เงินเฟ้อภาคค้าส่งญี่ปุ่นพุ่ง 6.3% สูงสุดในรอบกว่า 3 ปี เหตุสงครามอิหร่านดันต้นทุน
เงินเฟ้อภาคค้าส่งญี่ปุ่นพุ่ง 6.3% สูงสุดในรอบกว่า 3 ปี เหตุสงครามอิหร่านดันต้นทุน
ธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) รายงานว่า ดัชนีราคาผู้ผลิตหรือราคาขายส่ง (CGPI) ปรับตัวเพิ่มขึ้นถึง 6.3% ในเดือนพฤษภาคม เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ซึ่งถือเป็นการเพิ่มขึ้นสูงสุดในรอบกว่า 3 ปี สาเหตุหลักมาจากสงครามในตะวันออกกลางโดยเฉพาะความขัดแย้งที่อิหร่าน ส่งผลให้ต้นทุนสินค้าปรับตัวสูงขึ้นส่งผ่านไปยังราคาขายส่งในประเทศญี่ปุ่นอย่างชัดเจน
ด้วยเหตุนี้ เงินเฟ้อภาคค้าส่งญี่ปุ่นพุ่ง 6.3% สูงสุดในรอบกว่า 3 ปี เหตุสงครามอิหร่านดันต้นทุน จึงเป็นสัญญาณชัดเจนที่ชี้แจงว่าแรงกดดันด้านราคากำลังเพิ่มมากขึ้น ธนาคารกลางญี่ปุ่นจึงมีแนวโน้มที่จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายในเร็วๆ นี้ เพื่อควบคุมเงินเฟ้อและลดผลกระทบต่อเศรษฐกิจโดยรวม
อะไรคือสาเหตุหลักของเงินเฟ้อภาคค้าส่งที่พุ่งสูงขึ้น?
ในช่วงที่ผ่านมา ราคาสินค้าปิโตรเลียมและถ่านหินได้ปรับตัวเพิ่มขึ้นสูงถึง 13.8% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา สืบเนื่องจากการหยุดชะงักในการนำเข้าน้ำมันที่สำคัญจากช่องแคบฮอร์มุซหลังเหตุการณ์การโจมตีในตะวันออกกลาง รวมถึงราคาสินค้าเคมีภัณฑ์และวัสดุต่างๆ ที่ทำจากน้ำมันก็เพิ่มสูงขึ้นตามไปด้วยถึง 13.4% ทำให้ต้นทุนการผลิตสินค้าในขั้นต้นน้ำและขั้นกลางน้ำพุ่งสูงขึ้น ส่งผลต่อต้นทุนสินค้าขายส่งและราคาสินค้าในภาคค้าปลีกโดยตรง
นอกจากนี้ ดัชนีราคานำเข้าในเดือนพฤษภาคมก็พุ่งขึ้นถึง 25.5% สูงสุดในรอบ 7 เดือน ซึ่งได้รับอิทธิพลจากราคาสินค้าโภคภัณฑ์อย่างโลหะ ก๊าซธรรมชาติ และน้ำมันที่แพงขึ้นอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งผลกระทบของอัตราแลกเปลี่ยนเงินเยนที่อ่อนค่าลง ส่งผลให้ต้นทุนสินค้านำเข้าสูงขึ้นและเพิ่มแรงกดดันด้านเงินเฟ้อในประเทศ
ผลกระทบและแนวทางรับมือของญี่ปุ่น
ด้วยสถานการณ์เงินเฟ้อภาคค้าส่งที่พุ่งสูงขึ้นนี้ ธนาคารกลางญี่ปุ่นมีแนวโน้มที่จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเป็นครั้งแรกในรอบหลายปี สู่ระดับ 1.00% จาก 0.75% เพื่อชะลอการฟื้นตัวของเงินเฟ้อและลดความเสี่ยงที่จะบั่นทอนการเติบโตทางเศรษฐกิจในระยะยาว นอกจากนี้ รัฐบาลญี่ปุ่นยังต้องเร่งส่งเสริมแหล่งวัตถุดิบและพลังงานทางเลือก เพื่อลดการพึ่งพาจากพื้นที่ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง รวมถึงสนับสนุนการบริหารจัดการทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ
เงินเฟ้อภาคค้าส่งญี่ปุ่นพุ่ง 6.3% สูงสุดในรอบกว่า 3 ปี เหตุสงครามอิหร่านดันต้นทุน จึงเป็นสิ่งที่นักลงทุนและผู้บริโภคควรติดตามอย่างใกล้ชิด เพราะจะมีผลต่อต้นทุนสินค้าและราคาสินค้าในชีวิตประจำวัน นอกจากนี้ ยังส่งผลต่อการกำหนดนโยบายการเงินและความเสถียรภาพของตลาดการเงินในอนาคตอีกด้วย
สำหรับผู้ที่สนใจและต้องการติดตามข่าวสารเศรษฐกิจและนโยบายการเงิน สามารถติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้อย่างต่อเนื่อง เพื่อวางแผนการเงินและการลงทุนให้เหมาะสมกับบริบททางเศรษฐกิจปัจจุบัน
ที่มา – เงินเฟ้อภาคค้าส่งญี่ปุ่นพุ่ง 6.3% สูงสุดในรอบกว่า 3 ปี เหตุสงครามอิหร่านดันต้นทุน