รวบแก๊งทวงหนี้! M16 ถล่มยิงบ้าน **รวบคารถไฟ แก๊งทวงหนี้ยาเสพติด**

ตำรวจรวบแล้ว แก๊งทวงหนี้ค่ายาเสพติดสุดเหี้ยม! ใช้ปืนสงคราม M16 กราดยิงถล่มบ้านกลางดึกถึง 2 คืนติด ปลอกกระสุนเกลื่อนถนน ล่าสุดถูกจับกุมขณะเตรียมหลบหนีเข้ากรุงเทพฯ สารภาพสิ้น!

เมื่อวันที่ 26 กันยายน 2568 พล.ต.ต.วิทยา ศรีประเสริฐภาพ ผบก.ป. สั่งการให้ พ.ต.อ.ภัทราวุธ อ่อนช่วย ผกก.5 บก.ป. พร้อมด้วย พ.ต.ท.ธีระพงษ์ คงเขียว สว.กก.5 บก.ป. นำกำลังเข้าจับกุม นายวีระพงศ์ หรือ ฉู่ (สงวนนามสกุล) อายุ 27 ปี ตามหมายจับศาลจังหวัดตรัง ที่ จ.427/2568 ลงวันที่ 10 กันยายน 2568 ในข้อหา “ร่วมกันพยายามฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน, ร่วมกันมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต, พกพาอาวุธปืนฯ และยิงปืนโดยใช่เหตุในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะฯ” และหมายจับที่ จ.428/2568 ลงวันที่ 10 กันยายน 2568 ในข้อหาเดียวกัน โดยสามารถจับกุมได้บริเวณชุมทางรถไฟทุ่งสง ต.ปากแพรก อ.ทุ่งสง จ.นครศรีธรรมราช

คดีนี้สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บ้านโคกยาง จ.ตรัง ได้รับแจ้งเหตุคนร้ายใช้อาวุธปืนสงครามกราดยิงใส่บ้านหลังหนึ่งในพื้นที่ ต.คลองลุ อ.กันตัง จ.ตรัง ทำให้ประตูและภายในบ้านได้รับความเสียหายอย่างหนัก จากการตรวจสอบที่เกิดเหตุพบปลอกกระสุนปืน ขนาด 5.56 มม. จำนวน 5 ปลอก ตกอยู่บนถนนหน้าบ้าน

ต่อมา บ้านหลังเดิมถูกคนร้ายยิงซ้ำอีกครั้ง โดยคนร้ายขับรถเก๋งมาจอดหน้าบ้านแล้วใช้อาวุธปืนยิงใส่บ้านประมาณ 10 นัด ก่อนหลบหนีไป ตรวจพบปลอกกระสุนปืนขนาดเดียวกันอีก 4 ปลอก โชคดีที่ไม่มีผู้ใดได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์อุกอาจดังกล่าว

จากการสืบสวนขยายผลจนได้พยานหลักฐานเชื่อมโยงไปยังผู้ก่อเหตุคือ นายกิตติ์ธวัช หรือ จอน (สงวนนามสกุล) และ นายวีระพงศ์ เจ้าหน้าที่จึงรวบรวมหลักฐานขอศาลออกหมายจับ และสามารถติดตามจับกุม นายกิตติ์ธวัช มาดำเนินคดีได้ก่อนหน้านี้แล้ว

กระทั่งเจ้าหน้าที่สืบทราบว่า นายวีระพงศ์ กำลังจะหลบหนีออกจากพื้นที่เพื่อไปกบดานกับเพื่อนที่กรุงเทพมหานคร โดยสารรถไฟสายตรัง-กรุงเทพอภิวัฒน์ ซึ่งจะต้องผ่านชุมทางสถานีรถไฟทุ่งสง จึงได้วางแผนเข้าจับกุมตัวได้ในที่สุด

