วิกฤตการเมืองฝรั่งเศส: ฟรองซัวส์ บายรู จ่อโดนไม่ไว้วางใจ
วิกฤตการเมืองในฝรั่งเศสกำลังร้อนระอุ สื่อต่างประเทศรายงานว่ารัฐสภาฝรั่งเศสคาดการณ์ว่าจะลงมติถอดถอนนายกรัฐมนตรีฟรองซัวส์ บายรู ออกจากตำแหน่งในวันจันทร์นี้ หลังจากดำรงตำแหน่งได้เพียง 9 เดือน ซึ่งจะผลักดันให้ฝรั่งเศสชาติสมาชิกคนสำคัญของสหภาพยุโรปเข้าสู่ภาวะสุญญากาศทางการเมืองครั้งใหม่ และสร้างความหนักใจอย่างยิ่งให้แก่ประธานาธิบดีเอ็มมานูเอล มาครง

วิกฤตการเมืองฝรั่งเศสร้อนระอุ หลังนายกฯ “ฟรองซัวส์ บายรู” จ่อเผชิญมติไม่ไว้วางใจ
การเคลื่อนไหวครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากที่นายกฯ บายรูตัดสินใจเสนอญัตติขอความไว้วางใจในรัฐบาลของตนเอง ซึ่งทำเอาแม้แต่พันธมิตรของเขาเองก็ไม่ทันตั้งตัว โดยมีเป้าหมายเพื่อยุติภาวะชะงักงันที่ยืดเยื้อมานานหลายเดือนเกี่ยวกับแผนงบประมาณรัดเข็มขัด ที่ตั้งเป้าจะลดรายจ่ายเกือบ 4.4 หมื่นล้านยูโร (5.2 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ) เพื่อลดภาระหนี้สินของประเทศ
พรรคฝ่ายค้านทุกพรรคต่างแสดงจุดยืนชัดเจนว่าจะลงมติคัดค้านรัฐบาลเสียงข้างน้อยของนายกฯ บายรู ทำให้แทบจะเป็นไปไม่ได้เลยที่เขาจะรวบรวมเสียงสนับสนุนได้เพียงพอ เนื่องจากต้องการเสียงข้างมากจากสมาชิกรัฐสภาทั้งหมด 577 คน สถานการณ์ทางการเมืองที่สั่นคลอนนี้ทำให้หลายฝ่ายกังวลถึงเสถียรภาพของรัฐบาล และอนาคตของฝรั่งเศสภายใต้การนำของประธานาธิบดีมาครง
ตลอดการให้สัมภาษณ์ทางโทรทัศน์ในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา นายกฯ บายรูไม่ได้แสดงท่าทีว่าเขาคาดหวังจะรอดพ้นจากมติครั้งนี้ไปได้ ตรงกันข้าม เขากลับตั้งคำถามว่า “ประเทศของเราเข้าใจถึงความร้ายแรงของสถานการณ์ที่กำลังเผชิญอยู่แล้วหรือยัง” คำถามนี้สะท้อนถึงความกังวลของเขาต่ออนาคตของประเทศ และความจำเป็นในการตัดสินใจที่ยากลำบาก
หากการลงมติเป็นไปตามคาด บายรูจะกลายเป็นนายกรัฐมนตรีฝรั่งเศสคนที่สองติดต่อกันที่ต้องพ้นจากตำแหน่งด้วยมติไม่ไว้วางใจ ต่อจากมิเชล บาร์เนียร์ ที่ถูกถอดถอนไปเมื่อเดือนธ.ค. ปีก่อนหลังอยู่ในตำแหน่งได้เพียง 3 เดือน โดยบายรูถือเป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 6 ภายใต้การบริหารของปธน.มาครงนับตั้งแต่ปี 2560 การเปลี่ยนแปลงผู้นำอย่างต่อเนื่องนี้แสดงให้เห็นถึงความท้าทายที่ฝรั่งเศสกำลังเผชิญอยู่
ผลกระทบจากวิกฤตการเมืองฝรั่งเศส
วิกฤตการเมืองฝรั่งเศสครั้งนี้ไม่เพียงแต่ส่งผลกระทบต่อการเมืองภายในประเทศเท่านั้น แต่ยังอาจส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ และนโยบายของสหภาพยุโรปอีกด้วย หากฝรั่งเศสไม่มีรัฐบาลที่มั่นคง ก็อาจส่งผลต่อการตัดสินใจในประเด็นสำคัญต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับเศรษฐกิจ สังคม และความมั่นคง
นอกจากนี้ ความไม่แน่นอนทางการเมืองยังอาจส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุน และอาจนำไปสู่ความผันผวนในตลาดการเงินได้เช่นกัน ดังนั้น การแก้ไขวิกฤตการเมืองครั้งนี้จึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งสำหรับอนาคตของฝรั่งเศส
สถานการณ์วิกฤตการเมืองฝรั่งเศสที่กำลังเกิดขึ้นนี้ เป็นสิ่งที่ต้องจับตามองอย่างใกล้ชิด เพราะอาจนำมาซึ่งการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญในยุโรป และโลก
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (08 ก.ย. 68)
วิกฤตการเมืองที่ฝรั่งเศสแสดงให้เห็นถึงความเปราะบางของรัฐบาลผสม และความท้าทายในการบริหารประเทศท่ามกลางความขัดแย้งทางความคิดเห็น การจับตาดูสถานการณ์นี้อย่างใกล้ชิดจะช่วยให้เราเข้าใจพลวัตทางการเมือง และผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต
ที่มา – วิกฤตการเมืองฝรั่งเศสร้อนระอุ หลังนายกฯ “ฟรองซัวส์ บายรู” จ่อเผชิญมติไม่ไว้วางใจ