ศาลแพ่งสั่งยึดทรัพย์ บิ๊กโจ๊ก-เมีย 476,318 บาท
สวัสดีครับเพื่อนๆ วันนี้เราจะมาพูดถึงข่าวใหญ่ที่กำลังเป็นกระแสในแวดวงกฎหมายและสังคมไทยกัน นั่นคือ ศาลแพ่งสั่งยึดทรัพย์ บิ๊กโจ๊ก-เมีย 476,318 บาท ให้ตกเป็นของแผ่นดิน คำพิพากษานี้เพิ่งถูกเปิดเผยเมื่อไม่นานมานี้ และมันสะท้อนถึงความเด็ดขาดของศาลในการปราบปรามการฟอกเงินที่เกี่ยวข้องกับเจ้าหน้าที่รัฐ ถ้าคุณกำลังตามข่าวนี้อยู่ ลองมาดูรายละเอียดกันแบบละเอียดยิบเลยครับ
ศาลแพ่งสั่งยึดทรัพย์ บิ๊กโจ๊ก-เมีย 476,318 บาท
เรื่องราวเริ่มต้นจากคดีที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีพิเศษ 2 เป็นผู้ร้อง ขอให้ศาลแพ่งสั่งยึดทรัพย์สินเงินจำนวน 476,318 บาท ของนางศิรินัดดา หักพาล (ผู้คัดค้านที่ 1 หรือเมียของบิ๊กโจ๊ก) และพล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล อดีตรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผู้คัดค้านที่ 2 หรือบิ๊กโจ๊ก) ให้ตกเป็นของรัฐ ศาลแพ่งได้อ่านคำพิพากษาเมื่อวันที่ 29 มกราคม 2569 โดยพิจารณาตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. 2542
ประเด็นปัญหาที่ศาลต้องวินิจฉัย
ศาลได้วินิจฉัยประเด็นสำคัญ 4 ประการ เพื่อให้คำพิพากษาออกมาอย่างรอบคอบ ดังนี้
- ผู้ร้องมีอำนาจยื่นคำร้องหรือไม่? ศาลเห็นว่าคดีนี้ใช้ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งโดยอนุโลม ไม่ใช่คดีแพ่งเกี่ยวเนื่องอาญาตาม ป.วิ.อ. มาตรา 46 แม้ผู้คัดค้านจะโต้แย้งว่าการสอบสวนของ สน.ทุ่งมหาเมฆ ในคดีอาญา 468/2566 ไม่ชอบด้วยกฎหมาย แต่คณะกรรมการธุรกรรมได้ส่งเรื่องถูกต้อง อัยการจึงมีอำนาจ
- มีมูลความผิดฐานฟอกเงินหรือไม่? หลักฐานจากนายสมเพียร ยันทะรักษ์ จาก ปปง. เบิกความว่าพบเส้นทางการเงินของ พ.ต.ท.คริษฐ์ ปริยะเกตุ ซึ่งเป็นผู้ต้องหาในคดีพนันออนไลน์ (คดี 391/2566 สน.เตาปูน และ 468/2566 สน.ทุ่งมหาเมฆ) ใช้บัญชีม้าชำระเบี้ยประกันชีวิตให้ผู้คัดค้านทั้งสอง เงินเวนคืนกรมธรรม์จาก AIA จึงเป็นทรัพย์ที่เกี่ยวข้องกับผิดมูลฐานมาตรา 3(9) การพนันออนไลน์และฟอกเงินมาตรา 5
- ผู้คัดค้านเกี่ยวข้องกับผู้กระทำผิดมูลฐานหรือไม่? พ.ต.ท.คริษฐ์ เป็นผู้ใต้บังคับบัญชาและผู้ช่วยส่วนตัวของบิ๊กโจ๊ก ได้รับมอบหมายชำระค่าใช้จ่ายส่วนตัวรวมเบี้ยประกัน พฤติการณ์แสดงความสัมพันธ์ใกล้ชิดเกินกว่าผู้ใต้บังคับบัญชาทั่วไป พ.ต.ท.คริษฐ์ ใช้บัญชีตัวแทนหมุนเงินล้าน ส่อไม่สุจริต รู้หรือควรรู้เรื่องอาชญากรรมเทคโนโลยี
- ทรัพย์สิน 3 รายการเป็นทรัพย์เกี่ยวกับความผิดหรือไม่? ผู้คัดค้านไม่สามารถพิสูจน์ได้ว่าเงินเวนคืนแยกส่วนไหนสุจริต ส่วนไหนปนเปื้อนจากผิดมูลฐาน ข้อสันนิษฐานกฎหมายจึงตกกับผู้คัดค้าน สั่งริบเงินในบัญชี 3 รายการพร้อมดอกผลตามมาตรา 49 และ 51
ศาลชี้แจงชัดเจนว่าการใช้บัญชีผู้อื่นโดยเจ้าหน้าที่รัฐส่อเจตนาปกปิดทรัพย์ไม่สุจริต โดยเฉพาะในช่วงที่มีธุรกรรมพนันออนไลน์จำนวนมาก พ.ต.ท.คริษฐ์ ถูกกล่าวหาเปิดบัญชีให้ใช้ในอาชญากรรมเทคโนโลยีด้วย
ความเห็นและบทเรียนจากคดีนี้
คดี ศาลแพ่งสั่งยึดทรัพย์ บิ๊กโจ๊ก-เมีย 476,318 บาท นี้ แสดงให้เห็นถึงประสิทธิภาพของ ปปง. และศาลในการตรวจสอบเส้นทางการเงิน แม้ผู้ถูกกล่าวหาจะเป็นบุคคลระดับสูง แต่กฎหมายก็เท่าเทียมกัน บิ๊กโจ๊กซึ่งเคยมีบทบาทปราบปรามมาเฟีย กลับถูกตรวจสอบในลักษณะนี้ มันเตือนใจเจ้าหน้าที่ทุกคนให้ระวังพฤติกรรมใกล้ชิดผู้ต้องสงสัย
สำหรับประชาชน คดีนี้เป็นตัวอย่างว่าการฟอกเงินผ่านประกันชีวิตหรือบัญชีม้าง่ายต่อการตรวจจับ หากมีเส้นทางไม่สุจริต ระบบธุรกรรมจะจับได้หมด
คุณคิดอย่างไรกับคำพิพากษานี้? มันยุติธรรมหรือไม่? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และอย่าลืมแชร์บทความนี้เพื่อให้เพื่อนๆ ได้อ่านด้วยนะครับ ติดตามข่าวกฎหมายและสังคมอัปเดตทุกวันที่นี่!
ที่มา – เปิดคำพิพากษา ศาลแพ่งสั่งยึดทรัพย์ บิ๊กโจ๊ก-เมีย 476,318 บาท ให้ตกเป็นของแผ่นดิน