สหรัฐฯ ส่งเรือบรรทุกเครื่องบินลำใหญ่สุดสู่ตะวันออกกลาง

สหรัฐฯ ส่งเรือบรรทุกเครื่องบินลำใหญ่สุดสู่ตะวันออกกลาง เป็นข่าวใหญ่ที่สื่อหลายแห่งรายงานในวันนี้ (13 ก.พ.) ท่ามกลางสถานการณ์ตึงเครียดระหว่างสหรัฐอเมริกากับอิหร่านที่ยังคงรุนแรง กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ได้สั่งการให้เรือบรรทุกเครื่องบิน ยูเอสเอส เจอรัลด์ อาร์. ฟอร์ด (USS Gerald R. Ford) ซึ่งเป็นเรือลำใหญ่และทันสมัยที่สุด เดินทางไปยังภูมิภาคตะวันออกกลางทันที การเคลื่อนไหวครั้งนี้ถือเป็นครั้งที่สองในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา สะท้อนถึงนโยบายกดดันอิหร่านให้ยอมจำกัดโครงการนิวเคลียร์ของตน
สหรัฐฯ ส่งเรือบรรทุกเครื่องบินลำใหญ่สุดสู่ตะวันออกกลาง
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้เพิ่มน้ำหนักในการกดดันอิหร่านอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะเรื่องโครงการเสริมสมรรถนะยูเรเนียมที่อาจนำไปสู่การพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ เรือยูเอสเอส เจอรัลด์ อาร์. ฟอร์ด จะไปรวมพลกับเรือบรรทุกเครื่องบินยูเอสเอส อับราฮัม ลินคอล์น และเรือรบอีก 9 ลำที่กำลังปฏิบัติการอยู่ในพื้นที่ ตามรายงานจากสื่อชั้นนำอย่างนิวยอร์กไทมส์ วอลล์สตรีทเจอร์นัล และเอพี
USS Gerald R. Ford: เรือรบที่ทรงพลังที่สุดในโลก
เรือบรรทุกเครื่องบินลำนี้เป็นเรือชั้นฟอร์ด คลาสลำแรกของกองทัพเรือสหรัฐฯ มีขนาดมหึมา ยาว 337 เมตร กว้างกว่า 100 เมตร ระวางขับน้ำ 100,000 ตัน ใช้พลังงานนิวเคลียร์ สามารถบรรทุกเครื่องบินรบได้ถึง 75-90 ลำ รวมถึง F-35C และ F/A-18 Super Hornet นอกจากนี้ยังมีระบบป้องกันขีปนาวุธขั้นสูงและเทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์ที่เหนือชั้น ทำให้เป็นสัญลักษณ์ของอำนาจทางทะเลสหรัฐฯ
- ความสามารถหลัก: บรรทุกเครื่องบิน 90 ลำ, โดรน, เฮลิคอปเตอร์
- ระบบอาวุธ: ขีปนาวุธ RIM-162 ESSM, CIWS Phalanx
- ลูกเรือ: กว่า 4,500 นาย
- ความเร็ว: สูงสุด 30 นอต
บริบทความขัดแย้งสหรัฐ-อิหร่าน
ก่อนหน้านี้ สหรัฐฯ ได้โจมตีทางอากาศโรงงานนิวเคลียร์หลัก 3 แห่งของอิหร่านในช่วงกลางปี 2568 ซึ่งเป็นการตอบโต้แผนการนิวเคลียร์ที่ทรัมป์วิจารณ์มาตลอด แม้ทั้งสองฝ่ายจะมีการเจรจาที่โอมานเมื่อสัปดาห์ก่อน แต่ยังไม่มีข้อสรุปชัดเจน นอกจากนี้ เพียงไม่กี่วันก่อนหน้านี้ ทรัมป์เพิ่งพบปะนายกฯ อิสราเอล เบนจามิน เนทันยาฮู เพื่อหารือประเด็นอิหร่านโดยตรง
การส่งกำลังครั้งนี้ไม่เพียงเพิ่มขีดความสามารถทางทหารในอ่าวเปอร์เซีย แต่ยังส่งสัญญาณเตือนอิหร่านและกลุ่มพันธมิตรอย่างฮูติในเยเมน หรือเฮซบอลเลาะห์ในเลบานอน ภูมิภาคตะวันออกกลางซึ่งเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญสำหรับเส้นทางน้ำมันโลก อาจเผชิญความเสี่ยงสูงขึ้นหากสถานการณ์ลุกลาม
ผู้เชี่ยวชาญวิเคราะห์ว่า การเคลื่อนไหวของสหรัฐฯ ส่งเรือบรรทุกเครื่องบินลำใหญ่สุดสู่ตะวันออกกลาง นี้เป็นส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์ “กดดันสูงสุด” (maximum pressure) ที่ทรัมป์ใช้อีกครั้ง เพื่อบังคับให้อิหร่านกลับสู่โต๊ะเจรจา หากสำเร็จ อาจนำไปสู่ข้อตกลงนิวเคลียร์ใหม่ แต่หากล้มเหลว อาจจุดชนวนสงครามใหญ่
นอกจากนี้ ยังกระทบต่อราคาน้ำมันโลกที่ปรับตัวสูงขึ้นแล้ว เนื่องจากนักลงทุนกังวลเรื่องความมั่นคงในช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งอิหร่านเคยขู่ว่าจะปิด
ในมุมมองของผู้เขียน การส่งเรือยักษ์นี้แสดงถึงความเด็ดขาดของสหรัฐฯ ในการปกป้องผลประโยชน์ แต่ก็เสี่ยงยืดเยื้อความขัดแย้ง คุณคิดว่าสถานการณ์จะคลี่คลายอย่างไร? แสดงความเห็นในคอมเมนต์และกดแชร์เพื่อติดตามอัพเดทข่าวต่างประเทศล่าสุด!
ที่มา – สหรัฐฯ ส่งเรือบรรทุกเครื่องบินลำใหญ่สุดสู่ตะวันออกกลาง กดดันอิหร่านเพิ่ม