รบ.ญี่ปุ่นขึ้นแท่นผู้ถือหุ้นใหญ่ Rapidus ทุ่มงบชิป

รัฐบาลญี่ปุ่นลงทุน Rapidus

ข่าวใหญ่ในวงการเทคโนโลยีที่กำลังมาแรงคือ รบ.ญี่ปุ่นขึ้นแท่นผู้ถือหุ้นใหญ่ Rapidus ทุ่มงบเสริมแกร่งอุตสาหกรรมชิป ซึ่งเป็นกลยุทธ์สำคัญของรัฐบาลญี่ปุ่นในการฟื้นฟูความยิ่งใหญ่ด้านเซมิคอนดักเตอร์ของประเทศ ในยุคที่ชิปคอมพิวเตอร์กลายเป็นหัวใจของเศรษฐกิจโลก โดยเฉพาะกับการเติบโตของปัญญาประดิษฐ์ (AI) และยานยนต์ไฟฟ้า รัฐบาลญี่ปุ่นประกาศชัดเจนในวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2569 ว่าจะก้าวขึ้นเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ที่สุดในบริษัท Rapidus Corp. ด้วยสิทธิออกเสียงถึง 11.5% ส่งสัญญาณถึงความมุ่งมั่นในการสร้างห่วงโซ่อุปทานชิปที่มั่นคงภายในประเทศ

รบ.ญี่ปุ่นขึ้นแท่นผู้ถือหุ้นใหญ่ Rapidus ทุ่มงบเสริมแกร่งอุตสาหกรรมชิป

การเคลื่อนไหวครั้งนี้ รัฐบาลญี่ปุ่นอัดฉีดเงินทุนจำนวนมหาศาล 1 แสนล้านเยน หรือประมาณ 640 ล้านดอลลาร์สหรัฐ แลกกับสัดส่วนหุ้น 40% ใน Rapidus โดยหุ้นส่วนนี้รวมถึงหุ้นที่ไม่มีสิทธิออกเสียงแต่สามารถแปลงสภาพได้ในกรณีฉุกเฉิน ทำให้ยอดลงทุนรวมจากภาครัฐและเอกชนทะลุ 2.676 แสนล้านเยนแล้ว นอกจากนี้ ยังมีบริษัทชั้นนำอีกกว่า 32 รายเข้าร่วม เช่น SoftBank Group, Toyota Motor และ Sony Group ซึ่งแสดงให้เห็นถึงการรวมพลังของอุตสาหกรรมญี่ปุ่นทั้งระบบ

ที่น่าสนใจคือ รัฐบาลยังถือ “หุ้นทองคำ” (Golden Share) ที่ให้สิทธิ์ยับยั้งการตัดสินใจสำคัญของบริษัท เพื่อให้มั่นใจว่าทิศทางธุรกิจสอดคล้องกับผลประโยชน์ชาติ โดยเรียวเซ อากาซาวะ รัฐมนตรีกระทรวงเศรษฐกิจ การค้า และอุตสาหกรรม (METI) ระบุว่า “นี่คือโปรเจกต์ระดับชาติที่ต้องสำเร็จเพื่ออนาคตของญี่ปุ่น”

แผนงบประมาณเพิ่มเติมและพันธมิตรทางการเงิน

ไม่หยุดแค่นี้ กระทรวง METI วางแผนทุ่มเงินเพิ่มอีก 1.5 แสนล้านเยนในปีงบประมาณสิ้นสุดเดือนมีนาคม 2570 ซึ่งอาจทำให้รัฐบาลครองสิทธิออกเสียงถึง 60% หลังแปลงสภาพ นอกจากนั้น จนถึงตอนนี้ รัฐบาลได้เบิกจ่ายงบ R&D ให้ Rapidus ไปแล้ว 1.7 แสนล้านเยน และเตรียมอุดหนุนเพิ่มอีก 6.3 แสนล้านเยนในปีหน้า รวมถึง 3 แสนล้านเยนในปีถัดไป

แหล่งข่าวจากเกียวโดเผยว่า ธนาคารยักษ์ใหญ่ 3 แห่งของญี่ปุ่นอย่าง MUFG, SMBC และ Mizuho กำลังเจรจาปล่อยสินเชื่อสูงสุด 2 ล้านล้านเยน โดยมีรัฐบาลค้ำประกัน เนื่องจาก Rapidus ต้องการทุนอีกกว่า 7 ล้านล้านเยนสำหรับพัฒนาชิป 1.4 นาโนเมตรในอนาคต การลงทุนทั้งหมดดำเนินผ่าน IPA หน่วยงานภายใต้ METI

  • SoftBank Group: ผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีและ AI
  • Toyota Motor: ผู้นำยานยนต์ที่ต้องการชิปขั้นสูงสำหรับรถไร้คนขับ
  • Sony Group: เน้นเซ็นเซอร์และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์
  • และองค์กรอื่นๆ อีก 29 ราย รวมพลังลงทุน

ประวัติและเป้าหมายของ Rapidus

Rapidus Corp. ก่อตั้งปี 2565 จากการรวมตัวของยักษ์ใหญ่อุตสาหกรรม 8 ราย ด้วยทุนเริ่มต้น 7.3 พันล้านเยน บริษัทตั้งเป้าผลิตชิปขนาด 2 นาโนเมตรในระดับ mass production ช่วงครึ่งหลังปี 2570 โดยร่วมมือกับ IBM เพื่อเทคโนโลยีล้ำสมัย รองรับ AI, High-Performance Computing (HPC) และยานยนต์อัตโนมัติ ซึ่งญี่ปุ่นเคยเป็นผู้นำด้านเซมิคอนดักเตอร์ในยุค 80s-90s ด้วยบริษัทอย่าง NEC และ Toshiba แต่ปัจจุบันตามหลัง TSMC ของไต้หวันและ Samsung ของเกาหลีใต้

ในบริบทโลกที่เกิด “ชิปวอร์” ระหว่างสหรัฐ-จีน การเคลื่อนไหวของญี่ปุ่นถือเป็นการตอบโต้ที่ชาญฉลาด ช่วยลดความเสี่ยงจาก supply chain disruption อย่างที่เกิดในโควิด-19 และเสริมความมั่นคงทางเศรษฐกิจ โดยเฉพาะเมื่อชิปขั้นสูงเป็นหัวใจของอุตสาหกรรมหลักทั้งหมด

การลงทุนครั้งนี้ไม่เพียงช่วย Rapidus เติบโต แต่ยังจุดประกายอุตสาหกรรมชิปญี่ปุ่นให้กลับมารุ่งเรือง สร้างงานและนวัตกรรมใหม่ๆ ในที่สุด มันจะช่วยให้ญี่ปุ่นแข่งขันได้ในเวทีโลก

คุณคิดอย่างไรกับกลยุทธ์ รบ.ญี่ปุ่นขึ้นแท่นผู้ถือหุ้นใหญ่ Rapidus ทุ่มงบเสริมแกร่งอุตสาหกรรมชิป นี้? มันจะประสบความสำเร็จหรือไม่ ติดตามอัพเดทข่าวสารเทคโนโลยีและเศรษฐกิจในบล็อกของเรา และอย่าลืมแชร์ความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง!

ที่มา – รบ.ญี่ปุ่นขึ้นแท่นผู้ถือหุ้นใหญ่ Rapidus ทุ่มงบเสริมแกร่งอุตสาหกรรมชิป

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *