อินโดฯ จี้ EU ยกเลิกกำแพงภาษีไบโอดีเซล หลัง WTO ชนะคดี
อินโดนีเซียเรียกร้องให้ EU ยกเลิกมาตรการภาษีไบโอดีเซล หลัง WTO ตัดสินให้ชนะคดี! โฆษกกระทรวงการค้าอินโดนีเซียออกมาเปิดเผยว่า ทางการได้เรียกร้องให้สหภาพยุโรป (EU) ยกเลิกมาตรการภาษีตอบโต้การอุดหนุนที่ใช้กับสินค้าไบโอดีเซลโดยทันที หลังจากที่องค์การการค้าโลก (WTO) ได้ตัดสินให้อินโดนีเซียเป็นผู้ชนะในประเด็นสำคัญหลายข้อ
เรื่องราวนี้เริ่มต้นจากการที่อินโดนีเซียยื่นฟ้องต่อ WTO เมื่อปี 2566 โดยกล่าวหาว่าการที่ EU ตั้งกำแพงภาษีต่อเชื้อเพลิงไบโอดีเซลที่นำเข้าจากอินโดนีเซียนั้น ขัดต่อกฎเกณฑ์ของ WTO อย่างชัดเจน
ทำไมเรื่องนี้ถึงสำคัญ? เพราะ EU เป็นตลาดส่งออกผลิตภัณฑ์น้ำมันปาล์มรายใหญ่อันดับ 3 ของอินโดนีเซีย และยังเป็นตลาดไบโอดีเซลที่สำคัญมากอีกด้วย การถูกกีดกันทางการค้าจึงส่งผลกระทบอย่างมากต่อเศรษฐกิจของอินโดนีเซีย
บูดี ซันโตโซ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการค้าอินโดนีเซีย กล่าวอย่างหนักแน่นว่า “เราขอเรียกร้องให้ EU เพิกถอนมาตรการภาษีนำเข้าตอบโต้เหล่านี้โดยทันที เพราะไม่สอดคล้องกับพันธกรณีของ WTO” เขายังเสริมอีกว่า “ชัยชนะครั้งนี้นับเป็นบทพิสูจน์ว่ารัฐบาลอินโดนีเซียยึดมั่นในกฎการค้าสากล และไม่ได้ดำเนินนโยบายที่บิดเบือนกลไกการค้าแต่อย่างใด”
การเรียกร้องครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากคณะผู้พิจารณาของ WTO ลงความเห็นว่า มาตรการภาษีและค่าธรรมเนียมการส่งออกน้ำมันปาล์มของอินโดนีเซีย ไม่ถือว่าเป็นการอุดหนุน และคณะกรรมาธิการยุโรปก็ไม่สามารถพิสูจน์ให้เห็นถึงภัยคุกคามที่จะก่อให้เกิดความเสียหายต่ออุตสาหกรรมไบโอดีเซลของยุโรปได้อย่างมีนัยสำคัญ
“ด้วยเหตุนี้ คณะผู้พิจารณาของ WTO จึงตัดสินว่าการตั้งกำแพงภาษีของ EU ต่อไบโอดีเซลของอินโดนีเซียนั้น ไม่ได้ตั้งอยู่บนหลักฐานเชิงวัตถุวิสัย” บูดีกล่าวเน้นย้ำ
ย้อนกลับไปในปี 2562 EU ได้เริ่มใช้มาตรการภาษีตอบโต้ในอัตรา 8%-18% โดยอ้างว่าผู้ผลิตไบโอดีเซลของอินโดนีเซียได้รับผลประโยชน์จากการอุดหนุนของภาครัฐในรูปแบบต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นเงินให้เปล่า สิทธิประโยชน์ทางภาษี หรือการเข้าถึงวัตถุดิบในราคาที่ต่ำกว่าตลาด
ผลที่ตามมาจากการใช้มาตรการภาษีนี้คือ ยอดการส่งออกไบโอดีเซลจากน้ำมันปาล์มของอินโดนีเซียลดลงอย่างมาก จาก 1.32 ล้านกิโลลิตรในปี 2562 เหลือเพียง 36,000 กิโลลิตรในปี 2563 และในปี 2567 อินโดนีเซียสามารถส่งออกได้เพียง 27,000 กิโลลิตรเท่านั้น
แม้ว่าคำตัดสินของ WTO จะสามารถยื่นอุทธรณ์ได้ แต่กระบวนการอาจจะไม่สามารถดำเนินต่อไปได้จนถึงที่สุด เนื่องจากองค์กรอุทธรณ์ ซึ่งเปรียบเสมือนศาลสูงสุดของ WTO นั้น ไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้เนื่องจากปัญหาภายใน
วิกฤตองค์กรอุทธรณ์ WTO
องค์กรอุทธรณ์ของ WTO ประสบปัญหาและหยุดปฏิบัติหน้าที่ไปตั้งแต่ปี 2562 เนื่องมาจากการที่รัฐบาลสหรัฐฯ ในสมัยของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ขัดขวางกระบวนการแต่งตั้งตุลาการซ้ำแล้วซ้ำเล่า ทำให้องค์กรไม่สามารถตัดสินคดีได้อย่างเต็มที่
อินโดฯ จี้ EU ยกเลิกกำแพงภาษีไบโอดีเซล หลัง WTO ชนะคดี
บทสรุป: อินโดนีเซียกำลังเดินหน้าผลักดันให้ EU ยกเลิกกำแพงภาษีไบโอดีเซลอย่างต่อเนื่อง โดยอาศัยชัยชนะจาก WTO เป็นแรงผลักดันสำคัญ
อนาคตของอุตสาหกรรมไบโอดีเซลจะเป็นอย่างไร?
ชัยชนะของอินโดนีเซียในครั้งนี้อาจเป็นสัญญาณที่ดีสำหรับประเทศผู้ผลิตไบโอดีเซลอื่นๆ และอาจนำไปสู่การทบทวนนโยบายการค้าที่เป็นธรรมมากขึ้นในอนาคต
การที่อินโดนีเซียชนะคดีนี้เป็นก้าวสำคัญในการปกป้องผลประโยชน์ของประเทศ และแสดงให้เห็นถึงความสำคัญของการยึดมั่นในกฎเกณฑ์การค้าระหว่างประเทศ การที่ EU จะตอบสนองต่อคำตัดสินของ WTO อย่างไรนั้น เป็นสิ่งที่น่าจับตามองอย่างใกล้ชิด เพราะมันจะส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์ทางการค้าระหว่างสองฝ่าย และต่ออุตสาหกรรมไบโอดีเซลทั่วโลก
ที่มา – อินโดฯ จี้ EU ยกเลิกกำแพงภาษีไบโอดีเซล หลัง WTO ตัดสินให้ชนะคดี