ออม สุชาร์-พริม ณัฐชา ไกล่เกลี่ยสำเร็จ!

ออม สุชาร์-พริม ณัฐชา ไกล่เกลี่ยสำเร็จ คู่กรณี ณัฐชา ยอมระงับทุกคดี ไม่ติดใจเรียกค่าเสียหายจากกัน ตามเงื่อนไขสัญญาประนีประนอมยอมความ

เรื่องราวความขัดแย้งระหว่างนักแสดงสาว ออม สุชาร์ และ พริม ณัฐชา ที่ดำเนินมาถึงชั้นศาล ในที่สุดก็สิ้นสุดลงด้วยดี เมื่อทั้งสองฝ่ายสามารถตกลงไกล่เกลี่ยกันได้สำเร็จ โดยยอมระงับทุกคดีที่มีต่อกัน และไม่ติดใจเรียกร้องค่าเสียหายใดๆ เพิ่มเติม

เมื่อวันที่ 22 กันยายน 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ศาลแพ่งพระโขนง ศาลได้นัดไกล่เกลี่ยข้อพิพาทคดีแพ่ง คดีหมายเลขดำที่ พณ 30/2568 ระหว่าง น.ส.ณัฐชา ชุณหะ โจทก์ กับ บริษัท อินโนฟีน่า จำกัด จำเลย ในเรื่องเพิกถอนมติที่ประชุมผู้ถือหุ้น ซึ่งผลปรากฏว่าทั้งสองฝ่ายสามารถตกลงกันได้ด้วยดี

โดย น.ส.ณัฐชา และ น.ส.สุชาร์ มานะยิ่ง ในฐานะส่วนตัว และในฐานะกรรมการผู้มีอำนาจกระทำการแทน บริษัท อินโนฟีน่า จำกัด ต่างมีความประสงค์ที่จะระงับคดีข้อพิพาทที่มีอยู่ระหว่างกัน ทั้งในศาลนี้และในศาลอื่นทุกคดี ตามข้อตกลงสัญญาประนีประนอมยอมความฉบับลงวันที่ 22 กันยายน 2568 ซึ่งคู่ความทั้งสองฝ่ายได้เสนอต่อศาลแพ่งพระโขนง

ข้อตกลงสำคัญคือ หลังจากนี้ แต่ละฝ่ายจะไม่นำข้อพิพาทคดีนี้ หรือข้อพิพาทที่มีมูลเกี่ยวกับคดีนี้ มารื้อร้องฟ้องกันอีก และจะไม่ติดใจเรียกร้องค่าเสียหายใดๆ จากกันอีกต่อไป นอกจากนี้ แต่ละฝ่ายจะไม่กระทำการใดๆ ในการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสาร หรือให้ถ้อยคำต่อสาธารณะ ที่อาจกระทบสิทธิของอีกฝ่ายหนึ่ง ตามเงื่อนไขของสัญญาประนีประนอมยอมความ

ทั้งสองฝ่ายได้แสดงความขอบคุณต่อศาลแพ่งพระโขนง ที่ได้ให้ความช่วยเหลือในการเจรจาไกล่เกลี่ย จนนำไปสู่การยุติข้อพิพาทที่เกิดขึ้น

ออม สุชาร์-พริม ณัฐชา ไกล่เกลี่ยสำเร็จ

การไกล่เกลี่ยครั้งนี้ ถือเป็นข่าวดีสำหรับทั้งสองฝ่าย ที่จะได้ยุติความขัดแย้ง และก้าวต่อไปข้างหน้าได้อย่างสบายใจมากขึ้น เรื่องราวความบาดหมางที่เกิดขึ้น ได้จบลงด้วยความเข้าใจ และความยินยอมของทั้งสองฝ่าย

ทำไมการไกล่เกลี่ย ออม สุชาร์-พริม ณัฐชา จึงสำคัญ?

การที่ ออม สุชาร์ และ พริม ณัฐชา สามารถ ออม สุชาร์-พริม ณัฐชา ไกล่เกลี่ยสำเร็จ นั้น แสดงให้เห็นถึงความสำคัญของการเจรจา และการประนีประนอมในการแก้ไขปัญหาความขัดแย้ง แม้ว่าในตอนแรกดูเหมือนว่าปัญหาจะไม่มีทางออก แต่ด้วยความตั้งใจของทั้งสองฝ่าย และความช่วยเหลือจากศาล ก็ทำให้สามารถหาจุดร่วมที่ทั้งสองฝ่ายยอมรับได้

การระงับข้อพิพาทในลักษณะนี้ ยังเป็นประโยชน์ต่อสังคมโดยรวม เนื่องจากช่วยลดปริมาณคดีที่ค้างอยู่ในศาล ทำให้ศาลสามารถพิจารณาคดีอื่นๆ ได้อย่างรวดเร็วขึ้น นอกจากนี้ ยังช่วยสร้างบรรยากาศที่ดีในการทำธุรกิจ และการใช้ชีวิตร่วมกันในสังคม

ข้อตกลงที่ทั้งสองฝ่ายทำร่วมกันนั้น ไม่เพียงแต่ยุติเรื่องราวในอดีต แต่ยังเป็นการวางรากฐานสำหรับความสัมพันธ์ที่ดีในอนาคต การที่ทั้งสองฝ่ายตกลงที่จะไม่ฟ้องร้องหรือให้ร้ายซึ่งกันและกันอีกต่อไป เป็นการแสดงให้เห็นถึงความเคารพและความเข้าใจซึ่งกันและกัน

นอกจากนี้ การที่ทั้งสองฝ่ายตกลงที่จะไม่เผยแพร่ข้อมูลข่าวสารที่อาจกระทบสิทธิของอีกฝ่าย ยังเป็นการป้องกันไม่ให้เกิดความขัดแย้งใหม่ๆ ในอนาคต

การที่ ออม สุชาร์-พริม ณัฐชา ไกล่เกลี่ยสำเร็จ และยุติเรื่องราวทั้งหมดได้ ถือเป็นกรณีศึกษาที่น่าสนใจ สำหรับผู้ที่กำลังเผชิญกับปัญหาความขัดแย้งต่างๆ แสดงให้เห็นว่าการเจรจา การประนีประนอม และความเข้าใจซึ่งกันและกัน เป็นกุญแจสำคัญในการแก้ไขปัญหา และสร้างความสัมพันธ์ที่ดีในระยะยาว

เรื่องราวนี้ยังเป็นเครื่องเตือนใจว่า ในการดำเนินธุรกิจ หรือการใช้ชีวิตร่วมกับผู้อื่น อาจมีข้อขัดแย้งเกิดขึ้นได้เสมอ สิ่งสำคัญคือการมีสติ การรับฟังความคิดเห็นของผู้อื่น และการหาทางออกที่ทุกฝ่ายได้รับประโยชน์อย่างเป็นธรรม

การที่ ออม สุชาร์-พริม ณัฐชา ไกล่เกลี่ยสำเร็จ และยุติข้อพิพาทได้อย่างราบรื่นนั้น แสดงให้เห็นถึงวุฒิภาวะ และความรับผิดชอบของทั้งสองฝ่าย ที่ตระหนักถึงผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อตนเอง และต่อสังคมโดยรวม และเลือกที่จะหาทางออกที่ดีที่สุด

ที่มา – ออม สุชาร์-พริม ณัฐชา ไกล่เกลี่ยสำเร็จ ยอมระงับทุกคดี ไม่ติดใจเรียกค่าเสียหายจากกัน

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *