สาโรช ประธานชมรมผู้ตัดสินจักรยานไทย วาระ 4 ปี

สาโรช ประธานชมรมผู้ตัดสินจักรยานไทย คนใหม่ เตรียมเดินหน้าพัฒนามาตรฐานการตัดสินให้มีความถูกต้อง โปร่งใส และสอดคล้องกับกติกาสากล หลังได้รับคะแนนสูงสุดจากการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 22 ตุลาคม 2569 ในงานสัมมนาผู้ตัดสินกีฬาจักรยาน ประจำปี 2570 ครั้งที่ 1 ณ อาคารเอ้าท์เล็ท สวนกีฬากมล เขตหนองจอก กรุงเทพมหานคร

การสัมมนาครั้งนี้มีผู้ตัดสินกีฬาจักรยานเข้าร่วมทั้งหมด 37 คน โดยมี พลเอกเดชา เหมกระศรี หรือ “เสธ.หมึก” รองประธานสมาพันธ์จักรยานแห่งเอเชีย ประธานสหพันธ์จักรยานแห่งอาเซียน และนายกสมาคมกีฬาจักรยานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ เป็นประธานในพิธีเปิด เป้าหมายสำคัญคือการเพิ่มพูนความรู้ พร้อมทำความเข้าใจกฎและกติกาใหม่ของสหพันธ์จักรยานนานาชาติ หรือ UCI ก่อนเริ่มการแข่งขันในปี 2570

สาโรช ประธานชมรมผู้ตัดสินจักรยานไทย กับภารกิจวาระ 4 ปี

ผลการเลือกตั้งปรากฏว่า นายสาโรช กาญจนานนท์ ได้รับคะแนนสูงสุด 11 เสียง จากผู้มีสิทธิ์ออกเสียงทั้งหมด 33 คน ส่งผลให้เขาเข้ารับตำแหน่งประธานชมรมผู้ตัดสินกีฬาจักรยานคนใหม่ มีวาระการดำรงตำแหน่ง 4 ปี ตั้งแต่วันที่ 22 ตุลาคม 2569 ถึงวันที่ 21 ตุลาคม 2573 การทำงานในวาระนี้จะมุ่งเน้นการยกระดับระบบผู้ตัดสินไทยให้มีมาตรฐานเดียวกับการแข่งขันระดับนานาชาติ

หลังได้รับตำแหน่ง นายสาโรชได้แต่งตั้งคณะกรรมการบริหารชมรมชุดใหม่จำนวน 7 คน เพื่อช่วยกันดูแลงานในด้านต่าง ๆ ได้แก่ นายเสน่ห์ เหล่าศักดิ์ชัย รองประธานชมรมคนที่ 1 ฝ่ายกิจกรรมพิเศษ, พันเอกเสกสิทธิ์ ฮวบเจริญ รองประธานชมรมคนที่ 2 ฝ่ายจริยธรรมและวินัย, นายอภินันท์ ประเสริฐแสง รองประธานคนที่ 3 ฝ่ายวิชาการ, นายขัตติยะ ธนชยกุล เลขานุการชมรม, นางสาวศิริลักษณ์ วาระเพียง เหรัญญิกและนายทะเบียน รวมถึงนายประดิษฐ์ โฆษิตนุศาสตร์ ฝ่ายปฏิคม

บทบาทของสาโรช ประธานชมรมผู้ตัดสินจักรยานไทย

หน้าที่ของประธานชมรมไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการบริหารงานภายในเท่านั้น แต่ยังเกี่ยวข้องกับการคัดเลือกและจัดส่งผู้ตัดสินไปทำหน้าที่ในการแข่งขันรายการสำคัญ เช่น กีฬาแห่งชาติ กีฬาเยาวชนแห่งชาติ กีฬามหาวิทยาลัย รวมถึงการแข่งขันที่จัดโดยภาคเอกชน การพิจารณาผู้ตัดสินให้เหมาะสมกับประเภทการแข่งขันจะช่วยลดความผิดพลาด ลดข้อโต้แย้ง และสร้างความเชื่อมั่นให้แก่นักกีฬา ผู้ฝึกสอน และผู้ชม

พลเอกเดชาเปิดเผยว่า สมาคมกีฬาจักรยานฯ ให้ความสำคัญกับการพัฒนาบุคลากรอย่างต่อเนื่อง โดยวางแผนจัดอบรมทั้งผู้ฝึกสอน ผู้ตัดสิน และช่างซ่อมจักรยาน สำหรับผู้ตัดสินจะมีการจัดสัมมนาเป็นประจำทุกปี เนื่องจาก UCI มีการปรับเปลี่ยนกฎและกติกาอยู่เสมอ การอัปเดตความรู้จึงเป็นเรื่องจำเป็น เพื่อให้ผู้ตัดสินสามารถปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างแม่นยำและเป็นธรรม

