วิกฤตชัตดาวน์ใกล้ยุติ สมาชิกเดโมแครตหนุน

การปิดหน่วยงานของรัฐบาลกลางสหรัฐฯ หรือที่เรียกกันว่า วิกฤตชัตดาวน์มีแววใกล้ยุติ ลงแล้ว หลังจากมีข่าวว่ากลุ่มวุฒิสมาชิกสายกลางของพรรคเดโมแครตตกลงที่จะสนับสนุนร่างกฎหมายงบประมาณชั่วคราว เพื่อให้หน่วยงานของรัฐบาลกลับมาเปิดทำการอีกครั้ง และจัดหาเงินทุนให้กับบางกระทรวงและหน่วยงานต่างๆ สำหรับปีหน้า

ภายใต้ข้อตกลงนี้ สภาคองเกรสจะผ่านร่างกฎหมายจัดสรรงบประมาณระยะเวลา 1 ปีเต็มให้กับกระทรวงเกษตร กระทรวงกิจการทหารผ่านศึก และสภาคองเกรส ในขณะเดียวกันก็จะจัดสรรงบประมาณให้กับหน่วยงานอื่นๆ จนถึงวันที่ 30 มกราคม 2569 โดยร่างกฎหมายนี้จะให้เงินเดือนแก่พนักงานของรัฐบาลกลางที่ถูกสั่งให้หยุดงานโดยไม่ได้รับค่าจ้าง และจะดำเนินการจ่ายเงินของรัฐบาลกลางให้กับรัฐและหน่วยงานท้องถิ่นที่ถูกระงับไปก่อนหน้านี้

รายงานระบุว่า สภาคองเกรสจะทำการลงคะแนนเพื่อหยั่งเสียงในช่วงเย็นวันอาทิตย์ตามเวลาสหรัฐฯ (9 พ.ย.) โดยหากการลงคะแนนประสบความสำเร็จ ขั้นตอนต่อไปคือวุฒิสภาจะต้องได้รับความเห็นชอบจากสมาชิกทั้งหมดเพื่อยุติวิกฤตชัตดาวน์มีแววใกล้ยุติ โดยเร็ว จากนั้นสภาผู้แทนราษฎรจะต้องผ่านร่างกฎหมายเพื่อให้หน่วยงานของรัฐบาลเปิดทำการอีกครั้ง

ข่าวความคืบหน้าดังกล่าวเป็นปัจจัยหนุนดัชนีดาวโจนส์ฟิวเจอร์ดีดตัวขึ้นกว่า 100 จุดในช่วงเช้าวันนี้ (10 พ.ย.) หลังจากที่ก่อนหน้านี้การชัตดาวน์หน่วยงานรัฐบาลสหรัฐฯ ได้ส่งผลกระทบต่อภาวะการซื้อขายในตลาดหุ้น และบั่นทอนความเชื่อมั่นของนักลงทุน โดยผลสำรวจของมหาวิทยาลัยมิชิแกนระบุว่า ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคสหรัฐฯ ร่วงลงสู่ระดับ 50.3 ในเดือนพ.ย. ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2565 และต่ำกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ระดับ 53.0 จากระดับ 53.6 ในเดือนต.ค. เนื่องจากผู้บริโภคมีความกังวลเกี่ยวกับการปิดหน่วยงานของรัฐบาล

วิกฤตชัตดาวน์มีแววใกล้ยุติ

สถานการณ์วิกฤตชัตดาวน์มีแววใกล้ยุติ นี้ถือเป็นข่าวดีสำหรับเศรษฐกิจสหรัฐฯ และตลาดหุ้นทั่วโลก หลังจากที่ต้องเผชิญกับความผันผวนและความไม่แน่นอนมาอย่างต่อเนื่อง การที่หน่วยงานรัฐบาลสามารถกลับมาเปิดทำการได้อีกครั้ง จะช่วยฟื้นฟูความเชื่อมั่นของนักลงทุนและกระตุ้นการใช้จ่ายของผู้บริโภค

ผลกระทบต่อเศรษฐกิจและตลาดหุ้น

การที่วิกฤตชัตดาวน์มีแววใกล้ยุติ จะส่งผลให้การเบิกจ่ายงบประมาณต่างๆ กลับมาดำเนินการได้ตามปกติ ซึ่งจะส่งผลดีต่อภาคธุรกิจต่างๆ ที่พึ่งพางบประมาณจากภาครัฐ นอกจากนี้ การที่พนักงานของรัฐบาลกลับมาทำงานได้ตามปกติ จะช่วยเพิ่มกำลังซื้อในระบบเศรษฐกิจ และส่งผลให้การบริโภคภาคเอกชนขยายตัว

ในส่วนของตลาดหุ้น การยุติการชัตดาวน์จะช่วยลดความกังวลของนักลงทุน และส่งผลให้ตลาดหุ้นปรับตัวขึ้น อย่างไรก็ตาม นักลงทุนยังคงต้องติดตามสถานการณ์เศรษฐกิจและนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) อย่างใกล้ชิด เนื่องจากปัจจัยเหล่านี้ยังมีผลต่อทิศทางของตลาดหุ้นในระยะยาว

นอกจากนี้ การแก้ไขปัญหาวิกฤตชัตดาวน์ได้สำเร็จ ยังแสดงให้เห็นถึงความสามารถของนักการเมืองสหรัฐฯ ในการประนีประนอมและหาทางออกร่วมกัน ซึ่งถือเป็นสัญญาณที่ดีสำหรับการเมืองอเมริกันในระยะยาว

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ต้องจับตาดูต่อไปคือรายละเอียดของข้อตกลงงบประมาณชั่วคราว และความสามารถของสภาคองเกรสในการผ่านร่างกฎหมายงบประมาณระยะยาว เพื่อหลีกเลี่ยงการเกิดวิกฤตชัตดาวน์ซ้ำในอนาคต

การลงทุนในตลาดหุ้นยังคงมีความเสี่ยง นักลงทุนควรศึกษาข้อมูลและประเมินความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุนเสมอ

ที่มา – วิกฤตชัตดาวน์มีแววใกล้ยุติ หลังสมาชิกเดโมแครตสายกลางเห็นชอบแผนงบประมาณชั่วคราว

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *