เปิดยอดเงินบริจาค วัดนาป่าพง 500 ล้าน!

ตำรวจพบยอดเงินบริจาคหมุนเวียนของ วัดนาป่าพง ย้อนหลัง 3-4 ปี มากกว่า 500 ล้านบาท! เร่งตรวจสอบความสัมพันธ์กับสีกาสาวที่เยอรมันซึ่งได้รับเงินเดือนเดือนละ 1.2 แสนบาท

เมื่อวันที่ 17 ก.ย. 2568 มีรายงานข่าวจากกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) เกี่ยวกับความคืบหน้าของกรณีพระอาจารย์คึกฤทธิ์ เจ้าอาวาสวัดนาป่าพง จ.ปทุมธานี ที่เกี่ยวข้องกับเงินวัดจำนวน 12.2 ล้านบาทที่โอนเข้าบัญชีสีกา

หลังจากทนายความได้แจ้งความร้องทุกข์ที่ ป.ป.ป. และกองบังคับการปราบปราม พร้อมนำเอกสารมาให้ จากการตรวจสอบพบว่าเป็นหลักฐานที่รวบรวมมาอย่างดี พนักงานสอบสวนได้สอบปากคำไปแล้ว

จากนั้นจะส่งเรื่องไปยัง ป.ป.ช. เนื่องจากเกี่ยวข้องกับการสร้างมูลนิธิฯ ที่เยอรมัน และมีการร้องให้ตรวจสอบเจ้าหน้าที่รัฐโดยตรง ซึ่งต้องรอการพิจารณาจาก ป.ป.ช. ภายใน 30 วัน

แหล่งข่าวระบุว่าการตรวจสอบพบเส้นเงินที่โอนไปมาระหว่างเยอรมันและไทย ซึ่งเป็นบัญชีของพระอาจารย์คึกฤทธิ์โดยตรง ที่นำเงินบริจาคโอนไปกว่า 12 ล้านบาท เพื่อสร้างมูลนิธิฯ จนเกิดปัญหาขึ้น

นอกจากนี้ยังตรวจพบเส้นเงินบัญชีที่เกี่ยวข้องกับเงินบริจาคอีกด้วย ซึ่งอยู่ระหว่างการตรวจสอบความชัดเจน เบื้องต้นพบว่าทางวัดนาป่าพงมีการเปิดรับบริจาคทั้งในไทยและเยอรมัน

จากการตรวจสอบย้อนหลังไปเพียง 3-4 ปี พบว่ายอดเงินบริจาคหมุนเวียนสูงถึง 500 กว่าล้านบาท ซึ่งมากกว่าวัดไร่ขิงหลายเท่า เนื่องจากวัดนาป่าพงมีผู้เข้ามาบริจาคจำนวนมาก เพราะเป็นวัดที่น่าเชื่อถือ และพระอาจารย์มีวาทศิลป์ที่ดี

ส่วนความสัมพันธ์ของพระอาจารย์คึกฤทธิ์กับสีกาที่เยอรมัน เบื้องต้นเชื่อว่าไม่ได้มีความสัมพันธ์เชิงชู้สาว แต่เป็นเพียงโยมอุปัฏฐากที่เคารพนับถือ และได้รับเงินเดือนประมาณ 120,000 บาท ส่วนสีกาอีกคนที่อยู่ในไทยยังไม่มีรายละเอียด

เปิดยอดเงินบริจาค วัดนาป่าพง ย้อนหลัง4ปี หมุนเวียนกว่า 500 ล้านบาท

ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับยอดเงินบริจาค วัดนาป่าพง

เรื่องราวของยอดเงินบริจาคของวัดนาป่าพงกำลังเป็นประเด็นร้อนแรงในสังคมไทย ข้อมูลที่เปิดเผยออกมานั้นสร้างความตกตะลึงให้กับหลายคน เพราะจำนวนเงินที่หมุนเวียนในวัดนั้นมีมูลค่าสูงถึง 500 ล้านบาทภายในระยะเวลาเพียงไม่กี่ปี การตรวจสอบที่เกิดขึ้นจึงเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ เพื่อความโปร่งใสและความกระจ่างต่อสาธารณชน

การที่วัดได้รับเงินบริจาคจำนวนมากนั้นแสดงให้เห็นถึงศรัทธาและความไว้วางใจที่ประชาชนมีต่อวัดและพระอาจารย์ แต่ในขณะเดียวกันก็เป็นสิ่งที่ต้องมีการตรวจสอบและบริหารจัดการอย่างรอบคอบ เพื่อให้เงินบริจาคเหล่านั้นถูกนำไปใช้ประโยชน์อย่างถูกต้องตามวัตถุประสงค์ของผู้บริจาค

กรณีของวัดนาป่าพงนี้เป็นบทเรียนสำคัญที่สะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของการตรวจสอบและการบริหารจัดการเงินบริจาคของวัดอย่างโปร่งใส การเปิดเผยข้อมูลและการชี้แจงข้อสงสัยต่างๆ ต่อสาธารณชนจึงเป็นสิ่งที่จำเป็น เพื่อรักษาความศรัทธาและความไว้วางใจที่ประชาชนมีต่อวัดและศาสนา

การที่ตำรวจและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงในกรณีนี้ถือเป็นเรื่องที่ถูกต้องและเหมาะสม การตรวจสอบที่โปร่งใสและเป็นธรรมจะช่วยคลี่คลายข้อสงสัยต่างๆ และนำไปสู่การแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นได้อย่างเหมาะสม

แน่นอนว่าเรื่องนี้ยังคงต้องติดตามกันต่อไปถึงผลสรุปของการตรวจสอบจะเป็นอย่างไร และจะมีมาตรการใดๆ ที่จะถูกนำมาใช้เพื่อป้องกันปัญหาที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต อย่างไรก็ตามสิ่งที่สำคัญที่สุดคือการรักษาความโปร่งใสและความถูกต้องในการบริหารจัดการเงินบริจาค เพื่อให้วัดยังคงเป็นสถานที่ที่ประชาชนสามารถไว้วางใจและศรัทธาได้ต่อไป

ที่มา – เปิดยอดเงินบริจาค วัดนาป่าพง ย้อนหลัง4ปี หมุนเวียนกว่า 500 ล้านบาท

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *