เอกนิติ แจงยิบ พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้าน ใช้ทำอะไรบ้าง ชงสภาเห็นชอบ 14 พ.ค.
ในสถานการณ์วิกฤตพลังงานที่กำลังสร้างผลกระทบหนักหน่วงต่อเศรษฐกิจไทย เอกนิติ แจงยิบ พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้าน ใช้ทำอะไรบ้าง ชงสภาเห็นชอบ 14 พ.ค. กลายเป็นประเด็นร้อนที่ทุกคนจับตา รองนายกฯ และ รมว.คลังอย่างนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ ได้ออกมาแถลงชัดเจนถึงความจำเป็นเร่งด่วนของมาตรการนี้ เพื่อช่วยเหลือประชาชนกลุ่มเปราะบางและเร่งเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด
เอกนิติ แจงยิบ พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้าน ใช้ทำอะไรบ้าง ชงสภาเห็นชอบ 14 พ.ค.
เมื่อวันที่ 5 พ.ค. 2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายเอกนิติได้แถลงหลังครม.อนุมัติร่าง พ.ร.ก.กู้เงิน 400,000 ล้านบาท เพื่อแก้ปัญหาวิกฤตพลังงานจากตะวันออกกลางที่กระทบทั่วโลก โดยย้ำว่ามีความจำเป็นเร่งด่วนตามมาตรา 172 ของรัฐธรรมนูญ และสอดคล้องกับ พ.ร.บ.วินัยการเงินการคลังฯ พ.ศ. 2561 ร่างกฎหมายนี้จะส่งกฤษฎีกาตรวจด่วน ก่อนชงสภาเห็นชอบในวันที่ 14 พ.ค. นี้
เอกนิติ แจงยิบ พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้าน ใช้ทำอะไรบ้าง ชงสภาเห็นชอบ 14 พ.ค. โดยแบ่งเป็น 2 แผนหลักๆ คือ
แผนงานที่ 1: ช่วยเหลือประชาชน เกษตรกร และผู้ประกอบการ
วงเงิน 200,000 ล้านบาท ภายใต้โครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส” มุ่งบรรเทาภาระค่าครองชีพให้กลุ่มเปราะบาง เช่น ประชาชนรายได้น้อยและปานกลาง เกษตรกร และ SME โดยช่วยลดต้นทุนการผลิต ลดภาระน้ำมันและพลังงานที่แพงขึ้น เพื่อไม่ให้เศรษฐกิจหยุดชะงัก
- ช่วยค่าครองชีพประชาชนผู้มีรายได้น้อย
- สนับสนุนเกษตรกรลดต้นทุนน้ำมันและปุ๋ย
- ประคองผู้ประกอบการ SME ให้ดำเนินธุรกิจต่อเนื่อง
แผนงานที่ 2: ส่งเสริมการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ
อีก 200,000 ล้านบาท เพื่อเปลี่ยนผ่านจากพลังงานฟอสซิลสู่พลังงานทดแทน ลดการนำเข้าน้ำมัน-ก๊าซที่คิดเป็น 8% ของ GDP (สูงสุดในเอเชีย) โดยโครงการหลักได้แก่
- ติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานทดแทน
- ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก สร้างรายได้จากคาร์บอนเครดิต
- ส่งเสริมยานพาหนะไฟฟ้าและสถานีชาร์จ
- พัฒนาทักษะประชาชนและนวัตกรรมพลังงานสะอาด
นายเอกนิติชี้แจงว่าวิกฤตนี้รุนแรง งบปี 69 เหลือไม่ถึง 5 หมื่นล้าน งบกลาง 2 หมื่นล้าน และงบปี 70 รอถึงต.ค. ไม่ทันการณ์ การกู้เงินจึงเป็นทางออกที่ดีที่สุด โดยมีคณะกรรมการกลั่นกรองรายจ่าย (ปลัดคลังเป็นประธาน) ตรวจสอบโครงการทุกชิ้นก่อน 30 ก.ย. 2569 และเบิกจ่ายได้ถึง 30 ก.ย. 2570
ด้านหนี้สาธารณะยังอยู่ในกรอบ ต่ำกว่าเพดาน 70% ของ GDP กู้ในประเทศทั้งหมด ลดความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยน สภาพคล่องสูงเกิน 1 ล้านล้านบาท ดอกเบี้ยต่ำ จัดการได้ง่าย ตอบโต้เสียงวิจารณ์จากฝ่ายค้านว่ารอ พ.ร.บ. ไม่ได้เพราะวิกฤตปากท้องประชาชนต้องแก้ทันที
โครงการอย่างคนละครึ่งพลัสและบัตรสวัสดิการแห่งรัฐก็รวมอยู่ในนี้ แต่ต้องผ่านกลั่นกรองก่อน เริ่ม 1 มิ.ย. ตามแผน นอกจากนี้ยังแปลงวิกฤตเป็นโอกาส ลดพึ่งพานำเข้า สู่เศรษฐกิจยุคใหม่ที่ยั่งยืน
สรุปแล้ว เอกนิติ แจงยิบ พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านนี้ไม่ใช่แค่กู้เงิน แต่เป็นการลงทุนอนาคต ลดค่าใช้จ่ายระยะยาวและช่วยประชาชนทันที หากไม่ทำตอนนี้ วิกฤตจะยิ่งหนัก
คุณคิดอย่างไรกับมาตรการนี้? แสดงความเห็นในคอมเมนต์และแชร์บทความเพื่อให้เพื่อนๆ ได้รับรู้ข้อมูลสำคัญ ติดตามข่าวเศรษฐกิจเพิ่มเติมเพื่อไม่พลาดอัพเดท!
ที่มา – เอกนิติ แจงยิบ พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้าน ใช้ทำอะไรบ้าง ชงสภาเห็นชอบ 14 พ.ค.