ลีซอ ตัดพ้อ วิ่งคบเพลิงซีเกมส์ เมินนักกีฬา?
ลีซอ ธีรเทพ วิโนทัย อดีตนักเตะทีมชาติไทย ออกมาตัดพ้อถึงกรณีที่นักกีฬาดีกรีเหรียญทองซีเกมส์หลายคน รวมถึงตัวเขาเอง ไม่ได้รับการเชิญให้เข้าร่วมวิ่งคบเพลิงซีเกมส์ ครั้งที่ 33 ที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพ ทำให้เกิดคำถามถึงเกณฑ์การคัดเลือกผู้เข้าร่วมกิจกรรมสำคัญนี้
โดย ลีซอ ธีรเทพ ได้พูดถึงเรื่องนี้ในรายการ “ผีเห็นผี” ทางช่องยูทูบ Man of The Match ซึ่งมี เกรท วรินทร ปัญหกาญจน์ ร่วมดำเนินรายการ โดยระบุว่า ตนเองซึ่งเป็นนักฟุตบอลที่เคยคว้าเหรียญทองซีเกมส์ถึง 4 สมัย กลับกลายเป็นเพียงตัวประกอบในการวิ่งคบเพลิงซีเกมส์ เมื่อวันที่ 16 พฤศจิกายนที่ผ่านมา
“การวิ่งคบเพลิง 70 กว่าผลัด มึงได้ถือคบเพลิงวิ่ง ถูกไหม กูเป็นเหรียญทองซีเกมส์ 4 สมัย ไปโบกธงอยู่ข้างหลัง ยิง 14 ลูกได้แชมป์เหรียญทองซีเกมส์ 4 สมัยติดต่อกัน แต่อยู่ข้างหลังไปโบกธงนู้น คนที่เชิญคือแบรนด์สินค้าที่กูทำงานด้วย ไม่ใช่ กกท. การกีฬาแห่งประเทศไทย ไม่ใช่ กระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา ไม่มีกูเลย
“คือใช้อินฟลูได้ ใช้ศิลปินดาราได้เพื่อสร้างอิมแพ็ค แต่มันต้องมีนักกีฬา นักกีฬาเป็นร้อยๆคนในประเทศได้เหรียญทองซีเกมส์ มีแค่ 3 คนมั้งที่ได้ร่วมวิ่ง พวกกูทำอำไรร่วมขบวนอยู่ข้างหลังนู้น” ลีซอ ธีรเทพ กล่าวอย่างน้อยใจ
ขณะที่ เกรท วรินทร ได้แสดงความเห็นใจ ลีซอ โดยกล่าวว่า “เอาจริงๆตอนนั้น กูรู้สึกถึงมึงเลย กูไม่ใช่นักกีฬา กูวิ่ง เพื่อนกูเป็นนักกีฬาทีมชาติ ยืนโบกธง”
ซึ่ง ลีซอ ได้กล่าวปิดท้ายถึงเรื่องนี้ว่า “มันตลกนะ”
ก่อนหน้านี้ การจัดกิจกรรมวิ่งคบเพลิงเมื่อวันที่ 16 พฤศจิกายน ได้ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักถึงการที่ไม่ได้ให้ความสำคัญกับนักกีฬาทีมชาติไทย แต่กลับเน้นไปที่การเชิญอินฟลูเอนเซอร์และศิลปินดาราที่มีผู้ติดตามจำนวนมากมาร่วมงานแทน
ลีซอ ธีรเทพ กับความรู้สึกที่ไม่ได้รับเกียรติใน วิ่งคบเพลิงซีเกมส์
เรื่องราวของ ลีซอ ธีรเทพ สะท้อนให้เห็นถึงปัญหาของการให้ความสำคัญกับภาพลักษณ์ภายนอกมากกว่าคุณค่าที่แท้จริงของนักกีฬา ซึ่งเป็นผู้สร้างชื่อเสียงให้กับประเทศชาติ การที่นักกีฬาดีกรีเหรียญทองซีเกมส์ กลับไม่ได้รับการเชิญให้เข้าร่วมกิจกรรมสำคัญเช่นนี้ ย่อมสร้างความรู้สึกน้อยใจและตั้งคำถามถึงคุณค่าของความสำเร็จที่พวกเขาได้ทุ่มเทแรงกายแรงใจเพื่อให้ได้มา
ความสำคัญของนักกีฬาในการ วิ่งคบเพลิงซีเกมส์
การวิ่งคบเพลิงซีเกมส์ ไม่ได้เป็นเพียงแค่กิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวและการกีฬาเท่านั้น แต่ยังเป็นสัญลักษณ์ของการรวมพลังและความสามัคคีของชาติ การที่นักกีฬาซึ่งเป็นตัวแทนของประเทศชาติ ได้เข้าร่วมกิจกรรมนี้ ย่อมเป็นการสร้างแรงบันดาลใจให้กับเยาวชนและประชาชนทั่วไป รวมถึงเป็นการยกย่องเชิดชูเกียรติให้กับนักกีฬาที่ได้สร้างผลงานอันโดดเด่น
- การที่นักกีฬาไม่ถูกเชิญเข้าร่วม อาจส่งผลกระทบต่อขวัญและกำลังใจ
- การใช้อินฟลูเอนเซอร์อาจไม่สามารถทดแทนความรู้สึกของนักกีฬาได้
ในอนาคต การพิจารณาคัดเลือกผู้เข้าร่วมกิจกรรมสำคัญเช่นการวิ่งคบเพลิงซีเกมส์ ควรให้ความสำคัญกับนักกีฬาเป็นอันดับแรก เพื่อเป็นการสร้างขวัญและกำลังใจให้กับนักกีฬา และเป็นการแสดงให้เห็นว่าสังคมไทยยังคงให้ความสำคัญกับคุณค่าของความสำเร็จและความทุ่มเทของนักกีฬา
ที่มา – ลีซอ ธีรเทพ ตัดพ้อ วิ่งคบเพลิง ซีเกมส์ เมิน นักกีฬาทีมชาติ – ดีกรี 4 ทองยังแค่ตัวประกอบ