เอเชียกว้านซื้อน้ำมันสหรัฐฯ สูงสุดในรอบ 3 ปี

เอเชียกว้านซื้อน้ำมันสหรัฐฯ

สถานการณ์ในตลาดน้ำมันโลกกำลังร้อนระอุ เมื่อเอเชียกว้านซื้อน้ำมันสหรัฐฯ สูงสุดในรอบ 3 ปี หลังจากช่องแคบฮอร์มุซถูกปิดกั้นจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ส่งผลให้ประเทศต่าง ๆ ในเอเชียต้องเร่งหาแหล่งพลังงานทางเลือกเพื่อทดแทนน้ำมันจากอ่าวเปอร์เซียที่เคยพึ่งพามาอย่างหนัก

เอเชียกว้านซื้อน้ำมันสหรัฐฯ สูงสุดในรอบ 3 ปี

ตามข้อมูลจากบริษัทที่ปรึกษาด้านพลังงานอย่าง Kpler และเว็บไซต์ติดตามการขนส่งเรือ Vortexa พบว่าประเทศในเอเชียได้แห่กันสั่งซื้อน้ำมันดิบจากสหรัฐอเมริกาในปริมาณมหาศาล โดยเฉพาะน้ำมันที่จะขนถ่ายในเดือนเมษายนนี้ ซึ่งพุ่งสูงถึงประมาณ 60 ล้านบาร์เรลต่อเดือน นับเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนเมษายน 2566 หรือกว่า 3 ปีที่ผ่านมา

เทรดเดอร์ในตลาดน้ำมันยืนยันว่าผู้ซื้อหลักมาจากโรงกลั่นในหลายประเทศเอเชีย เช่น

  • ประเทศไทย
  • ญี่ปุ่น
  • เกาหลีใต้
  • ไต้หวัน
  • สิงคโปร์

การเคลื่อนไหวนี้นับเป็นการตอบสนองอย่างรวดเร็วต่อวิกฤตช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันสำคัญกว่า 20% ของโลก แต่ถูกกระทบจากสงครามระหว่างอิหร่าน สหรัฐฯ และอิสราเอล ทำให้เสี่ยงขาดแคลนพลังงานทันที

สาเหตุหลักจากวิกฤตช่องแคบฮอร์มุซ

ช่องแคบฮอร์มุซเป็นประตูสำคัญที่เชื่อมอ่าวเปอร์เซียกับทะเลโลก เอเชียซึ่งนำเข้าน้ำมันจากตะวันออกกลางกว่า 70% จึงได้รับผลกระทบหนักสุด รัฐบาลจีนต้องสั่งลดกำลังผลิตโรงกลั่นและห้ามส่งออกเชื้อเพลิงเพื่อรักษาสต็อก ขณะที่ราคาน้ำมันพุ่งสูง ผู้บริโภคทั่วโลกรู้สึกถึงภาระค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้น

ในทางกลับกัน สหรัฐฯ ในฐานะผู้ผลิตน้ำมันดิบรายใหญ่ที่สุดของโลก ได้รับประโยชน์เต็ม ๆ จากความต้องการที่พุ่งปรี๊ด โดยปกติส่งออกน้ำมันราว 110 ล้านบาร์เรลต่อเดือน แบ่งไปยุโรปครึ่งหนึ่ง และเอเชียกว่า 1 ใน 3 แต่ช่วง 2 เดือนแรกปีนี้ เอเชียรับไปแค่ 35 ล้านบาร์เรลต่อเดือนเท่านั้น

ราคาพรีเมียมพุ่งสูงและการขนส่งที่วุ่นวาย

ดีลน้ำมันสหรัฐฯ ครั้งนี้มีราคาพรีเมียมสูงลิ่ว เช่น ส่งไปไต้หวันแพงกว่าเบรนท์ 12-13 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล และดีลอื่น ๆ สูงกว่าดูไบ 18 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล นอกจากนี้ ตลาดขนส่งเรือยังคึกคัก นายหน้าเรือรายงานว่าค่าจองเรือพุ่งสูง บางรายต้องใช้เรือขนาดเล็กแทนเรือยักษ์ที่บรรทุกได้ 2 ล้านบาร์เรล เพราะปริมาณน้ำมันมหาศาลเกินกำลัง

สำหรับประเทศไทย โรงกลั่นในประเทศกำลังปรับตัว โดยหันไปพึ่งสหรัฐฯ มากขึ้นเพื่อลดความเสี่ยงจากตะวันออกกลาง สถานการณ์นี้ชี้ให้เห็นถึงความสำคัญของการกระจายแหล่งนำเข้าน้ำมัน เพื่อความมั่นคงด้านพลังงานในระยะยาว

ผลกระทบระยะยาวต่อตลาดน้ำมันเอเชีย

แม้สหรัฐฯ จะได้กำไร แต่ราคาน้ำมันที่สูงขึ้นอาจกดดันเศรษฐกิจเอเชีย โดยเฉพาะอุตสาหกรรมที่ใช้พลังงานสูง หากช่องแคบฮอร์มุซปิดนาน อาจนำไปสู่ภาวะเงินเฟ้อพุ่งและการเติบโตชะลอตัว นักวิเคราะห์คาดว่าราคาน้ำมันเบรนท์อาจแตะ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลในเร็ววัน

อย่างไรก็ตาม สถานการณ์นี้เป็นโอกาสให้ประเทศเอเชียเร่งพัฒนาพลังงานทดแทน เช่น ก๊าซธรรมชาติ โซลาร์ และลม เพื่อลดการพึ่งพาน้ำมันนำเข้า

ในมุมมองของเรา เอเชียกว้านซื้อน้ำมันสหรัฐฯ สูงสุดในรอบ 3 ปี นี้เป็นสัญญาณเตือนว่าความมั่นคงพลังงานต้องมาก่อน หากคุณสนใจข่าวสารเศรษฐกิจและพลังงาน ติดตามบล็อกของเราเพื่ออัปเดตข้อมูลล่าสุด และแชร์บทความนี้เพื่อให้เพื่อน ๆ ได้รับรู้ด้วยนะครับ!

ที่มา – เอเชียกว้านซื้อน้ำมันสหรัฐฯ สูงสุดในรอบ 3 ปี เหตุตอ.กลางถูกกระทบจากปิดช่องแคบฮอร์มุซ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *