ศาลสูงสหรัฐฯ ไต่สวนภาษีทรัมป์ พ.ย.นี้
ศาลฎีกาสหรัฐฯ เตรียมเปิดการไต่สวนคดีสำคัญเกี่ยวกับมาตรการภาษีทรัมป์ ในต้นเดือนพฤศจิกายนนี้ ซึ่งเป็นประเด็นที่ได้รับความสนใจอย่างกว้างขวางทั่วโลก คาดการณ์กันว่าการพิจารณาคดีนี้จะสิ้นสุดภายในสิ้นปี และจะมีผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลกอย่างมีนัยสำคัญ

คดีนี้เกี่ยวข้องกับความชอบธรรมของมาตรการจัดเก็บภาษีศุลกากรแบบตอบโต้ ที่อดีตประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ใช้กับสินค้านำเข้าจากเกือบทุกประเทศทั่วโลก ซึ่งสร้างความขัดแย้งทางการค้าระหว่างประเทศอย่างกว้างขวาง
ศาลสูงสหรัฐฯ เล็งเปิดไต่สวนภาษีทรัมป์ต้นเดือนพ.ย. คาดชี้ขาดภายในสิ้นปีนี้
ศาลสูงสุดได้รับคำอุทธรณ์จากฝ่ายบริหารของทรัมป์ และพิจารณาเรื่องนี้อย่างเร่งด่วน กำหนดการพิจารณาที่รวดเร็วนี้บ่งชี้ว่าศาลต้องการตัดสินคดีนี้ให้เสร็จสิ้นภายในปีนี้ มาตรการภาษีทรัมป์จะยังคงมีผลบังคับใช้จนกว่าศาลจะมีคำตัดสินสุดท้าย
ก่อนหน้านี้ ศาลอุทธรณ์ได้ตัดสินว่าการที่ฝ่ายบริหารของทรัมป์ใช้มาตรการภาษีรายประเทศนั้นไม่ชอบด้วยกฎหมาย โดยมองว่าเป็นการใช้อำนาจเกินขอบเขตของประธานาธิบดี
ทรัมป์ใช้อำนาจตามกฎหมาย International Emergency Economic Powers Act (IEEPA) ในการบังคับใช้มาตรการนี้ ซึ่งไม่เคยมีประธานาธิบดีสหรัฐฯ คนใดใช้กฎหมายนี้เพื่อเก็บภาษีสินค้านำเข้ามาก่อน
แน่นอนว่าทรัมป์ไม่พอใจกับคำตัดสินของศาลอุทธรณ์ โดยกล่าวหาว่าศาลไม่เป็นกลางและมีอคติทางการเมือง เขาย้ำว่าหากฝ่ายบริหารแพ้คดีนี้ จะส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อเศรษฐกิจสหรัฐฯ
ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากคดีภาษีทรัมป์
คำตัดสินของศาลสูงสุด ซึ่งมีผู้พิพากษาสายอนุรักษ์นิยมครองเสียงข้างมากนั้น อาจสร้างความไม่แน่นอนเพิ่มเติมให้กับเศรษฐกิจโลก หากศาลตัดสินว่ามาตรการภาษีทรัมป์ไม่ชอบด้วยกฎหมาย อาจนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงนโยบายการค้าของสหรัฐฯ และการเจรจาทางการค้าระหว่างประเทศครั้งใหม่
- การเปลี่ยนแปลงห่วงโซ่อุปทานทั่วโลก
- การปรับตัวของบริษัทต่างๆ เพื่อรับมือกับภาษีใหม่
- ความผันผวนในตลาดการเงิน
อย่างไรก็ตาม คดีนี้ไม่เกี่ยวข้องกับมาตรการภาษีเฉพาะกลุ่มอุตสาหกรรม เช่น ภาษีนำเข้ารถยนต์และเหล็ก ซึ่งใช้เหตุผลด้านความมั่นคงภายใต้กฎหมายอีกฉบับหนึ่ง
การพิจารณาคดีภาษีทรัมป์ของศาลสูงสหรัฐฯ จึงเป็นเรื่องที่ต้องจับตามองอย่างใกล้ชิด เพราะผลลัพธ์ของคดีนี้จะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจและการค้าระหว่างประเทศในวงกว้าง
ที่มา – ศาลสูงสหรัฐฯ เล็งเปิดไต่สวนภาษีทรัมป์ต้นเดือนพ.ย. คาดชี้ขาดภายในสิ้นปีนี้