ศาลอุทธรณ์ พิพากษาแก้ คดีไอโอ ของ 2 นักปกป้องสิทธิ
เรียกได้ว่าเป็นก้าวสำคัญของกระบวนการยุติธรรมไทยเลยครับ สำหรับข่าวล่าสุดที่หลายคนให้ความสนใจ เมื่อศาลอุทธรณ์ พิพากษาแก้ คดีไอโอ ของ 2 นักปกป้องสิทธิ ซึ่งถือเป็นกรณีศึกษาที่น่าสนใจมากว่าด้วยเรื่องเสรีภาพและการใช้สื่อออนไลน์ของหน่วยงานรัฐ
สรุปประเด็น ศาลอุทธรณ์ พิพากษาแก้ คดีไอโอ ของ 2 นักปกป้องสิทธิ
เหตุการณ์ครั้งนี้สืบเนื่องมาจากกรณีที่ตัวแทนนักปกป้องสิทธิมนุษยชนสองท่าน ได้แก่ คุณอังคณา นีละไพจิตร และคุณอัญชนา หีมมิหน๊ะ ได้ยื่นฟ้องร้องเกี่ยวกับการปฏิบัติการทางข้อมูลข่าวสาร หรือที่เรียกกันติดปากว่า IO โดยศาลแพ่งมีคำพิพากษาอุทธรณ์ออกมาเมื่อวันที่ 11 มิ.ย. 2569 โดยสั่งให้สำนักนายกรัฐมนตรี ผู้กำกับดูแล กอ.รมน. ต้องดำเนินการลบข้อความและภาพถ่ายออกจากเว็บไซต์ที่เกี่ยวข้องภายในเจ็ดวัน รวมถึงต้องชดใช้ค่าเสียหายให้แก่โจทก์ทั้งสองด้วย
รายละเอียดการชดใช้ค่าเสียหายและคำสั่งศาล
คำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ พิพากษาแก้ คดีไอโอ ของ 2 นักปกป้องสิทธิ ในครั้งนี้ ได้กำหนดให้มีการชดใช้ค่าเสียหายเพื่อเยียวยาผลกระทบที่เกิดขึ้น ดังนี้:
- จ่ายค่าเสียหายแก่คุณอังคณา นีละไพจิตร โจทก์ที่หนึ่ง เป็นเงินจำนวน 120,000 บาท
- จ่ายค่าเสียหายแก่คุณอัญชนา หีมมิหน๊ะ โจทก์ที่สอง เป็นเงินจำนวน 90,000 บาท
นอกเหนือจากการชดใช้ค่าเสียหายแล้ว ศาลยังกำชับให้มีการนำเนื้อหาที่สร้างความเสียหายออกจากระบบเว็บไซต์ pulony.blogspot.com โดยเร็ว เพื่อเป็นการยุติการละเมิดสิทธิส่วนบุคคลที่เกิดขึ้นจากการปฏิบัติการดังกล่าว
หากเรามองในมุมของนักเคลื่อนไหวหรือประชาชนทั่วไป ข่าวนี้ถือเป็นการส่งสัญญาณที่ดีว่า แม้จะเป็นการทำงานของหน่วยงานที่มีอำนาจรัฐ แต่เมื่อมีการใช้อำนาจที่ส่งผลกระทบต่อสิทธิและชื่อเสียงของพลเมือง กระบวนการศาลยังคงเป็นที่พึ่งพาในการคืนความเป็นธรรมและกำหนดขอบเขตของการใช้อำนาจได้เสมอครับ
ในอนาคตเราคงต้องติดตามกันต่อว่า มาตรการของ กอ.รมน. ต่อจากนี้จะเป็นอย่างไร และคำตัดสินนี้จะกลายเป็นบรรทัดฐานให้แก่กรณีอื่นๆ ที่ถูกกล่าวหาว่าเกี่ยวข้องกับการใช้ IO ในการโจมตีบุคคลสาธารณะหรือนักกิจกรรมอย่างไรบ้าง เชื่อว่าเรื่องนี้ไม่ได้จบลงแค่การจ่ายค่าเสียหาย แต่คือการตั้งคำถามถึงจริยธรรมในการสื่อสารบนโลกออนไลน์ของหน่วยงานภาครัฐที่ต้องมีความโปร่งใสมากกว่าที่เคย