พัฒนาผู้ตัดสินจักรยานไทยสู่ระดับนานาชาติ

กีฬาจักรยานมีหลายประเภท ทั้งจักรยานถนน จักรยานเสือภูเขา บีเอ็มเอ็กซ์ และจักรยานประเภทลู่ แต่ละประเภทก็ยังมีรายการแข่งขันย่อยที่ใช้กติกาและเทคนิคแตกต่างกัน ผู้ตัดสินจึงต้องผ่านกระบวนการอบรมอย่างเป็นขั้นตอน เริ่มจากระดับพื้นฐาน จากนั้นจึงปฏิบัติหน้าที่ในระดับฝึกหัด และเข้าสู่การสอบเลื่อนระดับเป็นผู้ตัดสินชั้น 3 ชั้น 2 และชั้น 1 ตามลำดับ

การอบรมและการสอบบางระดับได้รับการสนับสนุนจากวิทยากรของ UCI ทำให้ผู้ตัดสินไทยมีโอกาสเรียนรู้มาตรฐานเดียวกับนานาชาติ หากผู้ตัดสินคนใดมีความรู้ความสามารถโดดเด่น ก็สามารถพัฒนาตัวเองไปสู่ตำแหน่ง International Commissaire หรือผู้ตัดสินระดับนานาชาติได้

  • นายณัฐพงศ์ โลหิตนาวี เป็นผู้ตัดสินระดับนานาชาติประเภทลู่และประเภทถนน
  • นายขัตติยะ ธนชยกุล เป็นผู้ตัดสินระดับนานาชาติประเภทบีเอ็มเอ็กซ์
  • นางสาวนวพร สุขประยูร เป็นผู้ตัดสินระดับชาติขั้นสูง หรือ Elite National Commissaire
  • ประเทศไทยยังมีผู้ตัดสินระดับชาติขั้นสูงอีกกว่า 10 คน ครอบคลุมประเภทถนน เสือภูเขา บีเอ็มเอ็กซ์ และลู่

ผลงานของผู้ตัดสินไทยในเวทีต่างประเทศสะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพของบุคลากรไทย โดยนายขัตติยะเพิ่งทำหน้าที่ในการแข่งขันกีฬาเอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 20 ที่ประเทศญี่ปุ่น ขณะที่นางสาวนวพรเดินทางไปตัดสินการแข่งขันจักรยานเสือภูเขานานาชาติในประเทศญี่ปุ่นเช่นกัน ความสำเร็จเหล่านี้เป็นแรงผลักดันให้สมาคมกีฬาจักรยานฯ เดินหน้าส่งเสริมผู้ตัดสินไทยให้ก้าวสู่ระดับนานาชาติมากขึ้น

ก้าวต่อไปของชมรมผู้ตัดสินจักรยาน

การเข้ารับตำแหน่งของ สาโรช ประธานชมรมผู้ตัดสินจักรยานไทย จึงถือเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของวงการจักรยานไทย เพราะชมรมมีโอกาสพัฒนาระบบการทำงานให้ชัดเจน ทั้งด้านวิชาการ จริยธรรม การคัดเลือกบุคลากร และการสร้างเส้นทางความก้าวหน้าให้ผู้ตัดสินรุ่นใหม่ การบริหารงานที่เป็นระบบจะช่วยให้การแข่งขันจักรยานในประเทศไทยได้รับความเชื่อถือมากขึ้น

นอกจากการจัดอบรมแล้ว สิ่งที่ควรให้ความสำคัญคือการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ระหว่างผู้ตัดสินรุ่นเก่ากับรุ่นใหม่ การใช้เทคโนโลยีช่วยตรวจสอบการแข่งขัน และการสร้างฐานข้อมูลผู้ตัดสินตามความเชี่ยวชาญของแต่ละคน แนวทางเหล่านี้จะช่วยให้การมอบหมายงานมีประสิทธิภาพ และเปิดโอกาสให้ผู้ตัดสินได้พัฒนาตัวเองอย่างต่อเนื่อง

สำหรับแฟนกีฬาจักรยาน ผลงานของชมรมอาจไม่ได้เห็นชัดเจนเหมือนชัยชนะของนักกีฬา แต่ผู้ตัดสินคือส่วนสำคัญที่ทำให้การแข่งขันดำเนินไปอย่างยุติธรรม การทำงานของ สาโรช ประธานชมรมผู้ตัดสินจักรยานไทย และคณะกรรมการชุดใหม่จึงน่าติดตามตลอดวาระ 4 ปี เชื่อว่าการพัฒนาบุคลากรอย่างจริงจังจะช่วยยกระดับวงการจักรยานไทยให้แข็งแรงและก้าวไกลในเวทีนานาชาติ

ที่มา – เสธ.หมึก เดินหน้ายกระดับผู้ตัดสินจักรยานไทย- สาโรช นั่งประธานชมรมคนใหม่ วาระ 4 ปี

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *