิ่งขึ้น ขณะที่กองทัพต้องเข้มงวดมากขึ้นเพื่อรักษาภาพลักษณ์ สิ่งสำคัญคือการให้ความยุติธรรมแก่ผู้เสียหายอย่างรวดเร็ว เพื่อเยียวยาบาดแผลทั้งกายและใจ
เหตุการณ์โฆษกกองทัพบก เผยพลทหารย้ำยี ด.ญ.15 สารภาพก่อเหตุลำพัง ไร้ผู้อื่นร่วมก่อเหตุนี้ สะท้อนให้เห็นว่าปัญหาอาชญากรรมทางเพศยังคงรุนแรง แม้แต่ในหมู่ผู้ที่รับใช้ชาติ การป้องกันต้องเริ่มจาก教育และวินัยส่วนบุคคล
คุณคิดอย่างไรกับคดีนี้? การลงโทษควรเข้มงวดแค่ไหนเพื่อไม่ให้เกิดซ้ำ? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และอย่าลืมแชร์บทความนี้เพื่อสร้างความตระหนักรู้ในสังคม
ที่มา – โฆษกกองทัพบก เผยพลทหารย้ำยี ด.ญ.15 สารภาพก่อเหตุลำพัง ไร้ผู้อื่นร่วมก่อเหตุ