ศาลบังกลาเทศตัดสินประหารชีวิตอดีตนายกฯ คดีปราบปรามนักศึกษา
ศาลบังกลาเทศตัดสินประหารชีวิตอดีตนายกฯ ในคดีปราบปรามนักศึกษา! ศาลคดีอาชญากรรมสงครามของบังกลาเทศได้มีคำพิพากษาลงโทษประหารชีวิตอดีตนายกรัฐมนตรี ชีค ฮาสินา ภายหลังการไต่สวนคดีที่ดำเนินมาเป็นเวลาหลายเดือนสิ้นสุดลง โดยคณะตุลาการวินิจฉัยว่า ฮาสินามีความผิดจริงตามข้อกล่าวหา กรณีสั่งการให้ใช้กำลังเข้าปราบปรามกลุ่มผู้ประท้วงซึ่งนำโดยนักศึกษาจนเป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตจำนวนมากเมื่อปีที่แล้ว
คำพิพากษาครั้งนี้นับเป็นบทลงโทษทางกฎหมายต่ออดีตผู้นำประเทศที่แรงที่สุดในรอบหลายทศวรรษของบังกลาเทศ และเกิดขึ้นเพียงไม่กี่เดือนก่อนการเลือกตั้งสมาชิกรัฐสภา ซึ่งคาดว่าจะมีขึ้นต้นเดือนก.พ. ที่จะถึงนี้ โดยพรรคสันนิบาตอวามีของฮาสินาถูกตัดสิทธิ์ไม่ให้ลงสมัครรับเลือกตั้ง และเป็นที่วิตกว่าคำตัดสินดังกล่าวอาจเป็นชนวนเหตุให้เกิดความไม่สงบระลอกใหม่ก่อนวันเลือกตั้ง
ศาลอาญาระหว่างประเทศ (International Crimes Tribunal) ของบังกลาเทศ ซึ่งเป็นศาลพิเศษที่จัดตั้งขึ้นในกรุงธากาเพื่อพิจารณาคดีอาชญากรรมสงครามโดยเฉพาะ ได้อ่านคำพิพากษาท่ามกลางมาตรการรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวด และเป็นการพิพากษาลับหลังจำเลย เนื่องจากฮาสินาได้ลี้ภัยไปยังประเทศอินเดียตั้งแต่เดือนส.ค. 2567
ฮาสินาถูกพิพากษาจำคุกตลอดชีวิตในข้อหาอาชญากรรมต่อมวลมนุษยชาติ และโทษประหารชีวิตในข้อหาฆาตกรรมบุคคลจำนวนมากระหว่างเหตุการณ์ลุกฮือดังกล่าว รายงานข่าวระบุว่ามีเสียงโห่ร้องแสดงความยินดีและเสียงปรบมือดังกึกก้องขึ้นภายในห้องพิจารณาคดี หลังการประกาศคำตัดสินโทษประหารชีวิต
อย่างไรก็ดี คำพิพากษานี้ยังสามารถยื่นอุทธรณ์ต่อศาลฎีกาได้ แม้ซาจีบ วาเซด บุตรชายและที่ปรึกษาของฮาสินา เผยกับรอยเตอร์ก่อนวันพิพากษาว่า ทางครอบครัวจะยังไม่ดำเนินการอุทธรณ์ใด ๆ จนกว่าบังกลาเทศจะมีรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งตามครรลองประชาธิปไตย และพรรคสันนิบาตอวามีได้กลับเข้าร่วมในกระบวนการทางการเมืองอีกครั้ง
ทั้งนี้ ฮาสินา วัย 78 ปี ซึ่งพำนักอยู่ในอินเดียนับตั้งแต่ถูกโค่นล้มอำนาจเมื่อเดือนส.ค. 2567 ปฏิเสธความชอบธรรมของกระบวนการพิจารณาคดีมาโดยตลอด โดยยืนกรานว่าผลการตัดสินว่าตนมีความผิดนั้น เป็นผลลัพธ์ที่ถูกกำหนดไว้ล่วงหน้าแล้ว
รายงานขององค์การสหประชาชาติระบุว่า อาจมีผู้เสียชีวิตสูงถึง 1,400 คน และบาดเจ็บอีกนับพันรายจากการประท้วงระหว่างวันที่ 15 ก.ค. – 5 ส.ค. 2567 ซึ่งผู้เคราะห์ร้ายส่วนใหญ่เสียชีวิตจากกระสุนปืนของฝ่ายความมั่นคง เหตุการณ์ครั้งนั้นจึงนับเป็นโศกนาฏกรรมรุนแรงที่สุดของบังกลาเทศนับตั้งแต่สงครามประกาศเอกราชเมื่อปี 2514
ศาลบังกลาเทศตัดสินประหารชีวิตอดีตนายกฯ คดีปราบปรามนักศึกษา
สถานการณ์ทางการเมืองในบังกลาเทศกำลังตึงเครียดเป็นอย่างมากหลังศาลบังกลาเทศตัดสินประหารชีวิตอดีตนายกฯ ทำให้เกิดความกังวลว่าจะเกิดความไม่สงบก่อนการเลือกตั้งที่จะมาถึง การถูกตัดสิทธิ์ทางการเมืองของพรรคสันนิบาตอวามียิ่งทำให้สถานการณ์ซับซ้อนมากยิ่งขึ้น
ผลกระทบจากคำตัดสิน ศาลบังกลาเทศตัดสินประหารชีวิตอดีตนายกฯ ต่อการเมืองบังกลาเทศ
คำตัดสินของศาลบังกลาเทศครั้งนี้อาจส่งผลกระทบอย่างมากต่อเสถียรภาพทางการเมืองของประเทศ ความขัดแย้งและความรุนแรงอาจปะทุขึ้นได้ง่าย การที่อดีตนายกฯ ฮาสินาลี้ภัยอยู่ในต่างประเทศยิ่งทำให้การแก้ไขปัญหายากขึ้นไปอีก การที่ครอบครัวของฮาสินายังไม่ตัดสินใจยื่นอุทธรณ์จนกว่าจะมีรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งตามระบอบประชาธิปไตย แสดงให้เห็นถึงความไม่ไว้วางใจในกระบวนการยุติธรรมในปัจจุบัน
เหตุการณ์ปราบปรามนักศึกษาเมื่อปีที่แล้วถือเป็นโศกนาฏกรรมครั้งใหญ่ การที่มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนมากสะท้อนให้เห็นถึงปัญหาการละเมิดสิทธิมนุษยชนและความรุนแรงทางการเมืองในบังกลาเทศ การที่องค์การสหประชาชาติออกมาเปิดเผยตัวเลขผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บยิ่งตอกย้ำถึงความรุนแรงของเหตุการณ์ครั้งนั้น
การตัดสินประหารชีวิตอดีตนายกฯ ในครั้งนี้เป็นประเด็นที่ละเอียดอ่อนและอาจส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับประเทศอินเดีย ซึ่งเป็นที่ลี้ภัยของฮาสินา การที่ฮาสินาปฏิเสธความชอบธรรมของกระบวนการพิจารณาคดีและยืนกรานว่าผลการตัดสินถูกกำหนดไว้ล่วงหน้าแล้ว ยิ่งทำให้สถานการณ์มีความซับซ้อนมากยิ่งขึ้น
เราคงต้องจับตาดูกันต่อไปว่าสถานการณ์ทางการเมืองในบังกลาเทศจะเป็นอย่างไรต่อไป และคำตัดสินของศาลจะมีผลกระทบอย่างไรต่อการเลือกตั้งที่จะมาถึง หากคุณสนใจสถานการณ์การเมืองระหว่างประเทศ อย่าลืมติดตามข่าวสารจากเราอย่างใกล้ชิด
ที่มา – ศาลบังกลาเทศตัดสินประหารชีวิตอดีตนายกฯ คดีปราบปรามนักศึกษา