แบงก์ชาติอินโดฯ ร่วมโครงการ Nexus เชื่อมระบบชำระเงินข้ามพรมแดนเรียลไทม์

แบงก์ชาติอินโดฯ ร่วมโครงการ Nexus เชื่อมระบบชำระเงินข้ามพรมแดนเรียลไทม์
ในยุคที่การค้าขายและการโอนเงินข้ามประเทศกลายเป็นเรื่องปกติไปแล้ว การชำระเงินที่รวดเร็วและราคาถูกคือกุญแจสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัล ล่าสุด แบงก์ชาติอินโดฯ ร่วมโครงการ Nexus เพื่อเชื่อมต่อระบบชำระเงินเรียลไทม์ข้ามพรมแดน ซึ่งจะช่วยลดต้นทุนและเพิ่มความสะดวกให้กับประชาชนและธุรกิจในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
โครงการ Nexus คืออะไร และทำไมอินโดนีเซียถึงเข้าร่วม
โครงการ Nexus เป็นความริเริ่มจากธนาคารเพื่อการชำระหนี้ระหว่างประเทศ (BIS) ที่เปิดตัวตั้งแต่ปี 2564 เพื่อเชื่อมโยงระบบชำระเงินภายในประเทศของสมาชิกเข้าด้วยกัน ทำให้การโอนเงินข้ามพรมแดนเกิดขึ้นแบบเรียลไทม์ โดยไม่ต้องผ่านตัวกลางหลายชั้นที่ทำให้ช้าและแพง ปัจจุบันมีธนาคารกลาง 6 แห่งเข้าร่วม ได้แก่ ธนาคารกลางอินโดนีเซีย (BI), ธนาคารกลางมาเลเซีย, ธนาคารกลางฟิลิปปินส์, ธนาคารกลางสิงคโปร์, ธนาคารแห่งประเทศไทย และธนาคารกลางอินเดีย
ธนาคารกลางอินโดนีเซีย (BI) ประกาศยกระดับสถานะเป็นสมาชิกเต็มรูปแบบ โดยจะปรับปรุงระบบ BI-FAST ซึ่งเป็นระบบชำระเงินเรียลไทม์ของประเทศให้เชื่อมต่อกับ Nexus ได้อย่างสมบูรณ์ เพอร์รี วาร์จิโย ผู้ว่าการ BI เน้นย้ำว่า การเข้าร่วมนี้เป็นส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์ยกระดับบริการชำระเงินข้ามพรมแดนให้มีประสิทธิภาพและต้นทุนต่ำ โดยเฉพาะอินโดนีเซียที่เป็นหนึ่งในประเทศที่มีปริมาณการโอนเงิน remittance สูงสุดในโลก คิดเป็นมูลค่ามหาศาลจากแรงงานนอกประเทศ
ประโยชน์ที่คาดหวังจากแบงก์ชาติอินโดฯ ร่วมโครงการ Nexus
การเชื่อม BI-FAST เข้ากับ Nexus จะนำมาซึ่งประโยชน์หลายประการ เช่น
- ลดต้นทุนธุรกรรม: จากเดิมที่การโอนเงินข้ามพรมแดนอาจมีค่าธรรมเนียมสูงถึง 6-7% จะลดลงเหลือต่ำมาก ช่วยประหยัดเงินให้ประชาชนและ SME
- เพิ่มความรวดเร็ว: โอนเงินได้ในไม่กี่วินาที แทนที่จะรอหลายวัน
- ขยายการเข้าถึง: ทำให้บริการทางการเงินครอบคลุมมากขึ้น โดยเฉพาะในพื้นที่ห่างไกล
- รักษาอธิปไตย: การหักบัญชีและชำระดุลยังคงทำในประเทศ เพื่อความมั่นคงทางการเงิน
นอกจากนี้ โครงการนี้จะเข้าสู่ระยะดำเนินการจริงในปี 2568 ภายใต้ Nexus Global Payments (NGP) ซึ่งจะเป็นแพลตฟอร์มกลางในการประสานงาน
ผลกระทบต่อเศรษฐกิจภูมิภาคและไทย
สำหรับประเทศไทยที่เป็นหนึ่งในสมาชิก เราจะได้ประโยชน์โดยตรงจากการเชื่อม PromptPay กับ Nexus ทำให้การค้าขายกับอินโดนีเซียซึ่งเป็นคู่ค้าหลักง่ายขึ้น ส่งเสริม e-commerce และการท่องเที่ยว นักลงทุนควรจับตาการพัฒนานี้ เพราะจะเร่งให้เกิดนวัตกรรม fintech ในอาเซียน เช่น การใช้ stablecoin หรือ CBDC ในอนาคต
โดยรวมแล้ว แบงก์ชาติอินโดฯ ร่วมโครงการ Nexus เชื่อมระบบชำระเงินข้ามพรมแดนเรียลไทม์ ถือเป็นก้าวสำคัญสู่การรวมตัวทางการเงินเอเชีย ลดการพึ่งพาระบบตะวันตก และเพิ่มขีดแข่งขันให้ภูมิภาค
คุณคิดอย่างไรกับการพัฒนานี้? หากสนใจข่าวสาร fintech และการเงินดิจิทัล สมัครรับข่าวสารจากเราเพื่อไม่พลาดอัปเดตล่าสุด!
ที่มา – แบงก์ชาติอินโดฯ ร่วมโครงการ Nexus เชื่อมระบบชำระเงินข้ามพรมแดนเรียลไทม์