จากการสอบสวน นายวีระพงศ์ ให้การรับสารภาพว่า ได้รับการว่าจ้างจาก นายกิตติ์ธวัช เป็นเงินจำนวน 5,000 บาท ให้ช่วยขับรถยนต์ไปทวงหนี้ค่ายาเสพติด เมื่อไปถึงบ้านหลังเกิดเหตุ นายกิตติ์ธวัชได้ใช้อาวุธปืนเอ็ม 16 กราดยิงเข้าไปในบ้านหลังดังกล่าว โดยก่อเหตุถึง 2 ครั้ง แล้วแยกย้ายกันหลบหนี กระทั่งมาถูกจับกุมในขณะที่กำลังนั่งรถไฟเพื่อหนีไปกบดานกับเพื่อนที่กรุงเทพฯ

จากการตรวจสอบประวัติ นายวีระพงศ์ พบว่าเคยมีประวัติต้องคดีพยายามฆ่าในพื้นที่ สภ.ทุ่งทอง จ.ภูเก็ต เมื่อปี 2559 และเพิ่งพ้นโทษมาได้ประมาณ 5 ปี ส่วน นายกิตติ์ธวัช มีประวัติก่อเหตุในลักษณะเดียวกันมาแล้วหลายครั้งในพื้นที่ภูธรภาค 8 และ ภาค 9 เจ้าหน้าที่จึงได้นำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.โคกยาง เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

**รวบคารถไฟ แก๊งทวงหนี้ยาเสพติด**

คดีนี้แสดงให้เห็นถึงความเหี้ยมโหดของขบวนการค้ายาเสพติด ที่พร้อมจะใช้ความรุนแรงในการทวงหนี้สิน โดยไม่เกรงกลัวกฎหมายบ้านเมือง เจ้าหน้าที่ตำรวจยังคงต้องเพิ่มมาตรการในการปราบปรามยาเสพติดอย่างเข้มงวด เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ลักษณะนี้ขึ้นอีก

ทำไมถึงต้องใช้ M16 ในการทวงหนี้?

คำถามที่เกิดขึ้นคือ ทำไมแก๊งทวงหนี้ยาเสพติดถึงเลือกใช้อาวุธสงครามอย่าง M16 กราดยิงบ้านลูกหนี้? การใช้อาวุธร้ายแรงเช่นนี้บ่งบอกถึงความอุกอาจและไม่เกรงกลัวกฎหมายของผู้กระทำผิดอย่างชัดเจน นอกจากนี้ยังสะท้อนให้เห็นถึงการเข้าถึงอาวุธสงครามที่ง่ายเกินไปของผู้ที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติด ซึ่งเป็นประเด็นที่ต้องได้รับการแก้ไขอย่างเร่งด่วน

การจับกุม **รวบคารถไฟ แก๊งทวงหนี้ยาเสพติด** ครั้งนี้ถือเป็นความสำเร็จของเจ้าหน้าที่ตำรวจในการนำตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษ แต่ยังคงมีงานอีกมากที่ต้องทำเพื่อป้องกันและปราบปรามยาเสพติดให้หมดสิ้นไปจากสังคมไทย

เรื่องนี้เป็นอุทาหรณ์ให้เห็นว่ายาเสพติดนำมาซึ่งความรุนแรง และความสูญเสีย ทุกภาคส่วนในสังคมต้องร่วมมือกันแก้ไขปัญหายาเสพติดอย่างจริงจัง

การ **รวบคารถไฟ แก๊งทวงหนี้ยาเสพติด** ครั้งนี้เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของการปราบปรามขบวนการยาเสพติดในพื้นที่ หวังว่าเจ้าหน้าที่จะขยายผลและกวาดล้างเครือข่ายที่เกี่ยวข้องให้สิ้นซาก เพื่อสร้างความปลอดภัยและความสงบสุขให้กับประชาชน

ความรุนแรงที่เกิดจากการใช้ M16 ในการทวงหนี้ยาเสพติดเป็นเรื่องที่ยอมรับไม่ได้ และต้องได้รับการประณามจากสังคม

ที่มา – รวบคารถไฟ แก๊งทวงหนี้ยาเสพติด M16 ถล่มยิงบ้านกลางดึก 2 คืน

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *