อังกฤษประกาศคว่ำบาตรเจ้าหน้าที่-องค์กรอิหร่านเพิ่ม เซ่นปมปราบปรามการประท้วง

อังกฤษประกาศคว่ำบาตรเจ้าหน้าที่-องค์กรอิหร่านเพิ่ม เซ่นปมปราบปรามการประท้วง
ล่าสุด อังกฤษประกาศคว่ำบาตรเจ้าหน้าที่-องค์กรอิหร่านเพิ่ม เซ่นปมปราบปรามการประท้วง โดยกระทรวงการต่างประเทศไทยแห่งสหราชอาณาจักร (UK) ได้แถลงข่าวเมื่อวันจันทร์ที่ 2 กุมภาพันธ์ 2569 เรื่องการออกมาตรการคว่ำบาตรชุดใหม่ต่อบุคคลสำคัญ 10 ราย และองค์กร 1 แห่ง ซึ่งมีส่วนเกี่ยวข้องโดยตรงในการจัดการกับเหตุการณ์ความไม่สงบและการประท้วงที่เกิดขึ้นในอิหร่านช่วงปลายปีที่ผ่านมา
การเคลื่อนไหวครั้งนี้ถือเป็นการตอบโต้ต่อการใช้กำลังปราบปรามผู้ประท้วงอย่างรุนแรงของรัฐบาลอิหร่าน ซึ่งเริ่มต้นจากปัญหาเศรษฐกิจอย่างค่าเงินเรียลที่อ่อนค่าลงอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้ประชาชนออกมาชุมนุมเรียกร้องการเปลี่ยนแปลง แต่กลับถูกเจ้าหน้าที่ใช้ความรุนแรงสลายการชุมนุม สร้างความสูญเสียทั้งชีวิตและทรัพย์สินจำนวนมาก
รายชื่อผู้ถูกคว่ำบาตรหลัก ๆ
- เอสกันดาร์ โมเมนี – รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย
- โมฮัมหมัด เรซา ฮาเชมีฟาร์ – ผู้บัญชาการตำรวจจังหวัดโลเรสถาน
- เซเยด มาจิด เฟซ จาฟารี – ผู้บัญชาการตำรวจรักษาความมั่นคงสาธารณะ
- ยาโดลเลาะห์ บูอาลี – ผู้บัญชาการกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลาม (IRGC) ประจำจังหวัดฟาร์ส
นอกจากนี้ ยังมีเจ้าหน้าที่ฝ่ายทหารและตุลาการอีกหลายรายที่ถูกเพิ่มเข้าไปในบัญชีดำ ทำให้จนถึงปัจจุบัน สหราชอาณาจักรได้ออกมาตรการคว่ำบาตรที่เกี่ยวข้องกับอิหร่านมากกว่า 550 รายการ ครอบคลุมทั้งบุคคลและองค์กร รวมถึงการคว่ำบาตร IRGC ทั้งองค์กร ซึ่งเป็นหนึ่งในกำลังหลักของรัฐบาลอิหร่าน
บริบทการประท้วงในอิหร่านและการตอบสนองจากนานาชาติ
เหตุการณ์ อังกฤษประกาศคว่ำบาตรเจ้าหน้าที่-องค์กรอิหร่านเพิ่ม เซ่นปมปราบปรามการประท้วง เกิดขึ้นหลังจากสหรัฐอเมริกาและสหภาพยุโรป (EU) ได้ประกาศมาตรการคล้ายกันไปก่อนหน้านี้ไม่กี่วัน การประท้วงเริ่มลุกลามตั้งแต่ปลายเดือนธันวาคม 2568 โดยเริ่มจากชุมนุมสงบในหลายเมืองใหญ่ เนื่องจากปัญหาเงินเฟ้อ ค่าเงินตก และความยากจนที่ทวีคูณ แต่เมื่อเจ้าหน้าที่เข้าแทรกแซงด้วยกำลัง ก็กลายเป็นการปะทะรุนแรง มีรายงานผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บนับร้อย รวมถึงการถูกเผาทำลายมัสยิด อาคารรัฐบาล ธนาคาร และทรัพย์สินสาธารณะ
รัฐบาลอิหร่านโต้กลับโดยกล่าวหาว่าสหรัฐฯ และอิสราเอลเป็นผู้ยุยงปลุกปั่น พร้อมประณามมติของสภายุโรปว่าเป็นการก้าวก่ายกิจการภายในประเทศ อย่างไรก็ตาม ชาติตะวันตกมองว่านี่คือการละเมิดสิทธิมนุษยชนที่ร้ายแรง โดยเฉพาะบทบาทของ IRGC ที่ถูกมองว่าเป็นเครื่องมือปราบปรามประชาชน
ผลกระทบของมาตรการคว่ำบาตรต่ออิหร่าน
มาตรการเหล่านี้ไม่เพียงแค่冻结ทรัพย์สินและห้ามเดินทางของบุคคลที่เกี่ยวข้อง แต่ยังกดดันเศรษฐกิจอิหร่านโดยรวมให้ยิ่งถดถอย เพราะ IRGC มีอิทธิพลในหลายภาคส่วน ตั้งแต่พลังงานไปจนถึงก่อสร้าง การคว่ำบาตรจาก UK สหรัฐฯ และ EU ร่วมกัน จะทำให้อิหร่านหาเส้นทางการค้าที่ถูกกฎหมายยากขึ้น ส่งผลให้ประชาชนเดือดร้อนหนักยิ่งกว่าเดิม
ในมุมมองของผู้เชี่ยวชาญ นี่คือกลยุทธ์ของตะวันตกในการบีบให้อิหร่านปรับปรุงพฤติกรรมทางการเมืองและเคารพเสรีภาพของประชาชนมากขึ้น หากรัฐบาลอิหร่านไม่เปลี่ยนแปลง มาตรการนี้อาจขยายวงกว้างขึ้นในอนาคต
สุดท้ายแล้ว อังกฤษประกาศคว่ำบาตรเจ้าหน้าที่-องค์กรอิหร่านเพิ่ม เซ่นปมปราบปรามการประท้วง แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของชาติตะวันตกในการปกป้องสิทธิมนุษยชนระดับโลก คุณคิดว่ามาตรการนี้จะส่งผลอย่างไรต่อสถานการณ์ในอิหร่าน? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และอย่าลืมติดตามข่าวสารต่างประเทศอัปเดตจากบล็อกของเราเพื่อไม่พลาดข้อมูลสำคัญ!
ที่มา – อังกฤษประกาศคว่ำบาตรเจ้าหน้าที่-องค์กรอิหร่านเพิ่ม เซ่นปมปราบปรามการประท้วง