เหม่ง ปากดำ โต้คดีชิงรถจยย.เด็ก

เหม่ง ปากดำ โต้คดีชิงรถจยย.เด็ก หลังตำรวจควบคุมตัวนายภาณุวัฒน์ หรือ “เหม่ง ปากดำ” ออกจากห้องควบคุม สน.สุทธิสาร เพื่อนำตัวไปขออำนาจศาลอาญาพระโขนงฝากขัง โดยเจ้าตัวยืนยันว่าเรื่องที่ถูกดำเนินคดีเป็นคดีเก่า ไม่ใช่คดีชิงรถจักรยานยนต์ของเด็กตามที่มีการกล่าวถึง

เหตุการณ์ดังกล่าวได้รับความสนใจจากประชาชน เนื่องจากเกี่ยวข้องกับข้อกล่าวหาหลายประเด็น ทั้งเรื่องรถจักรยานยนต์ การจับกุมตามหมาย และคดีเกี่ยวกับสารเสพติดชนิดคีตามีน อย่างไรก็ตาม ข้อมูลทั้งหมดที่ปรากฏในขณะนี้เป็นคำชี้แจงจากผู้ต้องหาและกระบวนการของเจ้าหน้าที่ ซึ่งยังต้องรอการตรวจสอบพยานหลักฐานและการพิจารณาของศาลต่อไป

เหม่ง ปากดำ โต้คดีชิงรถจยย.เด็ก ยืนยันเป็นคดีเก่า

เมื่อวันที่ 19 ก.ย. 2569 พนักงานสอบสวน สน.สุทธิสาร ควบคุมตัวนายภาณุวัฒน์ หรือ “เหม่ง ปากดำ” ผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลอาญาพระโขนง ออกจากห้องควบคุม เพื่อเดินทางไปขออำนาจศาลฝากขัง โดยคดีที่ระบุในหมายจับเกี่ยวข้องกับความผิดฐานมีวัตถุออกฤทธิ์ในประเภท 2 หรือคีตามีน ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต

ระหว่างถูกนำตัวออกจากสถานีตำรวจ นายภาณุวัฒน์ได้ให้ข้อมูลกับผู้สื่อข่าวว่า การจับกุมครั้งนี้เป็นคดีเก่า และไม่ได้เกี่ยวข้องกับการชิงรถจักรยานยนต์เด็กตามที่มีการนำเสนอ เจ้าตัวพยายามอธิบายถึงเหตุการณ์เรื่องรถว่า รถจักรยานยนต์ของตนเองเกิดปัญหาโซ่ขาด จึงขอให้น้องขี่รถไปส่ง เพื่อเดินทางไปหาน้องอีกคนหนึ่ง

คำชี้แจงเรื่องรถจักรยานยนต์จากผู้ต้องหา

นายภาณุวัฒน์ระบุว่า รายละเอียดเกี่ยวกับการยืมรถและเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจะขอเล่าให้ฟังในภายหลัง พร้อมยืนยันอีกครั้งว่าไม่ได้ก่อเหตุชิงรถจักรยานยนต์ แต่เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในช่วงเวลาซึ่งรถของตนเองไม่สามารถใช้งานได้ตามปกติ เนื่องจากโซ่รถขาด

ประเด็นนี้ยังเป็นเพียงคำกล่าวอ้างของผู้ต้องหา การจะสรุปว่าเหตุการณ์เป็นอย่างไรจำเป็นต้องพิจารณาข้อมูลจากทุกฝ่าย รวมถึงคำให้การของเด็กหรือผู้ที่เกี่ยวข้อง ภาพจากกล้องวงจรปิด พยานแวดล้อม และเอกสารประกอบคดี เพื่อให้ได้ข้อเท็จจริงที่รอบด้าน การรับฟังข้อมูลจากฝ่ายเดียวอาจทำให้เกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อนได้

  • ผู้ต้องหายืนยันว่าการจับกุมเกี่ยวข้องกับคดีเก่า
  • เจ้าตัวปฏิเสธว่าไม่ได้ชิงรถจักรยานยนต์ของเด็ก
  • ผู้ต้องหาอ้างว่ารถของตนเองมีปัญหาโซ่ขาด
  • คดีเกี่ยวข้องกับข้อกล่าวหาครอบครองคีตามีนโดยไม่ได้รับอนุญาต
  • ขั้นตอนต่อไปคือการนำตัวไปขอศาลฝากขังและพิจารณาเรื่องประกันตัว

