สส.กมลศักดิ์ ควง “ทวี-วันนอร์” ขึ้นศาลสืบพยานล่วงหน้าก่อนฟ้อง ล่าตัวผู้บงการ
เชื่อว่าหลายท่านคงติดตามข่าวคดีสะเทือนขวัญที่เกิดขึ้นกับ นายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ สส.นราธิวาส เขต 5 พรรคประชาชาติ ซึ่งถูกคนร้ายลอบยิงเมื่อวันที่ 20 มีนาคม 2569 ที่ผ่านมา ซึ่งล่าสุดได้มีความคืบหน้าสำคัญเกิดขึ้นเมื่อทาง สส.กมลศักดิ์ ควง “ทวี-วันนอร์” ขึ้นศาล สืบพยานล่วงหน้าก่อนฟ้อง คดีลอบยิง ล่าตัวผู้บงการผ่านข้อมูลโทรศัพท์ เพื่อหาความกระจ่างและนำตัวผู้บงการที่อยู่เบื้องหลังมาลงโทษให้ได้
สส.กมลศักดิ์ ควง “ทวี-วันนอร์” ขึ้นศาล สืบพยานล่วงหน้าก่อนฟ้อง คดีลอบยิง ล่าตัวผู้บงการผ่านข้อมูลโทรศัพท์
การเดินทางมายังศาลจังหวัดนราธิวาสในครั้งนี้ ถือเป็นก้าวย่างสำคัญของการรวบรวมพยานหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ โดยมี พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง หัวหน้าพรรคประชาชาติ และนายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร ร่วมให้กำลังใจและติดตามกระบวนการอย่างใกล้ชิด ซึ่งเป้าหมายหลักในการ สส.กมลศักดิ์ ควง “ทวี-วันนอร์” ขึ้นศาล สืบพยานล่วงหน้าก่อนฟ้อง คดีลอบยิง ล่าตัวผู้บงการผ่านข้อมูลโทรศัพท์ ครั้งนี้ คือการขออำนาจศาลเรียกข้อมูลการติดต่อสื่อสารย้อนหลังของผู้ต้องหาจากผู้ให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์มือถือ เพื่อแกะรอยความสัมพันธ์กับบุคคลอื่นที่อาจมีส่วนเกี่ยวข้องนอกเหนือจากกลุ่มมือปืนและผู้สนับสนุนที่ถูกจับกุมไปก่อนหน้านี้
เปิดขั้นตอนสำคัญในการควานหาตัวผู้บงการ
ศาลได้เมตตาออกหมายเรียกพยานเอกสารจากบริษัทผู้ให้บริการเครือข่าย ซึ่งครอบคลุมถึงข้อมูลกว่า 2 ล้านหมายเลข นี่คือหัวใจสำคัญในการ สส.กมลศักดิ์ ควง “ทวี-วันนอร์” ขึ้นศาล สืบพยานล่วงหน้าก่อนฟ้อง คดีลอบยิง ล่าตัวผู้บงการผ่านข้อมูลโทรศัพท์ เพราะข้อมูลเหล่านี้จะเผยให้เห็นเครือข่ายการวางแผนและบุคคลที่เกี่ยวข้องทั้งหมด โดยข้อมูลจากการสืบสวนที่น่าสนใจประกอบด้วย:
- รายละเอียดการติดต่อสื่อสารของผู้ต้องหาทั้ง 7 คน
- เส้นทางการเงินและการเชื่อมโยงกับผู้บงการรายอื่น
- พยานหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ที่นำมาหักล้างข้อแก้ต่างของผู้กระทำผิด
ในคดีนี้มีผู้ต้องหาในชั้นฝากขังรวม 7 คน ซึ่งแต่ละคนมีหน้าที่แตกต่างกันไป ตั้งแต่ทีมมือปืน ผู้ประสานงาน ไปจนถึงผู้จัดเตรียมแผนและอำพรางรถที่ใช้ก่อเหตุ ซึ่งทาง พ.ต.อ.ทวี ได้ตั้งข้อสังเกตเพิ่มเติมถึงอาวุธปืนของกลางที่เป็นประเด็นน่าสงสัยเกี่ยวกับการครอบครองของหน่วยงานหลัก ซึ่งเจ้าหน้าที่จะต้องเร่งดำเนินการสอบสวนในประเด็นนี้ให้ชัดเจนที่สุด
ทางด้านนายกมลศักดิ์ได้เปิดเผยว่า ขณะนี้มีความสบายใจมากขึ้นเมื่อกระบวนการทางกฎหมายดำเนินไปอย่างเป็นรูปธรรม โดยเมื่อได้รับเอกสารจากผู้ให้บริการแล้ว อัยการจะดำเนินการสั่งสอบพยานที่เกี่ยวข้องต่อไป เพื่อขยายผลไปให้ถึงที่สุด แม้จะต้องใช้เวลาในการวิเคราะห์ข้อมูลจำนวนมหาศาล แต่ความยุติธรรมต้องปรากฏชัดให้สังคมเห็น เพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้นกับใครอีกในอนาคต สำหรับผู้สนับสนุนหรือผู้บงการที่หลบซ่อนตัวอยู่ เชื่อมั่นว่าพยานหลักฐานทางดิจิทัลจะเป็นตัวช่วยสำคัญในการเปิดโปงความจริงทั้งหมด
ท้ายที่สุดนี้ เราคงทำได้เพียงร่วมเป็นกำลังใจให้กับทีมงานและผู้เสียหายในการทวงถามความยุติธรรม เพราะการทำงานอย่างตรงไปตรงมาและใช้หลักฐานทางวิทยาศาสตร์เป็นที่ตั้ง คือบทพิสูจน์ที่ดีที่สุดว่ากฎหมายจะคุ้มครองผู้บริสุทธิ์ได้อย่างแท้จริงครับ