สะบ้าย้อย ปะทะเดือด! ปิดล้อมกลุ่มก่อความไม่สงบ
จากเหตุการณ์สะบ้าย้อย เจ้าหน้าที่ยิงปะทะเดือด ปิดล้อมกลุ่มก่อความไม่สงบ พบคราบเลือด แต่ยังไม่เจอตัว เค้นสอบเจ้าของสวนที่ให้ที่พักพิง พร้อมเชิญผู้นำมาเจรจาให้มอบตัว
เมื่อวันที่ 11 กันยายน 2568 พล.ต.ท.อาชยน ไกรทอง โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยถึงปฏิบัติการในช่วงเช้ามืดที่ผ่านมา ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้เปิดปฏิบัติการปิดล้อมกลุ่มก่อความไม่สงบชายแดนใต้ ในพื้นที่ป่าสวนยางเนินเขา บ้านห้วยเต่า ต.คูหา อ.สะบ้าย้อย จ.สงขลา พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. ให้ความสำคัญกับปฏิบัติการนี้เป็นอย่างมาก เนื่องจากกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบได้ก่อเหตุร้ายต่อเจ้าหน้าที่ ประชาชน พระสงฆ์ และสามเณร อย่างต่อเนื่อง สร้างความเสียหายทั้งชีวิตและทรัพย์สิน
พล.ต.ท.อาชยน กล่าวว่า ปฏิบัติการครั้งนี้เป็นการเข้าจัดการกับเป้าหมายที่มีหมายจับและถูกติดตามมาอย่างต่อเนื่อง ตำรวจภูธรภาค 9 ร่วมกับชุดปฏิบัติการพิเศษ ตำรวจภูธรจังหวัดสงขลา ได้ประสานงานกับเจ้าหน้าที่ทหารเข้าปฏิบัติการ โดยเข้าควบคุมตัวเจ้าของสวน และทำการสอบสวนจนยืนยันว่าให้ที่พักพิงแก่ผู้ก่อเหตุจริง
สถานการณ์ล่าสุดในพื้นที่ สะบ้าย้อย ยังคงตึงเครียด เจ้าหน้าที่ยังคงตรึงกำลังเพื่อติดตามกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบที่หลบหนี
พล.ต.ท.อาชยน กล่าวเพิ่มเติมว่า เจ้าหน้าที่ได้แบ่งกำลังติดตามและค้นหา จนกระทั่งพบว่ากลุ่มผู้กระทำผิดได้หลบหนี และมีการใช้อาวุธปืนยิงตอบโต้ ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ปลอดภัย สถานการณ์ขณะนี้อยู่ระหว่างการสำรวจและเคลียร์พื้นที่ เพื่อประเมินความเสียหายที่เกิดขึ้น
การปะทะกันครั้งแรกเกิดขึ้นในบริเวณเส้นทางที่คาดว่าคนร้ายใช้หลบหนี เจ้าหน้าที่ทหารและชุดปฏิบัติการได้เข้าเคลียร์พื้นที่ พบกระเป๋าเป้จำนวน 3 ใบ และคราบเลือด ซึ่งเชื่อว่าเป็นของคนร้าย ต่อมาได้เกิดการยิงปะทะกันเป็นครั้งที่สอง สถานการณ์ขณะนี้อยู่ระหว่างการปิดล้อมและการกระชับพื้นที่ เจ้าหน้าที่ได้เชิญผู้นำท้องถิ่นให้มาเจรจาเพื่อให้คนร้ายออกมามอบตัว หากมีความคืบหน้าเพิ่มเติมจะแจ้งให้ทราบต่อไป
สะบ้าย้อย จนท.ยิงปะทะเดือด ปิดล้อมกลุ่มก่อความไม่สงบ
ความคืบหน้าล่าสุดเหตุการณ์สะบ้าย้อย
เจ้าหน้าที่ยังคงเร่งติดตามกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบที่หลบหนี การปิดล้อมพื้นที่ยังคงดำเนินต่อไปอย่างเข้มงวด เพื่อความปลอดภัยของประชาชนในพื้นที่ใกล้เคียง
เหตุการณ์ดังกล่าวเป็นผลมาจากการที่กลุ่มผู้ก่อความไม่สงบได้ก่อเหตุร้ายอย่างต่อเนื่องในพื้นที่ชายแดนใต้ การบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจังเป็นสิ่งจำเป็นเพื่อรักษาความสงบเรียบร้อยและความปลอดภัยของประชาชน อย่างไรก็ตาม การแก้ไขปัญหาความไม่สงบในระยะยาว จำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชนในพื้นที่ เพื่อสร้างความเข้าใจและความไว้วางใจซึ่งกันและกัน
เหตุการณ์สะบ้าย้อย เป็นสิ่งที่สะท้อนให้เห็นถึงความท้าทายในการแก้ไขปัญหาความไม่สงบในพื้นที่ชายแดนใต้ การบังคับใช้กฎหมายเป็นเพียงส่วนหนึ่งของการแก้ไขปัญหา การสร้างความเข้าใจและความไว้วางใจระหว่างทุกภาคส่วนเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งเพื่อให้เกิดสันติสุขอย่างยั่งยืนในพื้นที่
ที่มา – สะบ้าย้อย จนท.ยิงปะทะเดือด ปิดล้อมกลุ่มก่อความไม่สงบ พบคราบเลือด ยังไม่เจอตัว