ข้อกล่าวหาและขั้นตอนหลังการจับกุม

ตามข้อมูลจากเจ้าหน้าที่ นายภาณุวัฒน์ถูกดำเนินคดีตามหมายจับศาลอาญาพระโขนง ในความผิดฐานมีวัตถุออกฤทธิ์ในประเภท 2 หรือคีตามีนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต หลังจากพนักงานสอบสวนควบคุมตัวครบตามขั้นตอน จึงนำตัวไปขออำนาจศาลฝากขัง การฝากขังเป็นขั้นตอนตามกฎหมายที่เจ้าหน้าที่ใช้ระหว่างการสอบสวนและรวบรวมหลักฐาน ไม่ได้หมายความว่าศาลมีคำพิพากษาว่าผู้ต้องหามีความผิดแล้ว

นายภาณุวัฒน์ยังกล่าวว่า ก่อนหน้านี้ตนไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลศรีธัญญา และในช่วงเวลานั้นไม่ทราบว่ามีหมายเรียกหรือหมายจับ เนื่องจากเอกสารดังกล่าวไม่ได้ถูกนำไปส่งที่บ้านของตน นอกจากนี้ เมื่อได้รับการปล่อยตัวจากเรือนจำนนทบุรี ก็ไม่มีการอายัดตัวไว้ ทำให้ไม่ทราบว่ามีหมายดังกล่าวอยู่

เจ้าตัวระบุว่าพร้อมแถลงข้อเท็จจริงต่อศาล และหลังจากแถลงเสร็จจะรอพิจารณาเรื่องการประกันตัว ทั้งนี้ การอนุญาตให้ประกันตัวหรือไม่เป็นดุลยพินิจของศาล โดยพิจารณาจากหลายปัจจัย เช่น ลักษณะข้อหา ความเสี่ยงหลบหนี พฤติการณ์แห่งคดี และเงื่อนไขที่ศาลเห็นสมควร

สิ่งที่ต้องติดตามต่อจากนี้

ประเด็นสำคัญหลังจากนี้คือคำสั่งของศาลอาญาพระโขนงเกี่ยวกับการฝากขังและการประกันตัว รวมถึงผลการสอบสวนในส่วนที่เกี่ยวข้องกับรถจักรยานยนต์ หากมีผู้เสียหายหรือพยานเพิ่มเติม เจ้าหน้าที่จะต้องรวบรวมคำให้การและหลักฐานเพื่อประกอบสำนวนคดี ขณะเดียวกัน ฝ่ายผู้ต้องหาก็มีสิทธิ์นำเสนอข้อเท็จจริงและหลักฐานเพื่อชี้แจงข้อกล่าวหา

สำหรับกรณี เหม่ง ปากดำ โต้คดีชิงรถจยย.เด็ก ผู้ติดตามข่าวควรแยกคำกล่าวอ้างของผู้ต้องหาออกจากข้อเท็จจริงที่ผ่านการตรวจสอบแล้ว และควรเคารพกระบวนการยุติธรรม เพราะผู้ต้องหายังถือเป็นผู้บริสุทธิ์จนกว่าจะมีคำพิพากษาถึงที่สุด การนำเสนอข่าวอย่างระมัดระวังจะช่วยลดการตัดสินบุคคลจากข้อมูลที่ยังไม่ครบถ้วน

ท้ายที่สุด คดีนี้ยังต้องติดตามทั้งคำสั่งศาล ผลการสอบสวน และหลักฐานจากทุกฝ่าย การตรวจสอบข้อมูลอย่างรอบด้านเป็นสิ่งสำคัญสำหรับประชาชน หากมีความคืบหน้าเกี่ยวกับการฝากขัง การประกันตัว หรือข้อเท็จจริงเรื่องรถจักรยานยนต์ ควรรอข้อมูลจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและแหล่งข่าวที่น่าเชื่อถือก่อนสรุปเหตุการณ์

ที่มา – “เหม่ง ปากดำ” โต้คดีชิงรถจยย.เด็ก อ้างรถตัวเองโซ่ขาด ยันถูกจับคดีเก่า

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *