วัดพระบาทน้ำพุ แจง หลวงพ่ออลงกต สับสน?

จากกรณีที่มีข้อสงสัยเกี่ยวกับชื่อและเลขบัตรประชาชนของหลวงพ่ออลงกต อดีตเจ้าอาวาสวัดพระบาทน้ำพุ ที่ไปตรงกับข้อมูลของผู้เสียชีวิต ทางวัดพระบาทน้ำพุได้ออกมาแถลงการณ์เพื่อชี้แจงข้อเท็จจริงในประเด็นดังกล่าว โดยมีนายศุภชัย สิงวานิช ทนายความที่ได้รับมอบอำนาจจากวัด และนายเฉลิมพล พลมุข ประธานมูลนิธิธรรมรักษ์ ร่วมในการแถลง

วัดพระบาทน้ำพุ แจงหลวงพ่ออลงกต เลข13หลัก-ชื่อ ตรงผู้เสียชีวิต น่าจะสับสน

นายศุภชัยกล่าวว่า ทางวัดขอยืนยันว่าหลวงพ่ออลงกตมีบัตรประชาชนจริง โดยมีชื่อว่า อลงกต พูลมุข แต่เลขบัตรประชาชนในใบสุทธิของพระที่ไปตรงกับผู้เสียชีวิตนั้น อาจเกิดจากความสับสน อย่างไรก็ตาม เลขบัตรประชาชนของหลวงพ่ออลงกตนั้นเป็นคนละเลขกับผู้เสียชีวิตอย่างแน่นอน

ประเด็นเรื่องบัญชีมูลนิธิอาทรประชานาถที่ผูกกับเลขบัตรประชาชนของผู้เสียชีวิตนั้น นายศุภชัยกล่าวว่า ทางวัดยังไม่ได้ตรวจสอบรายละเอียดในส่วนนี้ และจะดำเนินการตรวจสอบต่อไป เนื่องจากเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นใหม่ และไวยาวัจกรคนเก่าที่ดูแลมูลนิธินี้ได้เสียชีวิตไปแล้ว

ผู้สื่อข่าวได้ตั้งข้อสังเกตว่า กรมการปกครองชี้แจงว่าหลวงพ่ออลงกตเพิ่งมาเปลี่ยนชื่อในปี 2552 ซึ่งหมายความว่าท่านอาจใช้เลขบัตรประชาชนของผู้เสียชีวิตในการทำธุรกรรมต่างๆ มาโดยตลอด นายศุภชัยตอบว่า เพิ่งทราบเรื่องดังกล่าว และจะนำไปสอบถามหลวงพ่ออลงกตเพื่อความกระจ่าง

เมื่อถูกถามถึงที่มาของหลวงพ่ออลงกต รวมถึงประวัติวัดถ้ำเขาเขียว พ.อ.ประชุม สุขสำราญ ผู้ดูแลศาสนสถาน วัดพระบาทน้ำพุ ไม่สามารถให้ข้อมูลได้

ประเด็นสำคัญ: วัดพระบาทน้ำพุ แจงหลวงพ่ออลงกต

ส่วนกรณีเงินบริจาคจากหมอบีที่ถูกปิดบัญชีไปแล้ว นายศุภชัยกล่าวว่าเป็นเรื่องที่อยู่ในชั้นพนักงานสอบสวน จึงไม่สามารถให้ข้อมูลได้เพื่อไม่ให้กระทบต่อรูปคดี

นายเฉลิมพล พลมุข ซึ่งเป็นญาติของผู้เสียชีวิต กล่าวว่า ตนเพิ่งทราบเรื่องเลขบัตรประชาชนของคุณอลงกตและพระอลงกตเป็นคนละเลขกัน และไม่สามารถตอบได้ว่ามีสิ่งใดที่เป็นความจริงบ้าง ต้องค้นหาความจริงต่อไป นอกจากนี้ นายเฉลิมพลยังกล่าวว่า ตนไม่เคยสอบถามหลวงพ่ออลงกตถึงประวัติส่วนตัว และแนะนำให้สื่อมวลชนสอบถามจากหลวงพ่ออลงกตโดยตรง

นายศุภชัยกล่าวเสริมว่า ทางวัดไม่ได้มีเจตนาหลีกเลี่ยงหรือปกปิดข้อมูล แต่เนื่องจากมีข้อมูลจำนวนมาก และมีข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้อง จึงจำเป็นต้องตอบเท่าที่ตอบได้ และขอความเห็นใจจากสื่อมวลชน

พ.อ.ประชุมให้ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับหนังสือสุทธิของพระสงฆ์ในอดีต ซึ่งใช้แทนบัตรประชาชน และออกโดยหลวงพ่ออุปัชฌาย์ แต่ปัจจุบันพระสงฆ์จำเป็นต้องมีบัตรประชาชนเพื่อทำธุรกรรมต่างๆ เช่น การเดินทางไปต่างประเทศและการรักษาพยาบาล

นายศุภชัยกล่าวทิ้งท้ายว่า ทางวัดพร้อมให้ตรวจสอบทุกข้อกล่าวหา และจะนำเงินบริจาคไปใช้ในสาธารณประโยชน์อย่างโปร่งใส หากมีข้อผิดพลาดประการใด ทางวัดขออภัยมา ณ ที่นี้

สถานการณ์ที่เกิดขึ้นนี้แสดงให้เห็นถึงความสำคัญของการตรวจสอบข้อมูลและความโปร่งใสในการทำงานขององค์กรการกุศล เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและความศรัทธาจากประชาชน

สำหรับผู้ที่ต้องการร่วมบริจาคหรือสนับสนุนวัดพระบาทน้ำพุ สามารถติดต่อได้โดยตรงที่วัด หรือผ่านช่องทางที่วัดกำหนดไว้

ทั้งนี้ ทางวัดยังคงมุ่งมั่นที่จะช่วยเหลือผู้ป่วย HIV/AIDS และผู้ยากไร้ต่อไป

จากเหตุการณ์นี้ เราได้เห็นถึงความสำคัญของการตรวจสอบข้อมูลส่วนบุคคลและการทำธุรกรรมต่างๆ หากมีข้อสงสัย ควรทำการตรวจสอบข้อมูลให้ถี่ถ้วนก่อนดำเนินการใดๆ เพื่อป้องกันความผิดพลาดและความเสียหายที่อาจเกิดขึ้น

ที่มา – วัดพระบาทน้ำพุ แจงหลวงพ่ออลงกต เลข13หลัก-ชื่อ ตรงผู้เสียชีวิต น่าจะสับสน

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *